Zodiac Killers (1991, Ann Hui) 3/5

Zodiac Killers ได้รับการตีตราให้เป็น “หนังห่วยที่สุด” ของ แอน ฮุย วีรสตรีหมายเลข 1 แห่งวงการภาพยนตร์ฮ่องกง … ว่ากันว่านี่คือความพยายามกับการสร้างหนังตลาดของผู้กำกับหญิงรายนี้ … หลังจากได้ดูแล้วก็ต้องยอมรับครับว่าหนังมีปัญหาจริง แต่ไม่รู้เพราะความเกรงต่อบารมีของ แอน ฮุย หรือว่าหลงเสน่ห์ จงฉู่หง กันแบบถอนตัวไม่ขึ้นกันแน่ เพราะผมคิดว่า Zodiac Killers ไม่ได้แย่อย่างที่หลาย ๆ คนเขาว่ากัน (เพิ่มเติม…)

Summer Palace – วังวนหัวใจรัก (2006, Lou Ye)

Summer Palace ผลงานของผู้กำกับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ลู่เย่ สร้างชื่อในเสียงในระดับสากลด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่งหนังได้รับเลือกเข้าฉาย ในสายประกวดเทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อปี 2006 เช่นเดียวกับหนังการเมืองของจีน นับตั้งแต่รุ่นที่ 5 เป็นต้นมาที่ “การโดนแบนจากรัฐบาลจีน” กลายเป็นเครื่องหมายการค้า กลายเป็นการประกาศเกียรติคุณ

ผลงานของ ลูเย่ เป็นหนึ่งในงานที่ถูกโฆษณาด้วยความฮือฉาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโจ่งแจ้งในฉากทางเพศของตัวละคร แต่อย่างน้อยเนื้อในของหนังก็ยังทรงคุณค่า เขาเล่าเรื่องด้วยอารมณ์ความรู้สึก เป็นบทบันทึกแห่งยุคสมัย ความโดดเด่นที่แท้จริงของหนังก็คือ Summer Palace สามารถเล่าเรื่องความตึงเครียดทางการเมือง ของประเทศจีนในยุคเติ้งเสี่ยวผิง โดยฝ่านชีวิตของเด็กใจแตก สาวใจง่าย ผู้ที่กลายมาเป็นตัวแทนแห่งความรู้สึกแห่งหนุ่มสาวในยุคนั้นทุกคน (เพิ่มเติม…)

Forever Enthralled (2008, Chen Kaige)

Forever Enthralled ผลงานชิ้นใหม่ของ เฉินกายเค่อ ที่หยิบเรื่องราวของงิ้ว และประวัติศาสตร์จีนมาเล่าอีกครั้ง Forever Enthralled อาจจะอยู่ในระดับน่าระดับน่าพอใจ แต่ เทียบเคียงกับ Farewell My Concubine หรือหนังที่เรียกว่าเป็น มาสเตอร์พีส ของผู้กำกับ หนังสนุกน้อยกว่า ลึกซึ้งน้อยกว่า และหลี่หมิง ถูกขโมยซีนโดยนักแสดงที่แสดงเป็นตัวละครของเขา ในวัยหนุ่ม (เพิ่มเติม…)

Everlasting Regret (2005, Stanley Kwan Kam-Pang)

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนแนะนำหนังเท่าไหร่ เน้นข่าวเป็นส่วนใหญ่ เลยขอหากินง่ายนิดหน่อย หยิบเอาหนังเก่าที่เคยเขียนถึงมาแล้ว มาลงอีกครั้ง Everlasting Regret งานของเจิ้งซิ่วเหวิน และสแตนลี่ กวาน ที่คุณภาพกลางๆ แต่เป็นความประทับใจส่วนตัวของผมเองนะครับ

Everlasting Regret เล่าเรื่องของชีวิตตลอด 40 ปีของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่านทั้งความรุ่งโรจน์ และตกต่ำ ผ่านความเปลี่ยนแปลงของสังคม สิ่งเดียวที่เธอโหยหาอยู่ตลอดเวลาก็คือการความรัก จากชายคนแล้วคนเล่า ที่ถึงที่สุดแล้วก็ไม่มีใครมอบสิ่งที่สมบูรณ์ที่สุดให้กับเธอได้ จวบจนวินาทีสุดท้ายแห่งชีวิต (เพิ่มเติม…)

The Way We Are (Ann Hui On-Wah, 2008)

