Just Another Pandora Box : กังฟู 3 ก๊กไซอิ๋วแพนด้าหมัดเทวดา (Jeffry Lau, 2010)

Just Another Pandora’s Box หนังตลกรวมดาราของผู้กำกันหนังฮาเบอร์ต้น ๆ (ที่พักหลังมุกเริ่มฝืด) อย่าง เจฟฟรี เลา มีความน่าสนใจอยู่บ้างบางประการ จากทั้งการเป็นงานประเภท ‘หนังล้อหนัง’ ที่แฟน ๆ หนังจีนคงอยากเห็นงานอย่าง Red Cliff, House of Flying Daggers, CJ7 หรือ Kung Fu Panda โดนล้อเลียนแบบหนังฝรั่งดูบ้าง คำถามคือหนังจะฮาหรือฝืด ตอบกันชัด ๆ ตรงนี้เลยครับว่า ….. ฝืดดดดดดดดดดดดด สนิท (เพิ่มเติม…)

Mismatched Couples (Yuen Wo-Ping, 1985)

Mismatched Couples เปิดฉากด้วยท่าเต้นแบรกแดนซ์ของ ดอนนี่ เยน aka เจินจื่อตัน aka อาจารย์ยิปมัน ในวัยหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวกับบทตลกในแบบที่เราคงไม่ได้เห็นบ่อยนัก ในหนังของเขาในปัจจุบัน ผลงานของปรามจารย์กังฟู หยวนวูปิง เรื่องนี้มีจุดขายสำคัญที่สุดก็คือ วัฒนธรรมวัยรุ่นยุค 80s เป็นงานเก่า ๆ ประหลาด ๆ ของยอดนักบู๊ดาวเด่นยุคปัจจุบันนี้ที่น่าสนใจดีเหมือนกัน (เพิ่มเติม…)

Tracing Shadow (2009, Francis Ng)

Tracing Shadow หนังกำลังภายในตลกฟอร์มเล็กๆ ที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย นอกจากเป็นผลงานการกำกับของนักแสดงชื่อดังคนหนึ่งในวงการแล้ว ยังเป็นหนังกำลังภายในที่นำเสนอสไตล์แบบฮ่องกงแท้ๆ ซึ่งหาไม่ง่ายนักในปัจจุบัน นำแสดงโดย อู๋เจิ่นอวี้, หลิวเต๋อหัว ?, หลี่เหลียนเจี๋ย? และ เฉินหลง? (เพิ่มเติม…)

The Warlord – ไอ้เฮงออกศึก (1972, Li Han-Hsiang)

The Warlord หรือ ไอ้เฮงออกศึก หนังของชอว์บราเดอร์ และผู้กำกับหลี่ฮั่นเสียง ที่กลับมาทำหนังให้กับบริษัทอีกครั้งหลังจากแยกทางฉายเดี่ยว ไปทำหนังยังไต้หวันอยู่หลายปี หนังได้ดาราตลกระดับ King of Comedy แห่งยุค 70 – 80 อย่าง ไมเคิล ฮุย กระโดดจากจอโทรทัศน์มาสู่โรงภาพยนตร์เป็นครั้งแรก แตกต่างจากหนังตลกภาษากวางตุ้ง และเรื่องราวร่วมสมัย ที่ทำให้ ดาวตลกผู้นี่โด่งดัง The Warlord เป็นหนังภาษาแมนดาริน มีฉากหลังย้อนไปในสมัยราชวงศ์ชิง ในยุคสงครามกลางเมือง (เพิ่มเติม…)

Laughing Times – ซือแป๋ แซ่ตลก (1981, John Woo)

