Portland Street Blues – ระห่ำคน ระห่ำถนน (1998, Raymond Yip) 4.5/5

Portland Street Blues หนัง Spin-Off (ภาคย่อยที่ไม่เกี่ยวกับภาคหลัง) ของหนังนักเลงวัยรุ่นชุด “กู๋หว่าไจ๋” หรือ Young and Dangerous ซึ่งเป็นตอนที่หลาย ๆ คนบอกว่า “ดีทีสุด” ในจำนวนภาคต่อมากมายของหนังชุดนี้ … ผมเองที่ไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ กู๋หว่าไจ๋ จึงตอบไม่ได้ว่าดีที่สุดรึเปล่า … แต่ยืนยันได้ว่าหนังดีมาก !!! ครับ (เพิ่มเติม…)

Monga – แสบยกเมือง (2010, Doze Niu) 4/5

Monga หนังนักเลงวัยรุ่นที่ใครเห็นแล้วก็ต้องนึกถึงหนังแนวเดียวกันระดับตำนานอย่าง “กู๋หว่าไจ๋” เมื่อประมาณ 15 ปีก่อน เป็นผลงานการสร้างของวงการภาพยนตร์ไต้หวัน เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น มีงานสร้างน่าตื่นตาตื่นใจ อาจมีบางอย่างน่ารำคาญอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วยังเป็นงานระดับที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง (เพิ่มเติม…)

A War Named Desire – พยัคฆ์ย่ำมังกรโหด (2000, Alan Mak Siu-Fai)

สำหรับผู้กำกับดางรุ่งชาวฮ่องกงในยุค 90 เมื่อถึง ณ จุดหนึ่งของการทำงาน เมื่อหันมาลองจับงานแนวแอ็กชั่นอาชญากรรมดู พวกเขามักจะถูกจับตามองในฐานะ “จอห์น วู” คนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นตู้ฉีฟง, แอนดรู เลา หรือวิสสัน ยิป สำหรับผู้กำกับนาม อลัน มัก เจ้าของงานสุดดังอย่าง Infernal Affairs และ Confession of Pain ที่เขาเป็นผู้กำกับร่วม และเขียนบทภาพยนตร์ ครั้งหนึ่งก็เคยเป็น “นิว จอห์น วู” มาแล้วเหมือนกัน

สำหรับ อลัน มัก ฉายานี้มันอาจจะชัดเจน และเป็นจริงยิ่งกว่าผู้กำกับคนไหนๆ เมื่องานที่ชื่อว่า A War Named Desire นั้นไม่ใช่เพียงได้รับอิทธิพลทางสไตล์ หรือคิวบู๊ แต่รวมถึงเนื้อเรื่อง หนังปี 2000 อันเป็นงานชิ้นที่สาม และหนังแอ็กชั่นเรื่องแรกของผู้กำกับ เล่าเรื่องที่เป็นเหมือนการรีเมกแบบหลวมๆ อย่างไม่เป็นทางการจากหนังปี 1986 เรื่องโหดเลวดี ของจอห์น วู แน่นอนว่าหนังไม่ได้โด่งดัง และสร้างผลกระทบอะไรมากมายอย่างที่โหดเลวดีทำได้ อย่างน้อยในช่วงต้นปี 2000s ที่วงการหนังตกต่ำสุดขีด A War Named Desire ก็เป็นหนังอีกเรื่องที่ยังคงน่าสนใจ และเต็มไปเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แบบหนังฮ่องกง ที่สำคัญคือ หนังมาถ่ายเมืองไทยซะด้วย

(เพิ่มเติม…)

Lee Rock 1&2- ตำรวจตัดตำรวจ ภาค 1&2 (1991, Lawrence Ah Mon)