The Way We Are ผลงานใหม่ของแอนฮุย ได้รับรางวัลจากหลายเวที และถูกยกย่องจากหลายสำนัก ให้เป็นหนังฮ่องกงที่น่าสนใจที่สุดเรื่องหนึ่งในปี 2008 กับหนังที่พูดถึงชีวิตปกติธรรมดา ของของชนชั้นสามัญในฮ่องกงได้อย่างงดงาม

ในขณะที่ ผู้กำกับรุ่นเดียวกันส่วนใหญ่ถ้าไม่หายหน้าหาตา หมดรุ่นหมดไฟไปกันหมดแล้ว แอน ฮุย ยังคงรักษาสถานภาพณ์ ความสม่ำเสมอ และรักษาความน่าสนใจอยู่ได้ งานใหม่ของเธอ The Way We Are ยังคงพูดถึงเรื่องราวชีวิต ของหญิงวัยหมดประจำเดือน เช่นเดียวกับงานชิ้นก่อน (Post Modern-Life of My Aunt) (เพิ่มเติม…)

The Lunatics (1986, Derek Yee)

The Lunatics เป็นผลงานกำกับเรื่องแรกของ เอ๋อตงเซิง หนังเปลี่ยนสถานภาพของเขาจาก พระเอกหนุ่มหนังกำลังภายใน (ที่กำลังเริ่มตกรุ่น) มาเป็นผู้กำกับหนังแถวหน้าของฮ่องกง (และยังคงเป็นอยู่จนถึงทุกวันนี้) หนังเรื่องนี้แตกต่างจากงานช่วงหลัง หรือพูดอีกอย่างว่างานที่ทำให้เอ๋อตงเซิน โด่งดัง อย่างหนังรักโรแมนติก The Lunatics เป็นหนังชีวิตที่มีเนื้อหาซีเรียสจริงจัง และมีท่ทีประณีประนอมน้อยมาก (เพิ่มเติม…)

City Without Baseball (2008, Lawrance Amon, Scud)

City Without Baseball เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากเรื่องจริง ของทีมกีฬาเบสบอลจากฮ่องกง ที่ไปชนะในการแข่งขันนานาชาติ หนังเล่าเรื่องด้วยความสมจริงสมจัง ถึงกีฬาท้องถิ่นที่ไม่ได้รับความสนใจในสังคมส่วนใหญ่ ที่คงไม่อาจทำให้หนังได้รับความสนใจขึ้นมาได้มากนัก หากแต่เป็นความใจกล้าอย่างคาดไม่ถึงของนักแสดง และฉากเปลือยด้านหน้าของ หนุ่มๆ ในเรื่องต่างหากที่ทำให้หนังเป็นที่พูดถึงกันในวงกว้าง (เพิ่มเติม…)

Eighteen Springs (1996, Ann Hui)

Eighteen Springs เป็นหนังโรแมนติกย้อนยุคของ แอน ฮุย นำแสดงโดย หลี่หมิง, อู๋เชี่ยนเหลียน และเหมยเยี่ยฟาง มีดารารุ่นเดอะอย่าง หวังอยู่ เป็นผู้อำนวยการสร้าง หนังเป็นการดัดแปลมาจากนิยายของ จางเจียหลิง งานของ จางเจียหลิง ถูกนำมาสร้างเป็นหนัง และละคร หลายเรื่องตั้งแต่ยุคหนังขาวดำ จนมาถึงปัจจุบัน และที่ผ่านตากันไปก็คือ หนังเรื่อง Lust, Caution ของอังลี อันโด่งดังนั้นเอง

ผู้กำกับหญิง แอน ฮุย เองเคยดัดแปลงหนังของ จางเจียหลิง มาแล้วหนึ่งครั้งในยุค 80 คือหนังเรื่อง Love in the Falled City ผลออกมาไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก นี้จึงเป็นเหมือนการแก้ตัวกลายๆ จะว่าไปแล้วงานของจางเจียหลิง ก็ดูเข้าจะทางกับงานหนังของแอน ฮุย อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการพูดถึง เรื่องผู้หญิง และยุคสมัย