ถ้าจะพูดถึงหนังเรื่อง Laughing Times ในวันนี้ แน่นอนว่าข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้คงจะไม่พ้น ความน่าสนใจในฐานหนัง เป็นผลงานในยุคเริ่มแรกการทำงานของ จอห์น วู ชายผู้พิศมัยการยิงปืนสองมือ นกพิราบ และมิตรภาพของสุภาพบุรุษ คนนั้น Laughing Times เป็นงานในสมัยที่เขา หากินอยู่กับการทำหนังตลกโปกฮา ก่อนที่จะสามารถค้นหาแนวทางเฉพาะตัว กับหนังแนวบู๊สนั้นอย่าง โหด เลว ดี ในอีกหลายปีต่อมา แล้วนอกจากนั้นแหละ? Laughing Times ยังมีอีกหลายมุมมองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะผลงานแสดงของ ซื่อเทียน คีแมนคนสำคัญ แห่งความรุ่งเรื่อง ของบริษัท Cinema City และวงการหนังฮ่องกงในยุค 80 (เพิ่มเติม…)

Crazy Safari – เทวดาท่าจะบ๊องส์ ภาคพิสดาร (1992, Billy Chan Wui-Ngai)

บางคนอาจจะมองว่านี้เป็นไอเดียที่เยี่ยม ขณะที่หลายคนบอกบ้ารึเปล่า แต่ยังไงๆ มันก็เกิดขึ้นไปแล้วละนะครับ สำหรับการ นำหนังสองเรื่องอย่าง ผีกัดอย่ากัดตอบ กับ เทวดาท่าจะบ๊อง (God Must Be Crazy, หนังตลกจากประเทศ) มาควบรวมกิจการกัน

งานนี้ดำเนินการโดย ทีมงาน และบริษัทจากฮ่องกง ที่ลงทุนว่าจ้าง เอา “นิเชา” หนุ่ม ชาวพื้นเมืองแห่ง ป่าทุ้งหญ้าประเทศ นามิเบีย ที่คนไทยเราก็รู้จักกันดี ให้มาแสดงหนังฮ่องกง ขณะเดียวกันก็ลงทุนส่ง ต้นตำรับอาจารย์ผีกัด หลินเจิ้งอิง บนไปถ่ายทำหนังถึงประเทศนามิเบีย กันเลยทีเดียว

ในยุคนั้น Crazy Safari ถือเป็นเรื่องฮือฮาอยู่เหมือนกันนะครับ แม้เอามาดูในตอนนี้ หนังอาจจะดูเชยๆ ไปบ้างแต่ก็ได้อารมณ์ โหยหาอดีตอยู่พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการรำลึงถึง สองดาราตลกเปี่ยมเอกลักษณ์ ผู้ล่วงลับไปแล้วทั้งสอง (เพิ่มเติม…)

The House of 72 Tenants (1973, Chor Yuen)

The House of 72 Tenants เป็นหนึ่งในหนังแห่งประวัติศาสตร์ ของวงการภาพยนตร์ฮ่องกง ซึ่งถือ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ บริษัท ชอว์บราเดอร์ กลับมาทำหนังพูดภาษากวางตุ้งอีกครั้ง ที่แม้กระทั่งความตายของบรูซ ลี ก็ไม่อาจทำให้หนังเรื่อง Enter The Dragon ยืดระยะการเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาล ของฮ่องกงได้วยความแรงของ The House of 72 Tenants นี้เอง (เพิ่มเติม…)

Heavenly Kings (2006, Daniel Wu)

ก่อนหน้าปี 1996 หรือเมื่อสิบกว่าปีก่อน มีนักร้องเพลงภาษากวางตุ้งชายสี่คน ถูกขนานนามว่า “สี่จตุรเทพ” กัวะฟู่เฉิง, หลิวเต๋อหัว, หลี่หมิง และจางเซียะโหย่ว กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญ แห่งความรุ่งเรื่องของวงการเพลงฮ่องกง น่าเสียดายความรุ่งเรืองดังกล่าว ได้กลายเป็นภาพแห่งอดีตไปเสียแล้ว วงการเพลงที่เคยสร้างรายได้มากกว่า 1.68 พันล้านเหรียญฮ่องกง หดหายลงเหลือเพียงไม่ถึงครึ่ง