Lee Rock เป็นหนังแนวอาชญากรรมที่สร้างตามเทรน “หนังอิงประวัติศาสตร์ฮ่องกง” ที่นิยมกันอยู่ช่วงสั้นๆ ในต้นยุค 90 ที่ถูกเปิดศักราชด้วยหนังเจ้าพ่อสุดดังเรื่อง To Be Number One (เป๋ห่าวเป็นเจ้าพ่อ) หรือหนังชุด Casino Tycoon (ฟ้านี้ใหญ่ได้คนเดียว) ที่เล่าเรื่องนายราชานักพนันแห่งมาเก๊า สแตนลี่ โห งานเหล่านี้เป็นหนังอิพิคแบบฮ่องกง เนื้อเรื่องอันเป็นส่วนตัวของของฮ่องกงเอง เล่าเรื่องช่วงยุค 40 – 60 ที่ฮ่องกงเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว จนกลายมาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน

ด้วยดาราสุดฮ็อตในยุคนั้น อย่างหลิวเต๋อหัว (ที่ยังคงความฮ็อตได้มาถึงปัจจุบัน) ที่ต้องแสดงเป็นตัวละครตั้งแต่ยุคหนุ่มแน่นเข้าช่วงกลางคน และถึงวัยไม่ใกล้ฝั่ง Lee Rock กลายเป็นหนังที่ทำเงินมหาศาล สองภาคเก็บไปถึง 50 ล้านเหรียญฮ่องกง หนังอำนวยการสร้างโดย หวังจิง ซึ่งเลือกให้ผู้กำกับดาวรุ่งในขณะนั้นอย่าง Lawrence Ah Mon ที่โด่งดังสุดๆ กับหนังจิ๊กโก๋วัยรุ่นสุดเรียลริสติก Gang (1988) เป็นคนกุมบังเหียนเล่าเรื่องราว (เพิ่มเติม…)

Run Papa Run (2008, Sylvia Chang Ai-Chia)

วงการหนังฮ่องกงน่าจะเป็นแหล่งที่มีการผลิตหนังมาเฟียแก็งสเตอร์ กันออกมามากที่สุดในโลก หนังเรื่อง Run Papa Run เป็นหนังแนวนี้ที่ออกฉายในปี 2008 ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ฮ่องกงยังมีไอเดียมากมายเกี่ยวกับหนังตระกูลนี้ สิ่งที่แตกต่างจากหนังมาเฟียเรื่องอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง (เพิ่มเติม…)

Wo Hu – ภารกิจเดือดเชือดเจ้าพ่อ (2006, Mak Che Shing)

“ถ้าจะส่งสายตำรวจเข้าไปในแฝงตัวในแก๊ง ก็ต้องรับประกัน ว่าจะไม่ดำเนินคดีกับพวกเค้า ไม่งั้นใครจะกล้าทำงานนี้” “ก็ เหลียงเฉาเหว่ย ไง” บทสนทนาของตัวละคร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่สองคน ในตอนต้นของหนังเรื่อง Wo Hu นั้น บอกกันชัดๆ เลยว่า งานนี้หนังจะว่าด้วย เรื่องตำราจสายโจน ตามกระแสหนังดังอย่าง Infernal Affairs

เป็นโชคดีที่ผู้สร้างของหนัง (หนึ่งในนั้นก็คือ หวังจิง เจ้าพ่อหนังขยะคนดัง) สามารถหามุมมองใหม่ให้กับหนังแนวนี้ได้อย่างน่าชมเชย เป็นงานที่น่าสนใจอีกเรื่องของวงการหนังฮ่องกงปี 2006 (เพิ่มเติม…)

The Moss (2008, Derek Kwok Chi-Kin)

ปี 2007 ดีเร็ก กัวะ สร้างชื่อด้วยผลงานเรื่อง The Pye-Dog ที่นำเรื่องราวซ้ำซาก อย่างเรื่องโจรกับตำรวจ มาเล่าด้วยลีลาที่น่าสนใจ ปีนี่ 2008 ดีเร็ก กัวะ กลับมากับงานใหม่ ที่มีลีลาหลายๆ อย่างคล้ายเดิม

The Moss ยังคงเล่าเรื่องอาชญากรรม ที่มีฉากหลังเป็น ชุมชนเมืองอันสกปรก ของชนชั้นล่างในