VIDEO
เมื่อช่วงเช้าของวันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เสิ่นเตี้ยนเสีย ดาราและพิธีกรลูกหม้อทีวีบีวัย 62 ปี สิ้นลมหายใจอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลควีน แมรี่ในฮ่องกง ท่ามกลางความเศร้าโศกของเพื่อนร่วมวงการ และลูกสาวเพียงคนเดียว “เจิ้งซินอี๋” หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งตับมานานหลายปี
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ในขณะที่ลมหายใจสุดท้ายใกล้จะสิ้นลงนั้น เจิ้งซินอี๋ ลูกสาวสุดที่รักของเธอก็อยู่เคียงข้างผู้เป็นแม่ด้วย แต่ที่น่าเสียดายคือผู้ชายเพียงคนเดียวในชีวิตของเธออย่าง “เจิ้งเส้าชิว” กลับไม่ได้อยู่ดูใจเธอครั้งสุดท้าย เพราะต้องเดินทางไปถ่ายละครที่แผ่นดินใหญ่ แต่หลังจากทราบข่าวร้ายนี้ ข่าวว่าเขารีบให้ผู้ช่วยจองตั๋วเครื่องบินกลับฮ่องกงทันที
ข่าวหลายวันแล้ว ผมยังไม่ได้มีโอกาสแสดงความเสียใจ เห็นคุณ Thunder Post ไว้ในเว็บบอร์ด พูดถึงฉากจากเรื่อง Drunken Tai Chi ด้วยเลยนำมาให้ดู ไว้อาลัยให้กับเธอเป็นครั้งสุดท้ายครับ
ฉีเคอะนั้นเป็นเจ้าตำรับแห่งการนำหนังเก่าๆ ของฮ่องกง มาสร้างใหม่ด้วยรูปลักษณ์แห่งความทันสมัย เขาเคยหยิบงานของชอว์บราเดอร์ และหนังในยุคใกล้เคียงกัน มาสร้างแล้วหลายต่อหลายเรื่อง ลองไล่ดูก็มีตั้งแต่ เดชคัมภีร์แดนพยัคฆ์ (งานเก่าคิงฮู) ม่านประเพณี (งานเก่าหลี่ฮั่นเสียง) โปเยโปโลเย (งานเก่าหลี่ฮั่นเสียง) หวงเฟยหง (งานเก่านักแสดงกวนต๊ะหิง) จอมยุทธแห่งเขาซูซัน (หนังอภินิหารยุคขาวดำ) แม้กระทั่งตำนานโบราณอย่างนางพญางูขาว ก็ผ่านมือเขามาแล้ว
ในปี 1995 ฉีเคอะเล่นของสูงอีกครั้ง ด้วยนำเอา หนังคลาสสิคของผู้กำกับจางเชอะ เรื่อง One Armed Swordman หรือ เดชไอ้ด้วน หนังที่ได้ชื่อว่าเป็นระเบิดลูกแรกแห่งหนังกำลังภายใน กลับมาทำใหม่อีกครั้ง โดยให้เจ้าเหวินจั๋ว รับบทเป็นจอมยุทธแขนเดียวที่พกความแค้นมาเต็มอก พร้อมกับดาบหักด้ามหนึ่ง กลับขึ้นจอมาฟาดฟันกับศัตรูอีกครั้ง Read more…
ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ชื่อของ ตู้ฉีฟง กลายเป็นเสาหลักของวงการหนังฮ่องกง ไปโดยปริยาย เขาสร้างหนังที่ทำเงิน ประคับประคองอุตสหกรรมหนังไว้อย่าง Needing You และเช่นเดียวกับที่สร้างงานระดับคุณภาพ อันมีเอกลักษณ์เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง และกลายเป็นหน้าเป็นตาของฮ่องกง สำหรับบทบาทประการหลังนี่เอง น่าจะพูดได้ว่าเริ่มต้นครั้งแรกในปี 1999 นี่เอง กับผลงานที่ชื่อว่า The Mission
คำอธิบายเกี่ยวกับ The Mission อาจจะมีมากมาย แต่ด้วยรวมสามารถสรุปใจความสั้นๆ ได้ว่านี่คือหนัง แห่งความเท่ห์ นักแสดงเท่ห์ ฉากแอ็กชั่นเท่ห์ เนื้อเรื่องเท่ห์ หนังแห่งความเท่ห์ (ว่าเข้าไปนั้น) Read more…