ในปี 2005 นักแสดงหนุ่มแห่งวงการภาพยนตร์ 4 คน อันประกอบไปด้วย เดเนียล วู (อู๋จิงจู), คอนรอย เฉิน (เฉินจื่อจง สามีของ โจซี่ โห ดาราไฮโซชื่อดังที่เป็นลูกสาวของ สแตนลี่ โห เจ้าพ่อบ่อนคาสิโนแห่งมาเก๊า), แอนดรู หลิน (หลินไห่ ดาราฮ่องกงที่ร่วมแสดง ในหนังร่วมทุนสร้างหลายประเทศเรื่อง The Coffin โลงสั่งตาย ที่พึ่งเข้าฉายในบ้านเราเร็วๆ นี้ไป) และเทอร์เรน หยินจื่อเหว่ย ได้ตัดสินใจที่จะ ชุบชีวิตวงการเพลงกวางตุ้ง ขึ้นมาอีกครั้ง วงบอยแบนด์ ALIVE ที่ถูกสื่อมวลชนขนามนามว่าเป็น F4 แห่งเกาะฮ่องกง ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยเหตุนี้ (เพิ่มเติม…)

High Risk – ตายยาก เพราะเธอเจ็บไม่ได้ (1995, Wong Jing)

อย่างที่ทราบกันดีนะครับ ในปีนี้ หลี่เหลียงเจี๋ย กับเฉินหลง จะมีโอกาศได้ร่วมงานกันเป็นครั้งแรก ในหนังฮอลลีวูดที่ชื่อว่า The Forbidden City แน่นอนว่านี้เป็นครั้งแรก ครั้งแรกก็หมายความว่าทั้งสองยอดนักบู๊ ไม่เคยพบ ไม่เคยเจอ ไม่เคยปะทะ บนจอภาพยนตร์ด้วยกันมากก่อน

แน่นว่าเฉินหลงไม่เคยแสดงหนังกับหลี่เหลียงเจี๋ยมากก่อนแน่ แต่ในฝั่งตรงกันข้าม เอาเข้าจริงๆ แล้ว อาจจะเรียกได้ว่า หลี่เหลียงเจี๋ย เคยแสดงกับ “ใคร” คนหนึ่งที่คลับคล้ายคลับคลา ว่าจะเป็นเฉินหลงมาก่อน เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว High Risk หนังของหลี่เหลียงเจี๋ย อีกเรื่องในยุค 90 ช่วงเวลาที่พ่อพระเอกกังฟูอยู่ระหว่าง “แยกกันอยู่” กับฉีเคอะที่ขัดแย้งกัน หลังจากพากันดังกับหนังชุดหวงเฟยหง หลี่เหลียงเจี๋ยหันไปร่วมงานกับเจ้าพ่อหนังตลก หวังจิง หนึ่งในผลงานที่ทั้งสองทำร่วมกันก็คือ High Risk ความน่าสนใจในหนังเรื่องนี้ ก็คือ นี้เป็นหนังที่สร้างเพื่อ การล้อเลียนเฉินหลง เป็นเหตุผลสำคัญ (เพิ่มเติม…)

The Haunted Cop Shop – ปราบผีขย่ำ ต้องตำให้มิดอก (1988, Jeffrey Lau)

The Haunted Cop Shop หนังประเภทผีกัดอีกเรื่องของคนฮ่องในยุค 80 ที่พยายามจะต่อยอด ขยายขอบเขตของงานประเภท นี้ให้ดูทันสมัยแปลกใหม่มากยิ่งขึ้น หนังเปิดเรื่องด้วย หลวงจีนลึกลับรูปหนึ่ง ที่ได้เดินทาง มาตักเตือนสารวัตรแห่งสถานีตำรวจฮ่องกง ถึงภัยที่จะมาถึงในอีก 7 วันข้างหน้า “เหล่าวิญญานร้ายจะสำแดงเดช สถานณีตำรวจแห่งนี้ จะเกิดเภยภัยขึ้น สิ่งต้องระวังไว้ให้ดีก็คือ หญิงที่ใส่เสื้อสีชมพู อย่าให้ได้กร่ำกรายเข้ามาในอาณาบริเรณของโรงพักเด็ดขาด” จนกระทั่ง อีกเจ็ดวันต่อมา …. (เพิ่มเติม…)

