Mad Detective – ผ่าคดีสะกดฆาตกรรม (2007, Johnnie To/Wai Kar Fai)

ถ้าจะนับนักแสดงฝ่ายฮ่องกง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ยังทำงานอยู่ หลิวชิงหวิน ก็คงจะติดอันดับหนึ่งในสิบ ถ้านับดาราชายระดับยอดฝีมือ หลิวชิงหวินก็น่าจะอยู่หนึ่งใน 5 ถ้านับดาราชายที่อยู่บนจุดสูงสุดของวงการ ได้โดยไม่ต้องอาสัยหน้าตาที่หลอเหลา หลิวชิงหวิน เป็นหนึ่งในสามแน่นอน และถ้านับดาราชายอันเป็นสัญลักษณ์แห่งหนังอาญากรรม ตระกูลหนังอันยิ่งใหญ่แห่งฮ่องกง หลิวชิงหลิน ไม่อันดับหนึ่งก็สอง และใบหน้าแรกที่จะนึกถึงในหนังของตู้ฉีฟง หลิวชิงหวิน เป็นคำตอบเดียว
ปี 2007 เขากลับมาสู่แวดวงที่คุ้นเคยเรื่องราวในโลกมืด ตำรวจ ผู้ร้าย กับทีมงานที่คุ้นเคย ตู้ฉีฟง ไวกาไฟ และบริษัท Milkyway Image Production กับหนังอาญากรรม ที่ชื่อว่า Mad Detective หนังผสมเรื่องราวสืบสวนสอบสวน เข้ากับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ กลายเป็นงานที่รสชาติแตกต่าง จากงานประเภทเดียวกันในวงการภาพยนตร์โลก

อาเหอ (แอนดี้ อัน) นายตำรวจหนุ่มหน้าใหม่ ก้าวเข้ามาในสำนักงานตำรวจแห่งหนึ่งในการทำงานวันแรก กลับต้องตกตะลึงกับความบ้าคลั่งของ อาปัน (หลิวชิงหวิน) นายตำรวจรุ่นพี่ที่ต้องเขาร่วมงานด้วย อาปัน แห่งหน่วยสืบสวนสอบสวน มีวิธีการคลีคลายคดีที่ไม่ว่าใคร ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ เขาลงมือ “รวมบทบาท” เป็นฆาตรกรโรคจิตจอมเสียบ ด้วยการใช้มีดอีโต้ กระซวกใส่ศพหมูที่ห้อยอยู่กลางห้อง เพื่อค้นหาแรงจูงใจของคนร้าย อาปันยัดตัวเองลงไปในกระเป๋าเดินทางใบจิ๋ว แล้วให้คู่หูกลิ้งกระเป๋าลงจากบันใดขั้นสูง เพื่อค้นหาความรู้สึกของเหยื่อ
ถึงแม้วิธีการของเขาจะได้ผล สามารถคลี่คลายคดีได้อย่างหมดจด แต่ความคลุ้มคลั่งหลุดโลก กลับเป็นที่กล่าวขานถึงมากกว่า แต่แล้วอาเหอ มีโอกาศได้ร่วมงานกับนายตำรวจผู้โด่งดังเพียงสองวัน เมื่อในวันหนึ่งเมื่องานอำลาจากการเกษียญของสารวัตประจำโรงพัก อาปัน ยืนยันความบ้าของตัวเอง เขาใช้มืดตัดหูสดๆ ของตัวเองมอบเป็นของขวัญแก่ผู้บังคับบัญชาที่เขานับถือ เมื่อความบ้ามาถึงขีดสุด อาชีพตำรวจของเขาก็จบลงในวันนั้นเอง