เด็กน้อย เฝ้ามองภารโรงคนใหม่ ที่พึ่งเข้ามาทำงานที่โรงเรียนด้วยความสงสัยใครรู้ หมอนั้นเป็นคนแปลกๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ท่าทางมีพิสุธตลอดเวลา จนกระทั่งวันหนึ่งเด็กน้อยได้ค้นพบความลับของภารโรงนั้น แท้จริงแล้วเขาเป็นตำรวจปลอมตัวมาทำภารกิจสำคัญ เพราะมีข่าวกรองว่า พวกแก๊งมาเฟียได้แทรงซึมเข้ามาในโรงเรียน ทางการจึงส่งเขามาเพื่อสืบหาตัวคนร้าย เพื่อเก็บความลับสำคัญเอาไว้ ตำรวจหนุ่ม ข้อร้องกับเด็กน้อยว่า อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร และแต่งตั้งให้เด็กน้อยคนนั้นเป็นผู้ช่วยคอยสอดส่องดูแล หาตัวคนร้าย
เรื่องราวต่อจากนั้นก็คงจะสนุกตื่นเต้น เต็มไปด้วยรสชาติ ถ้าทุกอย่างเป็นความจริง น่าเสียดายนี้เป็นเพียงแต่เรื่องโกหกพกลม ของชายขี้แพ้ ที่ต้องกาปกปิดความผิดของตน ภารโรงหนุ่มที่ชื่อว่า อาดุย (เฉินอี้ซิ่น) นั้นแท้จริงแล้ว เขานั้นเองที่เป็นคนร้าย เป็นลูกกระจ๊อกของแก๊งมาเฟีย ที่เข้ามาในโรงเรียนเพื่อตามหาลูกชายของ นักเลงตัวเอ้ จากแก๊งคู่อริ อาดุย ตามคำสั่งของลูกพี่ (เจิ้งจื่อเหว่ย) เพื่อลักพาตัว และกดดนฝ่ายตรงข้าม แต่ข้อมูลที่มีแค่หางอึ้ง รูป ชื่อ อะไรก็ไม่มี อาดุย ได้แต่งมเข็มในมหาสมุทร คอยเฝ้าหาเด็กไปเรื่อยๆ อย่างไร้ความหวัง Read more…
ท่ามกลางหนังที่สร้างขึ้นเพื่อ ฉลองวาระ 10 การส่งมอบการคืนเกาะสู่จีน ที่ถูกสร้างขึ้นมาหลายเรื่อง คงไม่มีใครคาดคิดได้ว่า หนังรักโรแมนติกคอมเมอดี้ที่เล็กๆ ที่ว่าด้วยเรื่องราวใน ตลาดสด จะกลายเป็นหนังที่ดีที่สุดในกลุ่ม ผู้กำกับหน้าใหม่ Law Wing-Cheong เล่าเรื่องราวเรียบง่ายๆ ถึงช่วงวเลาอันยาวนานในตลอดระยะเวลา 10 ปีผ่านมา กับชีวิตของคนตัวเล็กๆ สองคนท่ามกลางกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงมากมาย ที่เกิดขึ้น
เมื่อลองเปรียบเทียบกับหนังที่สร้างในวาระเดียวกัน อีกสองเรื่องแล้วจะพบถึงความแตกต่างบางประการ ในขณะที่ Wonder Women (2007, Babara Wong) พูดถึงความล้มสลาย และเกิดใหม่ ของจิตวิญญานในภาคธุรกิจ ส่วน Mr.Cinema (2007, Samsan Chiu) .ให้มุมมองทางการเมือง กับอุดมการณ์ของปัจเจก กับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป Hooked On You เลือกที่จะโฟกัสไปที่ชีวิตของคนหาเช้ากินค่ำ พูดถึงเฉพาะเหตุการณ์ที่มีผลต่อชีวิตประจำวันของคน บางเรื่องอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่มีใครสนใจ อย่างการแพร่ขยายของซุปเปอร์มาเก็ต ในชุมชน อันเป็นเพียงความสะดวกสบายสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง แต่สำหรับคนตัวเล็กๆ อย่างพ่อค้าแม่ค้าในตลาด มันคือจุดเริ่มต้นแห่งความวิบัติในอาชีพ เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเหตุการณ์ระดับประเทศใดๆ Read more…