The Fake Ghost Catchers – เจ็ดดาว ถล่มอสูร (1982, Lau Kar-Leung)

The Fake Ghost Catchers เป็นหนึ่งใน งานชิ้นท้ายๆ ของพระเอกหนุ่ม ฟู่เซิง ก่อนที่จะเสียชีวิตไปในปี 1982 แน่นอนว่า ชื่อของเขาจะถูกยกเด่นเป็นสง่า อยู่ทุกครั้งเมื่อกล่าวถึงหนังเืรื่องนี้ แต่ที่จริงแล้ว ฟู่เซิง รับบทสมทบในเรื่องเท่านั้น พระเอกตัวจริงของเรื่อง เป็นดาราหนุ่มที่ชื่อว่า จางฉินเผิง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ชายแท้ๆ ของฟู่เซิงนั้นเอง

จางฉินเผิง แสดงเป็น โจวเผิง ไอ้หนุ่มดวงซวยที่หนีคดี หลังจากไปพบเห็นการกระทำความผิดของ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองชื่อ จูกัดเซิน (หวังหลงเหว่ย) มาอาศัยพึ่งพิงอยู่กับพี่ชาย เปาถั่ว (เสี่ยวโหว) ที่ทำงานเป็นเด็กรับใช้หมอผีชื่อดัง ที่เบื้องหลังเป็นเพียงหมอผีกำมะลอ หลอกลวงเงินชาวบ้าน โดยเฉพาะอยิ่างยิ่งพวกงมงาย ด้วยกลเม็ดสร้างผีเทียมขึ้นมา เป็นฝีมือของ เปาถั่ว นั้นเอง (เพิ่มเติม…)

The Dragon Lives Again – บรูซ ลี ตะลุยนรก (1977, Law Kei)

หลังจากเสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน ไปในวันที่ 20 กรกฎาคม ปี 1973 ขณะที่โลกกำลังร้องให้ ตัวของสุดยอดนักบู๊ บรูซ ลี กลับไปสร้างความแตกตื่นวุ่นวาย ให้กับอีกโลกอีกภพหนึ่ง นั้นก็คือโลกหลังความตาย !!!

The Dragon Lives Again หนังในแนว Bruceploitation หรือ หนังแนว บรูซ ลี ตัวปลอม ที่พกพาความบ้าครั้งชนิด คาดเดาไม่ถูก เมื่อหนังจับเอาบรูซ ลี ไปบู๊ในนรก ประจันบานกับ ดารา คนและดังจากโลกภาพยนตร์ทั้งจาก จีน ญี่ปุ่น และฮอลลีวูด อย่างสุดมัน (หรือสุดมั่ว) (เพิ่มเติม…)

The Clones of Bruce Lee (1977, Joseph Kong)

ในค่ำวันที่ 20 กรกฎาคม ปี 1973 รถพยาบาลนำตัวร่างของชายผู้หนึ่งส่ง โรงพยาบาลฮ่องกงอย่างเร่งด่วน คนไข้เกิดโรงหัวใจล้มเหลว อย่างเร่งด้วน โดยไม่ทราบสาเหตุ น่าเสียดายการรักษาไม่อาจทำได้ เพราะเขาได้เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบายแล้ว สิ่งที่สร้างความแตกตื่นแก่หมอ และพยาบาล ก็คือ ชายดังกล่าวก็คือ “บรูซ ลี” หรือ “หลี่เสี่ยวหลง” ราชานักบู๊ขวัญใจ ของคนฮ่องกง ไม่สิของคนทั่งโลกนั่นเอง The Clones of Bruce Lee บอกเล่าถงเรื่องราวลึกลับ ที่ถูกปิดซ้อนไว้หลังจากความตาย อันยิ่งใหญ่ กลับซ้อนไว้ด้วยแผนการน่าสะพรึงกลัว (เพิ่มเติม…)

Mr. Vampire 2- ผีกัดอย่ากัดตอบ 2 (1986, Ricky Lau)