หนังได้รับคำวิจารณ์ก้ำๆ กึ่งๆ บ้างก็บอกว่าหนังลุ่มลึกดี แต่ความน่าเชื่อถือถูกทำลายด้วยภาคโปรดักชั่นที่ไม่สมจริง ขณะที่นักดูหนังบางส่วนโจมตีความจืดชืดของหนัง ส่วนตัวผมกลับประทับใจในหนังมากๆ Eighteen Springs ประสบความสำเร็จในการเล่าเรื่องน้ำเน่าเมโลดราม่า ให้ออกมาน่าเชื่อถือ การแสดงของดาราทั้งหมดยังยอดเยี่ยม สำหรับนางเอกอู๋เชี่ยนเหลียน นี่คืองานที่ดีที่สุดของเธอ (เพิ่มเติม…)

Run Papa Run (2008, Sylvia Chang Ai-Chia)

วงการหนังฮ่องกงน่าจะเป็นแหล่งที่มีการผลิตหนังมาเฟียแก็งสเตอร์ กันออกมามากที่สุดในโลก หนังเรื่อง Run Papa Run เป็นหนังแนวนี้ที่ออกฉายในปี 2008 ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ฮ่องกงยังมีไอเดียมากมายเกี่ยวกับหนังตระกูลนี้ สิ่งที่แตกต่างจากหนังมาเฟียเรื่องอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง (เพิ่มเติม…)

Ah Kam (1996, Ann Hui An-Wah)

หนังเรื่อง Ah Kam ของผู้กำกับหญิงคนเก่งแห่งฮ่องกง นั้นเล่าเรื่อง เบื้องหลังของคนวงการภาพยนตร์ แน่นอนว่าสำหรับ วงการภาพยนตร์ฮ่องกง ความน่าสนใจส่วนใหญ่ต้องตกอยู่กับ หนังแอ็กชั่นกังฟูกำลังภายในอย่างแน่นอน

แอน ฮุย พาเราไปพบกับบุคคล ที่ถือได้ว่าเป็นชนกลุ่มน้อย ของโลกหนังแอ็กชั่น สตั้นแมนหญิง หนังนำเสนอด้วยลีลาสมจริง บางฉากเรียกว่าใกล้เคียงสารคดีด้วยซ้ำไป ด้วยคุณลักษณะแบบนี้ หนังก็น่าจะเป็นที่ถูกใจนักวิจารณ์อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาศให้ ดาราหญิงแอ็กชั่นอย่าง หยังจื่อฉุน ได้มีโอกาส ได้รับบทในทางลึกซึ้งบ้าง แต่ผลที่ออกมากลับไม่เป็นเช่นนั้น หนังได้รับคำวิจารณ์ค่อนไปทางลบ เป็นส่วนใหญ่ ผมเองก็ไม่ได้อ่านรายละเอียดเท่าไหร่ จนได้มาถึงดูหนังเอง จึงได้ถึงบ้างอ้อ เพราะหนังมีปัญหาอย่างเค้าว่าจริงๆ (เพิ่มเติม…)

Painted Faces – ชิเสี่ยวฟุ โรงเรียนฝึกเฉินหลง (1988, Alex Law)

ก่อนจะก้าวมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ ได้พบกับความสำเร็จอย่างที่เป็นอยู่ ทุกวันนี้ เฉินหลง หงจินเป่า และหยวนเปียว ผ่านการต่อสู้ ดิ้นรนมากมายกว่าจะได้พบกับในเส้นทางอันยิ่งใหญ่ทั้ง ทำงานหนัก และอดทนกับอาชีพตัวประกอบ และสตั้นแมน หรือแม้กระทั่งการประทังชีวิตด้วยการหางานอื่นๆ นอกวงการภภาพยนตร์ทำอย่างงานกรรมกร ก่อสร้าง แม้กระทั่งเดินทางทำงานยังต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงจุดเริ่มต้น ชีวิตในฐานะนักแสดงของเฉินหลง และพวกพ้อง ก็คือช่วงเวลาในสมัยยักเด็ก ที่เป็นนักแสดงงิ้ว การฝึกฝนอันหนักหน่วง ทั้งการแสดง และทักษะทางร่างกาย กลายเป็นต้นทุนสำคัญ ที่สร้างให้ พวกเขาสร้างชื่อ ในวงการภาพยนตร์ และสร้างความแตกต่างจากนักแสดงนำทั่วไป ในขณะนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เฉินหลง หงจินเป่า และหยวนเปียวเท่านั้น ดารา และคนทำหนังชื่อดังอย่าง หยวนหัว, หยวน ขุย และหยวนเต๋อ ก็เป็นผลผลิตจากโรงเรียนแห่งนี้