โจวกง (หวงซิวเซิง) นั้นมีความฝันอยู่สองอย่าง หนึ่ง คือการได้ทำงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ สิ่งที่เขารัก เป็นโชคดี โจวกง ที่ได้ทำหน้าที่คนฉายหนัง ในโรงหนังแห่งหนึ่งใกล้ๆ บ้านตั้งแต่ยังหนุ่ม นี่อาจจะไม่ใช่งานที่นำรายได้มากมาย หรือมีเกียรติสูงส่ง แต่ก็เป็นสิ่งที่เขารัก โจวกง รักการดูหนังเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหนังจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งนั้นก็เกี่ยวดองอยู่กับความฝันอย่างอย่างที่สองของเขา แบบแยกออกจากกันไม่ได้ ก็คือการ ความใฝ่ฝันที่จะได้ไปเยือนจตุรัสเทียนอันเหมิน แห่งปักกิ่ง และประเทศจีน อันเป็นศูนย์รวมความยิ่งใหญ่ของ และสัญลักษณ์ การปกครองแบบสังคมนิยม Read more…
Magic Boy เป็นงานเล็กๆ อีกเรื่องที่เข้าฉายในปี 2007 และเป็นงานน่าเซอร์ไพรซ์อีกหนึ่งเรื่อง ส่งให้ Adam Wong ขึ้นทำเนียบเป็นผู้กำกับน่าจับตามองอีกหนึ่งคนของวงการหนังฮ่องกง Magic Boy เล่าเรื่องชีวิตวัยรุ่นของฮ่องกง หยิบใช้กิจกรรมอย่าง การเล่นมายากล เพื่ออธิบายถึงความเป็นวัยรุ่น อันเป็นช่วงเวลาแห่งการหาความหมาย คำตอบให้กับชีวิต
ผู้กำกับ Adam Wong เล่าเรื่องรักวัยรุ่นที่นำเสนอในแง่มุมแห่งความสดใส แต่ไม่ได้เพิกเฉยต่อความสมจริงสมจัง Magic Boy จึงเป็นงานที่สดใสในแบบวัยรุ่น แต่แฝงไว้ด้วยความลุ่มลึก อย่างพิเศษ Read more…
Swordsman II หนังปี 1993 ผลงานการสร้างของฉีเคอะอีกเรื่อง ยอดผู้อำนวยการสร้างต่อยอดความสำเร็จจากหนังภาคแรก ปรับเปลี่ยนรูปโฉมหลายๆ ประการตัดความเป็นหนังกำลังภายในแบบ Tradition ออกจนเกือบหมด กลายเป็นงานที่ฉุดลากหนังกำลังภายใน ให้เข้าอยู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง
น่าจะพูดได้ว่า Swordsman II หรือ เดชคัมภีร์เทวดาภาคสอง นั้นเป็นงานที่โด่งดังที่สุดในหนังไตรภาค หนังใส่สีสรรค์ความหวือหวาต่างๆ เพิ่มขึ้นมาจากภาคแรกเป็นทวีคูณ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ หลุดโลกเลยเถิดไปจนเกินรับได้เหมือนหนังภาคสาม ฉีเคอะ ผสมผสานคิวบู๊ระดับเทพ งานสร้างตระกาลตา เข้ากับเนื้อหาที่ถือว่ารุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกำลังภายในทั่วไป กับการพูดถึงประเด็นเรื่องความรักร่วมเพศ ได้อย่างคาดไม่ถึง Read more…
ถ้าจะนับนักแสดงฝ่ายฮ่องกง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ยังทำงานอยู่ หลิวชิงหวิน ก็คงจะติดอันดับหนึ่งในสิบ ถ้านับดาราชายระดับยอดฝีมือ หลิวชิงหวินก็น่าจะอยู่หนึ่งใน 5 ถ้านับดาราชายที่อยู่บนจุดสูงสุดของวงการ ได้โดยไม่ต้องอาสัยหน้าตาที่หลอเหลา หลิวชิงหวิน เป็นหนึ่งในสามแน่นอน และถ้านับดาราชายอันเป็นสัญลักษณ์แห่งหนังอาญากรรม ตระกูลหนังอันยิ่งใหญ่แห่งฮ่องกง หลิวชิงหลิน ไม่อันดับหนึ่งก็สอง และใบหน้าแรกที่จะนึกถึงในหนังของตู้ฉีฟง หลิวชิงหวิน เป็นคำตอบเดียว
ปี 2007 เขากลับมาสู่แวดวงที่คุ้นเคยเรื่องราวในโลกมืด ตำรวจ ผู้ร้าย กับทีมงานที่คุ้นเคย ตู้ฉีฟง ไวกาไฟ และบริษัท Milkyway Image Production กับหนังอาญากรรม ที่ชื่อว่า Mad Detective หนังผสมเรื่องราวสืบสวนสอบสวน เข้ากับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ กลายเป็นงานที่รสชาติแตกต่าง จากงานประเภทเดียวกันในวงการภาพยนตร์โลก Read more…
แผ่น DVD ออกใหม่น่าสนใจในช่วงนี้ครับ Warlords, Secret, หนังญี่ปุ่น, อินเดีย อื่นๆ ที่น่าสนใจ Read more…
นอกจาก Red Cliff แล้ว ในปีนี้ฮ่องกงจะมีหนังที่ว่าด้วย สามก๊ก ให้เราดูกันอีกเรื่อง Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon จะเล่าเรื่องชีวิตในช่วงปั้นปลายของยอดขุนศึกอย่าง จู่ลง ในช่วงเวลาที่เหลือเพียงเขาที่เป็นผู้ปกป้อง จกก๊ก ของอดีตฮ่องเต้ผู้ล่วงลับเล่าปี่ หนังจะมี หลิวเต๋อหัวแสดงเป็นจู่ล่ง ร่วมด้วยนักแสดงอีกมากมายอาทิ แม๊กกี่ คิว, หงจินเป่า, วาแนส วู และแอนดี้ อัน
หนังจะเข้าฉายเร็วๆ นี้ ตอนนี้มีรูปโปสเตอร์แนะนำตัวละครจาก Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon มาให้ดูกันแล้ว Read more…
ในปี 1990 ถือเป็นปีสำคัญของหนังฮ่องกง เมื่อตระกูลหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อย่างหนังกำลังภายในได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เป็นการแนะนำหนังแนวนี้ให้กับผู้ชมรุ่นใหม่ ด้วยภาพลักษณ์ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในปี 1990 ผู้กำกับอย่างฉีเคอะสร้างรากฐานที่มั่นคง ก่อนที่เขาจะสร้างชื่ออย่างยิ่งใหญ่อลังการในยุค 90 เช่นเดียวกับสร้างให้ เฉิงเสี่ยวตง ได้ยืนอยู่แถวหน้าของสายงานผู้กำกับคิวบู๊ ที่ยังคงยั่งยืนมาถึงปัจจุบัน ในทางตรงกันข้ามปี 1990 เป็นเสมือนการจุดพลุครั้งสุดท้ายของยอดผู้กำกับ King Hu ก่อนจะต้องปิดตำนานอันยิ่งใหญ่ลงในอีกไม่กีปีต่อมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่กลาวมานั้น เกิดขึ้นได้ด้วยงานที่ชื่อว่า “เดชคัมภีร์เทวดา” Read more…
วงการหนังฮ่องกงในยุค 50 – 60 นั้นถึอว่าเป็นยุคทองดาราหญิงอย่างแท้จริง เป็นยุคสมัยสิ่งความเพ้อฝันของเนื้อหา ฉากเต้นรำ เนื้อเรื่องว่าด้วยการเกี้ยวพาราศี และความงามของสตรี เป็นสิ่งเรียกร้องความสนใจ และดึงคนดูจากบ้านให้เข้าโรงหนัง
ชอว์บราเดอร์เองก็มีนักแสดงหญิงระดับซุปเปอร์สตาอยู่มากมาย แต่ละคนก็มีจุดขาย และบุคลิคลักษณะ ที่แตกต่างกันไป หลินปอ เน้นแสดงบทผู้ชายในหนังเพลง หลินไต้ ดาราสาวผู้น่ารัก เจิ้งเผ่ยเผ่ยหน้าตาจิ้มลิ้ม เล่นบทบู๊ได้ลื่ไหลเป็นพิเศษ แต่ถ้าพูดถึงความงาม เล่อตี้ คืออันดับหนึ่ง ในยุค 50 คงไม่มีใบหน้าไหนที่จะสร้างความตกตะลึกได้เท่าเทียมกับ ดวงหน้าของเล่อตี้อีกแล้ว Read more…
เมื่อใดถึงคราวที่หนังของโจวซิงฉือเข้าฉาย นั้นถือเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ที่ช่วงเวลาดังกล่าวกว่าจะแวะเวียนมา ก็ต้องรอกัน 2 – 3 ปี แตกต่างจากยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของหนังฮ่องกง ที่โจวซิงจือจะมาพบเราโรงที่หนังใกล้บ้านกัน เรียกว่าทุกๆ 3 เดือน 6 เดือน เมื่อ 7 ปีที่แล้วเราได้พบกับ Shaolin Soccer และตามมาในอีก 3 ปีกับ Kung Fu Hustle
และแล้วในปี 2008 เขาคนนี้ก็กลับมาอีกครั้ง โจวซิงฉือ กับงานที่เขากำกับ/เขียนบท/แสดงนำ ด้วยตัวเองอีกครั้ง CJ7 หนังที่จำกัดความได้ว่าเป็น หนังตลก ไซไฟ ที่พูดถึงเรื่องราวของพ่อกับลูก และสัตว์เลี้ยงต่างดาว เป็นงานที่ลงด้วยเงินสูงลิ้วเพื่อสร้างตัวละครเอกของเรื่อง “CJ7″ หมาต่างดาวตัว เขียวอื๋อขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์กรางฟฟิค ด้วยอิทธิพลจากหนังดังอย่าง E.T. กับเอกลักษณ์ดั่งเดิมของโจวซิงฉือ CJ7 จึงเป็นงานทีท้าทาย ทั้งกับคนสร้างอย่างโจวซิงฉือ และคนดู อย่างพวกเรา Read more…
ในช่วงแห่งการสร้างชื่อ หลิวเต๋อหัวโด่งดังเป็นพิเศษกับหนังแนวนักเลง และหนังโรมแมนติก งานที่โด่งดังที่สุดของเขาเห็นจะเป็น “ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ” ที่ควบรวมกิจการเอาหนังทั้งสองประเภทมารวมกันได้อย่าง เหมาะเจาะลงตัว เรียกว่าหลิวเต๋อหัวกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเท่ห์แห่งยุค 90 ไปเลย สาวก็อย่างได้เป็นแฟน หนุ่มก็พากันซิ่งเมอร์เตอร์ไซ เดินสโลโมชั่น เหมือนเฮียหลิวกันทั้งเมือง
แต่ที่เราจะพูดถึงกันว่านี้ เป็นหนังโรแมนติกอีกเรื่องของ หลิวเต๋อหัว ที่มีคุณภาพไม่ยิ่งหย่อน แต่กลับถูกพูดถึงน้อยกว่าคุณค่าของมันมาก ก็คือ Days of Tomorrow หรือชื่อไทยสุดแสนจะหยาดเยิ้มว่า “ครั้งนี้ครั้งโน้น ใจกระโจนไปหา” หนังจากการกำกับของ หลิวหยูหมิง ที่ทิ้งงานกำกับการแสดงไว้เรื่องเดียวในชีวิต และการเขียนบทของ เจฟ เหลา (เจ้าของผลงาน คนตัดเซียน, ไซอิ๋วเดียวลิงเดี๋ยวคน) เล่าเรื่องรักของหนุ่มสาวอันแสนบริสุทธิ์ ผสมผสานอารมณ์หลากหลาย ทั้งเศร้า และหวนรำลึกอดีตอันแสนงามของวงการภาพยนตร์ยุคเก่า Read more…
จอห์น วู นั้นเริ่มกำกับหนังตั้งแต่ ปี 1973 รวมช่วงเวลาทำงาน ในฮ่องกงประมาณ 20 ปี มีหนังถึงเกือบ 40 เรื่อง อย่างที่เราคุ้นเคยกัน เครื่องหมายการค้าของเขาก็คือ หนังแอ็กชั่นสาดกระสุน ในยุครุ่งเรือง ซึ่งเอาเข้าจริงๆ เป็นงานหนังเพียง 6 เรื่อง นับตั้งแต่ โหดเลวดี ในปี 1986 จนถึง ทะลักจุดแตก ในปี 1993 ส่วนผลงานก่อนหน้านั้น ก็วนเวียนทั้งแนวกังฟู ตลก โปกฮา หนังเด็ก ไปจนถึงหนังผีอะไรทำนองนั้นเลย
เรื่องราว และประวัติศาสตร์ของ จอห์น วู ส่วนใหญ่ก็จะนับกันตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโหดเลวดี แต่ความจริงแล้ว นั้นเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย ในปี 1983 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลา ตำนานจอมยุทธควงปืนแห่งจอห์น วู ด้วบงานที่ชื่อว่า Heroes Shed No Tears Read more…
มีการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองฮ่องกงออกมาแล้ว Warlords ของปีเตอร์ ชาน ได้เข้าชิงถึง 13 รางวัล แต่ก็ยังน้อยกว่า 15 ของ Protege หนังเด่นอื่นๆ ก็มีอย่าง The Postmodern Life of My Aunt เข้าชิง 9 รางวัล Mad Detective กับ Eye in the Sky เข้าชิง 8 และ 7 รางวัลตามลำดับ
Read more…
ความเห็นล่าสุด