หนังจากประสบความสำเร็จอย่างมหาศาจจาก ผีกัดอย่ากัดตอบ บริษัท Bo Ho Film ของหงจินเป่า ไม่รอให้โอกาสผ่านเลยไปโดยไม่ได้กอบโกย เร่งสร้างภาคสองตามติดอย่างทันท่วงที ในปีต่อมา พร้อมกับการกลับมาของหลินเจิ้งอิง ในบทอาจารย์ปราบผี อีกครั้ง

ถึงหนังจะได้ชื่อว่าเป็นภาคต่อ ทีมงานชุดเก่า นักแสดงหลายคนก็กลับมาแสดงในภาคต่อเป็นครั้งที่สอง แต่ที่จริงแล้วตัวหนังเอง ไม่ได้มีเนื้อหา ต่อเนื่องเกี่ยวข้องอะไรกันเลย ถ้าจะให้คำจำกัดความผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 2 สั้นๆ ก็คงจะได้ว่าเป็น การนำ ผีกัดอย่ากัดตอบ + E.T จนได้ออกมาเป็นหนัง ผีกัดอย่ากัดตอนที่สอง (เพิ่มเติม…)

Mr. Vampire – ผีกัดอย่ากัดตอบ (1985, Ricky Lau)

ถือเป็นตำนานบทหนึ่งของหนังฮ่องกงไปแล้วสำหรับ Mr.Vampire หนังสไตล์ผีกระโดด ที่ดังที่สุด และสร้างภาคต่อตามกันออกมาอีกหลายภาค (โดยแต่ละภาคไม่ได้มีเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกันเลย) ภาคแรกออกฉายในปี 1985 เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ นักพรตปราบผี(หลินเจิ้งอิง) ที่ต้องต่อกรกับผีดิบอันแสนน่ากลัว โดยได้รับการช่วยเหลือจากสองลูกศิษย์ตัวแสบ (เฉินเสี่ยวเห่า และ Ricky Hui) หนังทำออกมาได้ทั้งน่ากลัว (ที่มาดูในยุคนี้ความน่ากลัวคงลดน้อยไปตามกาลเวลา) ความขบขัน และที่สำคัญที่สุดคือหนังเต็มไปด้วยฉากแอ็กชั่นในแบบหนังกังฟู (เพิ่มเติม…)

The Odd Couple – จอมแสบมหาหิน (1979, Lau Kar-Wing)

by Somyos Thiamtawan

Odd Couple ถือเป็นผลงานภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของหงจินเป่า หนังไม่ได้ยอดเยี่ยมด้วยบทหนังหรือเนื้อเรื่อง แต่ Odd Couple โดดเด่นด้วยทีมนักแสดงชั้นยอดและฉากต่อสู้สุดมันส์ พร้อมกับองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซที่แฟน ๆ หนังกังฟูไม่ควรพลาดเลยทีเดียว (เพิ่มเติม…)

Dirty Tiger, Crazy Frog – กบแหย่เสือ (1978, Karl Maka)

by Somyos Thiamtawan

ก่อนที่จะร่วมทีมกันใน The Odd Couple เพียงปีเดียว หงจินเป่า และหลิวเจียหย่ง เคยแสดงหนังร่วมกันในหนังกังฟูคอเมดี้ ย้อนยุคระดับคลาสสิคเรื่องนี้มาแล้ว (และถือเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของทั้งคู่ด้วย) แค่ได้เห็นชื่อเรื่องแปลก ๆ อย่าง Dirty Tiger, Crazy Frog

ผมก็มั่นใจในทันทีเลยว่า นี่คือหนึ่งในหนังกังฟูที่ยอดเยี่ยมที่สุด เท่าที่เคยมีการสร้างกันมา ซึ่งถ้าคุณลองปิดหรือเปลี่ยนชื่อเรื่องชื่อนี้ คุณอาจจะไม่รู้สึกสนุกไปกับหนังเลยแม้แต่สักนิดเดียว จอมยุทธ์เสื้อเกราะอลเวง ถือเป็นผลงานแนวกังฟูคอเมดี้ระดับมาสเตอร์พีซของ เมาะเจีย และคู่ปรมาจารย์แห่งหนังแอคชั่นของเกาะฮ่องกงอย่าง หงจินเป่า และ หลิวเจียหย่ง เลยทีเดียวก็ว่าได้ (เพิ่มเติม…)

Kung Fu Vs. Acrobatic – เจาะตำนานยูไล (1990, Taylor Wong)

Kung Fu Vs. Acrobatic หนังตลก กังฟู แฟนตาซี ที่ผลิตโดยหวังจิง (เขียนบท) และแสดงนำโดยหลิวเต๋อหัว อีกเรื่องในต้นยุค 90 ที่เชื่อขนมกินได้เลยว่า ได้ หนังมี ความสนุกสนาน แบบหาสาระไม่ได้ ให้ชมกันอีกเช่นเคย อย่างไรก็ตาม Kung Fu Vs. Acrobatic ยังมีอะไรน่าสนใจอยู่บ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหาทางออกแปลกใหม่ให้กับหนังประเภทนี้ด้วยการ หยิบอารมณ์ถวินหาอดีต อันสวยงามแห่งหนังฮ่องกงยุคโบราณ มานำเสนอเป็นจุดขายหลัก (เพิ่มเติม…)

Kung Fu Dunk – กังฟูดังค์ ศึกบาสทะยานฟ้า (2008, Chu Yen-ping)

Kung Fu Dunk ผลงานลำดับที่ 4 ของนักร้องฮิปฮอบ อาร์แอนบี ชื่อดังว่าไต้หวัน โจวเจียหลุน หรือ เจย์ โชว (ที่แฟนพันธ์แท้บอกว่าต้องอ่านว่า “เจย์ โจว” ถึงจะถูก) ในจำนวนหนัง 3 เรื่องแรกของเขานับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม Initial D เจย์ โชว สร้างชื่อได้ในฐานะ ดาราหนังทำเงินมหาศาลกาดรางวัลนักแสดงหน้าใหม่จากหลายเวที ผลงานเรื่องที่สอง Curse of Golden Flower เขาได้มีโอกาสแสดงหนัง มหากาฬอลังการงานสร้าง และเปี่ยมไปด้วยเนื้อหาอันยิ่งใหญ่ของยอดผู้กำกับจีน จางอี้โหม่ว เมื่อปีที่แล้ว เขาก้าวไปอีกขั้น ด้วยการกำกับหนังเรื่องแรก The Secret หนังรักโรแมนติกที่แม้จะไม่ได้ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ แต่ก็เป็นงานที่หลายๆ คนชื่นชม

และแล้วในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่แฟนของพ่อหนุ่มชาวไต้หวันไม่อยากให้มาถึง วันที่เขา “พลาด” Kung Fu Dunk เป็นหนังที่ไม่สามารถไปได้ถึงศักยภาพความดังของ เจย์ โชว ด้วยประการทั้งปวง หนังมีฉากกังฟูที่หาความมันไม่เจอ เป็นหนังตลกที่ไม่รู้ว่าจะให้ฮากันตรงไหน เนื้อเรื่องสุดแสนจะน้ำเน่า เรียกว่าเป็นความน่าผิดหวังโดยแท้ (เพิ่มเติม…)

See You in You Tube (2008, Seven’s)

ชื่อหนังอินเทรนด์แบบนี้คงเดาไม่ยากนะครับว่า See You in You Tube จะเล่าเรื่องชีวิตร่วมสมัยของวัยรุ่น ในโลกแห่งเทคโนโลยี นอกจากจะพูดถึงวัยรุ่น กับชีวิตร่วมสมัยของพวกเขาแล้ว แล้ว See You in You Tube ยังนำเสนอด้วยภาพลักษณ์ และวิธีการที่ร่วมสมัย มีลีลาแนวทาง ที่ทางแปลกแตกต่าง จากหนังกระแสหลัก อาจจะเรียกว่าค่อนไปในทาง หนังทดลองที่ท้าทายทั้งคนทำ และคนดูอยู่ไม่น้อย (เพิ่มเติม…)

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.