ภาพยนตร์เรื่อง Painted Faces หรือ ชิเสี่ยวฟุ เล่าเรื่องความทรงจำ ในช่วงนี้ของเฉินหลง และพี่น้อง เป็นความทรงจำที่เขาให้ความหมายว่า “ทั้งรักและเกลียด” รักอาจารย์ และพี่น้องทุกคน ขณะเดียวกัน การฝึกฝนอันเข้มงวด การลงโทษอันแสนสาหัส ก็เป็นสิ่งที่เฉินหลง บอกว่ายากจะลืมจริงๆ (เพิ่มเติม…)

Whisper and Moans (2007, Herman Yau)

ฮ่องกงนั้นเป็นประเทศที่นิยมสร้างหนัง ที่เล่าเรื่องชีวิตของ การค้าบริการทางเพศ กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อย่างต่อเนื่อง ยาวนานมาหลายสิบปีแล้ว วนเวียนกันไปทุกแนว ไม่ว่าจะเป็น หนังชีวิต สะท้อนสังคม ตลก โรแมนติก หรือกระทั่งกำลังภายใน และที่เป็นล่ำเป็นสันที่สุด เห็นจะเป็นงานในประเภทหนังเกรด 3

Whisper and Moans ของผู้กำกับ เฮอร์แมน เหยา เป็นงานในแนวทางที่ว่านี้ เรื่องล่าสุดที่ออกฉายไปเมื่อปี 2007 หนังแสดงเจตจำนงอย่างแนวแน่ ที่จะนำเสนอเรื่องราวของ ผู้ขายบริการ อย่างสมจริง และให้ความเป็นธรรม โดยเล่าเรื่องในแนวทางหนัง “หลายชีวิต” ตัดต่อเรื่องราวสลับสับเปลี่ยน เล่าเรื่อง 10 วันในชีวิตของเหล่าหญิงบริการ หนังสร้างจากนิยายชื่อเดียวกันของนักเขียนชาวฮ่องกง หยางหยีซาน ที่ร่วมเขียนบทภาพนตร์ด้วย (เพิ่มเติม…)

Assembly – วีระบุรุษ เลือดล้างแผ่นดิน (2007, Feng Xiao-Gang)

คงไม่ใช่เรื่องผิดที่จะเรียก Assembly ว่าเป็น “Saving Private Ryan” ของจีน หนังอเมริกันปี 1998 เรื่องนั้นมีอิทธิพลต่อ วิธีการนำเสนอหนังสงคราม อย่างมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะหนังจากประเทศฝั่งตะวันตก หรือฝั่งตะวันออก ที่คนทำหนังแต่ละประเทศ เมื่อได้ชม Saving Private Ryan แล้วก็คงนึกอย่าง เล่าเรื่องสงครามในประวัติศาสตร์ของตน ด้วยภาพแห่งความสมจริงสมจังอย่างนั้นมั่ง ภาพลูกกระสุนทะลุผ่านเนื้อ เลือดกระเซ็นเป็นสาย นอกจากจะน่าสพรึ่งกลัว แล้วยังนับว่าเป็นความน่าตื่นตาตื่นใจชนิดหนึ่ง

ฟางเสี่ยวกัง ผู้กำกับเงินล้านของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ไม่ว่าจะจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด ไม่ว่าจะหนังตลก หรือกำลังภายใน (The Banquet) ตัดสินใจสร้างหนังสงครามบ้าง เขาเลือกเอาการศึกที่พูดถึงสงครามกลางมืองของจีน ในปี 1948 การฆ่าฟันของเผ่าพันธ์เดียวกัน ระหว่างกองทัพประชาชนจีนของพรรคคอมมิวนิสท์ และกองทัพก๊กมินตั๋ง ของนายพลเจียงไคเซ็ค (เพิ่มเติม…)

The Warlords – 3 อหังการ์เจ้าสุริยา (2007, Peter Chan)