เรื่องราวปล่อยผ่านไปอีก 5 ปี อาเหอ ก้าวไปสู่ความการเป็นความเป็นมือาชีพ มือหนึ่งแห่งแผนกสอบสวนเต็มตัว แต่แล้วก็เกิดคดีที่ อาเหา ขบไม่แตก เมื่อจนแต้มตำรวจหนุ่มตัดสินใจ เดินทางไปหา อดีตคู่หูสองวันของเขา เพื่อขอคำปรึกษา ถึงคดีการหายตัวของตำรวจนายหนึ่ง ที่ต่อกลับเกิดคดีปล้นฆ่าจากปืน และกระสุนของตำรวจนายนั้น การเจอกันอีกครั้งอาเหอถึงได้ทราบว่า เบื้องหลังแห่งความบ้าคลั่งนั้นแฝงไว้ด้วยความสามารถพิเศษบางอย่าง
การสืบสวนด้วยวิธีผิดธรรมทั้งหลาย กลายเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อ อาเหอได้ทราบถึงเบื้องหลังพฤติกรรม อันแปลกประหลาดทั้งหลายของตำรวจรุ่นพี่ อาปัน สามารถมองเห็น “ตัวตนที่ซ่อนของมนุษย์” (Inner Personality) เราทุกคนมีรูปลักษณ์ที่เป็นเนื้อหนัง อันสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ อาปันมีตาพิเศษที่มองเห็นบุคคลิคที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ชายวัยทองท่าทางใจเย็น กลับซ้อนไว้ด้วยตัวตนที่เป็นอาเจ๊ปากตลาด ชายหนุ่มกำยำแข็งแกร่ง ซ้อนความเป็นเด็กอ่อนแอปวกเปียก สาวหน้าจืดกับซ้อนด้วยภาพของสาวแสบตัวร้าย
อาปันตัดสินใจตอบรับคำข้อร้องจากรุ่นน้อง ถึงแม้นั่นจะสร้างความเดือดดาลแก่ภรรยาสาวสวย (หลินซีเหลย) ที่คัดค้านอย่างหัวชนฝา การกลับสู่สังเวียนแห่งการสืบสวน นั้นหมายถึงการกลับคืนสู่ ความคลั่งของ อาปัน อย่างหลีกเลี้ยงไม่ได้

ตู้ฉีฟง กับไวกาไฟ เคยต่อยอดแนวคิด “คนเห็นผี” ของ The Sixth Sense ด้วยการนำเสนอไอเดียว “คนเห็นกรรมเก่า” ใน Running On Karma มาแล้ว ใน Mad Detective นักทำหนังทั้งสองได้สนใจว่า “พลังพิเศษ” ของตัวละครจะสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง ในทางตรงกันข้าม คนทำหนังทั้งสองคน สนใจมากกว่าว่า พลังพิเศษ ที่ให้อำนาจในการเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น “จะเปลี่ยนเราไปเป็นยังไง” พระหนุ่มผู้มองเห็นกรรมใน Running On Karma ยอมแพ้ต่อโชคชตา ใมเมื่อรู้ว่าเราไม่มีทางการแก้ไขกรรมเก่าได้ เช่นเดียวกันกัน อาปัน เขาสิ้นหวังต่อความเป็นมนุษย์ เมื่อมองเห็นหน้ากาก และตัวตนที่อันน่ารังเกียจ น่าขยักแขยง อ่อนแอ หมดสิ้นคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ เป็นภาพที่น่าสนุก และสร้างสรรค์อยู่ไม่น้อย

ถึงแม้มีวัดถุดิบ และไอเดียชั้นดี หนังไม่ได้ใช้ ไอเดียที่ว่าอย่างฉาบฉวย ด้วยทางออกง่ายๆ อย่างการใช้ความสามารถพิเศษของตัวเอกในการสืบสวนคดี หาแบะแส เพราะหนังเรียกว่า เฉลยกันตั้งแต่วินาทีแรกกันเลยว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ร้าย รายละเอียการสืบสวนก็ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นอะไรมากมาย ตู้ฉีฟง กับไวกาไฟ กลับใช้เรื่องราวของพลังพิเศษ สะท้อนสภาพจิตใจอันแหลกสลาย สับสน ต่อความหมดสิ้นศรัธทาในความเป็นมนุษย์ ของตัวเอง ในโลกที่เต็มไปด้วยภาพหลอน แห่งความเลวร้าย ความอ่อนแอ ที่อาปันต้องเผชิญมาตลอด ส่วนตำรวจหนุ่มอย่างอาเหอที่เข้าสู่ของของ อาปัน ด้วยความสงสัยใครรู้ก่อนจะถูก ถล้ำลึกลงไปในโลกแห่งความกลัว
นอกจากในทางเนื้อหาแล้ว มุกของ “การมองเห็นตัวตนที่ซ่อนอยู่ของมนุษย์” ถูกนำมาใช้สร้างความสนุกสนาน น่าตื่นตาตื่นใจ ทางภาพ และเป็นจุดหักมุมสร้างความ แปลกใจให้กับคนดูได้ตลอดเรื่อง การถ่ายทำ “ตัวตนที่ซ่อนอยู่” นั้นไม่ได้พึ่งพิงเทคนิคพิเศษ ทางภาพอะไรให้วุ่นวาย ตรงกันข้าม “ตัวตนที่ซ่อนอยู่” นั้นถูกสร้างอย่างง่ายๆ ด้วยการใช้ดาราอีกคน มายืนข้างๆ หรือดัดสลับระหว่างสองตัวละคร เพื่อแสดงให้เห็นถึง ตัวตนหลากหลาย ของตัวละครตัวหนึ่ง เพื่อแสดงออกถึงความคิด ความเห็น ความรู้สึก โกรธ อดกลั้น กลัว ฯลฯ ที่ถูกซ้อนไว้ของตัวละคร การนำเสนอเรื่องราว และภาพแห่งความน่าสนใจ ดังกล่าวถือว่าสร้างสรรค์ สามารถฉีกแนว สร้างมุมมองใหม่ให้กับหนังประเภท คนเห็น …. ได้ดี และน่าชื่นชม
ตัวอย่างภาพการมองเห็น ตัวตนที่ซ่อนไว้ 1: ตำรวจท่าทางหงิมๆ มีอีกตัวตนเป็นสาวใหญ่ปากจัด

ตัวอย่างภาพการมองเห็น ตัวตนที่ซ่อนไว้ 2: นักเรียนสาวจืดกำลังถูก ตัวตนที่ซ่อนไว้ ยุแยงตะแคงรั่ว ให้ขโยมของในร้านชำ

อย่างไรก็ตามนักวิจารณ์แห่ง lovehkfilm.com ก็ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการนำเสนอเรื่องราวดังกล่าวของ Mad Detective ที่แตกต่างจากหนัง คนเห็นผี แบบ The Sixth Sense หรือ The Eye ที่มุ่งนำเสนอเรื่องราวเหนือธรรมชาติด้วยความสมจริงสมจัง แต่การเล่าเรื่อง และเสนอภาพของ “ตัวตนที่ซ่อนอยู่” ใน Mad Detective นั้นสร้างออกมาในลีลา ที่ให้อารมณ์ของความตลกร้าย ประชดประชัน ที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนการนำเสอนแบบสมจริง ด้วยเหตุนี้มีความเป็นไปได้ไม่น้อย ที่คนดูบางส่วนจะไม่เก็ต และพานจะรำคาญหนังได้อยู่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามก็ต้องชื่นชมนักแสดงในเรื่อง ทั้งบทคน และบทตัวตน ที่สวมบทหน้าตาย หน้าเป็นกันได้อย่างสนุกสนาน เหนืออื่นใด หลิวชิงหวิน กลับการกลับสู่แสดงเวอร์ชั่น เถื่อน และบ้าได้อย่างทรงพลัง หลังจากพรรคหลังเขาห่างหายจากบทประเภทนี้ไปนาน
หนังอาจจะไม่ถูกใจผู้ชมทุกคน แต่ผมยินดีที่จะเรียกว่า Mad Detective เป็นงานท็อปฟอร์มของตู้ฉีฟง กับไวกาไฟ ผสมข้อดีของทั้งสองคู่หูลีลา การเล่าเรื่องของตู้ฉีฟง และเนื้อหาการตีความศาสนาพุทธของ ไวกาไฟ อันว่าด้วยการปล่อยวาง ต่อความดี ความเลว และทำความเข้าใจต่อมนุษย์ในฐานะสัตว์โลกอันอ่อนแอ

- Credits
บริษัทผู้สร้าง – Milkyway Image Production
กำกับ – Johnnie To Kei-Fung, Wai Ka-Fai
อำนวยการสร้าง - Johnnie To Kei-Fung
บทภาพยนตร์ - Wai Ka-Fai, Au Kin-Yee
กำกับภาพ – Cheng Siu-keung
ตัดต่อ - Tina Baz
เทคนิคพิเศษทางภาพ - Wong Lai Kuen
ดนตรีประกอบ - Xavier Jamaux
กำกับศิลป์ - Raymond Chan
ออกแบบเครื่องแต่งกาย - Stanley Cheung
แสดงนำ – Lau Ching-Wan, Andy On Chi-Kit, Kelly Lin, Gordon Lam Ka-Tung, Lau Kam-Ling, Lam Suet, Eddie Cheung Siu-Fai, Flora Chan Wai-Shan, Eddy Ko Hung, Wong Wah-Ho, Jo Koo - Ratings: 4.5/5
Tags: Andy On, ตู้ฉีฟง, หลินซีเหลย, หลิวชิงหวิน, Milkyway
You can comment below, or link to this permanent URL from your own site.
มีนาคม 3, 2008 at 3:55 am
จำได้ว่าเห็นหน้าแกตั้งแต่เด็กแล้ว ไหงตอนนี้หน้าตาไม่เปลี่ยนเลยนะนั่น
เมษายน 8, 2008 at 5:42 pm
สุดยอดนักแสดงในดวงใจโดยเฉพาะ เจ้าพ่อตลาดหุ้น อันลือลั่นทั่วเกาะฮ่องกง
สิงหาคม 2, 2008 at 11:01 am
ยอมรับว่า หลิวชิงหวินแกแน่จริง ๆ
เห็นแกมาตั้งแต่ตอนเล่นเป็นตัวประกอบในหนังวิ่งสู้ฟัด 2 ของเฉินหลง
มาถึงตอนนี้ก็นับว่าแกมาได้ไกลจริงๆ
เมื่อสองปีก่อนมั้ง ผมไปเจอแกที่สยามพารากอน
ก็ดูดีกว่าในหนังนะครับ เท่ห์ดี
ตุลาคม 23, 2008 at 10:24 am
[...] หนังที่ผสมเรื่องอาชญากรรม เข้ากับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ หลิวชิงหวินเป็นตำรวจที่มีพลังจิตพิเศษ ที่ช่วยให้สามารถไขคดียากๆ ได้ แทนที่จะเป็นเรื่องดีกลับทำให้เขาสติแตก อ่านบทวิจารณ์เพิ่มเติมได้ที่นี่ [...]
มกราคม 19, 2009 at 2:31 pm
เพิ่งดูหนังจบไปเมื่อกี้นี้ (ขอบคุณที่ในที่สุด ROSE VIDEOก็ออกแผ่นลิขสิทธิ์มา ) หนังเจ๋งมากๆจริงๆครับ
ลำพังแค่ฉากสามเส้าของพระเอกกับเมียตัวจริง และเมียใต้สำนึกก็กินขาดแล้ว!
มกราคม 29, 2009 at 5:35 pm
เมื่อกี๊เพิ่งดูจบไป ต้องบอก ผมติดตามหนังของตู้ฉีฟงตั้งแต่เด็กๆแล้ว
ที่ผ่านๆตาก็มี ผู้หญิงข้า ใครอย่าแตะ ภาค 3 และ สวยประหาร
มาติดตามแบบจริงจัง ก็ต้องที่ได้ดู ptu ซึงทำให้ผมรักในผลงานของตู้ฉีฟงนับแต่นั้นเป็นต้นมา
สำหรับเรื่องนี้ mad detective ผมว่าเป็นหนังที่ซับซ้อนที่สุดของตู้ฉีฟงเลยล่ะคับ
กุมภาพันธ์ 2, 2009 at 11:53 pm
[...] และแผ่นดีวีดี ครับ Mad Detective – review -dvd Butterfly Lovers – review – [...]
กุมภาพันธ์ 3, 2009 at 12:01 pm
หลิวชิงวิน รูปไม่หล่อ แต่เล่นหนังเก่งดูไปดูมา เริ่มเหมือนจะเท่
แต่หนังของตู้ฉีฟง บางเรื่องก็สนุก บางเรื่องออกฝืด