ในศึกกบฎไท่ผิง ผางชิงหยุน (หลี่เหลียงเจี๋ย) รอดชีวิตมาจากส่งครามครั้งใหญ่ ทหารพันกว่าชีวิตของเขาเสียชีวิต ผางชิงหยุนแกล้งตาย นอนอยู่ท่ามกลางศพพี่น้องมากมาย แม่ทัพหนุ่มจึงเอาชีวิตรอดมาได้ แต่ชีวิตที่เหลือของเขาคงมีแต่ความกล้ำกลื่น เขาพาร่างที่บอบช้ำทั้งกาย และใจมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ผางชิงหยุนแทบเอาตัวไม่รอดถ้าไม่ใช่ เพราะเขาได้พบกับหญิงสาว ชาวบ้านคนหนึ่ง เป็นนางนี้เองที่ช่วยต่อชีวิตให้กับผางชิงหยุน ด้วยซุปชามเล็กๆ ที่ตกถึงท้อง และที่ยิ่งไปกว่านั้นช่วงเวลาที่เขา และนางได้อยู่ร่วมกัน ในบ้านร้างแห่งนั้น เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แค่ข้ามคืน แต่มันได้ต่อชีวิตของ ผางชิงหยุน ไปอีกยาวนาน (เพิ่มเติม…)

The Pye-Dog – หนึ่งเล็กหนึ่งใหญ่หัวใจเต็มอิ่ม (2007, Derek Kwok Chi-Kin)

เด็กน้อย เฝ้ามองภารโรงคนใหม่ ที่พึ่งเข้ามาทำงานที่โรงเรียนด้วยความสงสัยใครรู้ หมอนั้นเป็นคนแปลกๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ท่าทางมีพิสุธตลอดเวลา จนกระทั่งวันหนึ่งเด็กน้อยได้ค้นพบความลับของภารโรงนั้น แท้จริงแล้วเขาเป็นตำรวจปลอมตัวมาทำภารกิจสำคัญ เพราะมีข่าวกรองว่า พวกแก๊งมาเฟียได้แทรงซึมเข้ามาในโรงเรียน ทางการจึงส่งเขามาเพื่อสืบหาตัวคนร้าย เพื่อเก็บความลับสำคัญเอาไว้ ตำรวจหนุ่ม ข้อร้องกับเด็กน้อยว่า อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร และแต่งตั้งให้เด็กน้อยคนนั้นเป็นผู้ช่วยคอยสอดส่องดูแล หาตัวคนร้าย

เรื่องราวต่อจากนั้นก็คงจะสนุกตื่นเต้น เต็มไปด้วยรสชาติ ถ้าทุกอย่างเป็นความจริง น่าเสียดายนี้เป็นเพียงแต่เรื่องโกหกพกลม ของชายขี้แพ้ ที่ต้องกาปกปิดความผิดของตน ภารโรงหนุ่มที่ชื่อว่า อาดุย (เฉินอี้ซิ่น) นั้นแท้จริงแล้ว เขานั้นเองที่เป็นคนร้าย เป็นลูกกระจ๊อกของแก๊งมาเฟีย ที่เข้ามาในโรงเรียนเพื่อตามหาลูกชายของ นักเลงตัวเอ้ จากแก๊งคู่อริ อาดุย ตามคำสั่งของลูกพี่ (เจิ้งจื่อเหว่ย) เพื่อลักพาตัว และกดดนฝ่ายตรงข้าม แต่ข้อมูลที่มีแค่หางอึ้ง รูป ชื่อ อะไรก็ไม่มี อาดุย ได้แต่งมเข็มในมหาสมุทร คอยเฝ้าหาเด็กไปเรื่อยๆ อย่างไร้ความหวัง (เพิ่มเติม…)

Mr. Cinema (2007, Samson Chiu Leung-Chun)

โจวกง (หวงซิวเซิง) นั้นมีความฝันอยู่สองอย่าง หนึ่ง คือการได้ทำงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ สิ่งที่เขารัก เป็นโชคดี โจวกง ที่ได้ทำหน้าที่คนฉายหนัง ในโรงหนังแห่งหนึ่งใกล้ๆ บ้านตั้งแต่ยังหนุ่ม นี่อาจจะไม่ใช่งานที่นำรายได้มากมาย หรือมีเกียรติสูงส่ง แต่ก็เป็นสิ่งที่เขารัก โจวกง รักการดูหนังเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหนังจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งนั้นก็เกี่ยวดองอยู่กับความฝันอย่างอย่างที่สองของเขา แบบแยกออกจากกันไม่ได้ ก็คือการ ความใฝ่ฝันที่จะได้ไปเยือนจตุรัสเทียนอันเหมิน แห่งปักกิ่ง และประเทศจีน อันเป็นศูนย์รวมความยิ่งใหญ่ของ และสัญลักษณ์ การปกครองแบบสังคมนิยม (เพิ่มเติม…)

The Soong Sisters – สามพี่น้องตระกูลซ่ง (1997, Marbel Cheung)

คนทำหนังคู่หูอย่าง Marbel Cheung และ Alex Law นั้นสร้างชื่อในวงการภาพยนตร์ จากบอกเล่าเรื่องราวของคนเล็กๆ ที่มุ่งสำรวจชีวิตของคนจีนในสังคมร่วมสมัยได้ อย่างลุ่มลึก และอย่างต่อเนื่อง ที่โด่งที่สุดก็คืองานชุด “ไตรภาคแห่งคนอพยพ” หนังดังที่เรารู้จักกันดีอย่าง “ดอกไม้กับนายกระจอก” ก็เป็นหนึ่งในไตรภาคชุดนี้ (ส่วนงานอีกสองเรื่องในชุดก็คือ The Immigrant Story และ Eight Taels of Gold)

จนกระทั่งในปี 1996 ทั้งสองเลือก ในทางเดินสายใหม่ หันมาสร้างงานในประเภท อีพิคอิงประวัติศาสตร์ ที่เล่าอันแสนเรื่องยิ่งใหญ่ ของคนที่มีชื่อเสียงแห่งยุค อย่างสามพี่น้องตระกูลซ่ง เรื่องราวของพี่น้องผู้หญิง 3 คนที่ใช่ชีวิตอยู่ชิดกับความเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ The Soong Sisters เป็นงานที่แสดงออกถึงความทะเยอทะยาน ในฐานะคนทำหนังของ Marbel Cheung และ Alex Law ทั้งในแง่การสร้างงานที่ยากลำบาก ด้วยงานสร้างที่ใหญ่โต ความเข้มงวดของรัฐบาลจีน ในการตรวจทานบทภาพยนตร์

ความทะเยอทะยานของผู้สร้าง ยังแสดงออกในการบอกเล่าเรื่องราว อันเป็นแง่มุมของประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนไปถึงความเป็นไปของคนจีนในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างของ จีน ฮ่องกง และไต้หวัน น่าเสียดาย The Soong Sisters เป็นได้เพียงความทะเยอทะยานอันล้มเหลว หนังอาจจะมีแง่มุม รวมถึงการแสดงที่น่าสนใจ อยู่บ้าง แต่ภาพรวมนั้น กลับกลายเป็นความผิดหวัง

(เพิ่มเติม…)

My Mother is Belly Dancer (2006, Lee Kung-Lok)

ในปี 2006 หลิวเต๋อหัว ในนามของบริษัท Focus Films ได้ริเริ่มโครงการที่ชื่อว่า “First Cut” ที่สนับสนุนเงินทุนให้กับผู้กำกับหน้าใหม่ 6 คน ให้สร้างหนังออกมาคนละหนึ่งเรื่อง โดยถ่ายทำด้วยกล้องดิจิตอล และใช้เงินทุนไม่มากนัก จุดเด่นประการสำคัญของหนังในชุด First Cut ก็คือพยายามในการเข้าถึงคนดู ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องแต่ก็มีเนื้อหาเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน จนไปถงการพยายามใช้ดาราชื่อดัง มาเป็นองค์ประกอบสำคัญ (ตัวหลิวเต๋อหัวเอง ก็มารับบทรับเชิญในหนังเกือบทุกเรื่องในชุด) ซึ่งดูเหมือนจะเป็นความพยายามที่จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ แตกต่างให้กับหนังประเภททุนน้อยให้กับดิจิตอล ให้หนังออกมามีความเป็นมิตรกับคนดู มากกว่าปกติธรรมดา

หนึ่งในหนัง 6 เรื่องของโครงการ First Cut ก็คือ My Mother is Belly Dancer หนังกำกับโดย หลี่กงล็อก ผู้กำกับก้นกุฏิอีกคนของบริษัท Focus Films ที่เคยมีผลงานเขียนบท และกำกับร่วมในหนังอย่าง All About Love และ Fu Bo ความน่าสนใจอีกประการของหนังก็คือผู้เขียนบทอย่าง Susan Chen นักเขียนหญิงที่มีผลงานแนว “เชิดชูสตรี” มาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุค 90 ที่เคยสร้างผลงานอย่าง “สวยประหาร” มาแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ My Mother is Belly Dancer จะเต็มไปด้วยตัวละครหญิงที่น่าสนใจมากมาย

(เพิ่มเติม…)

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 25 other followers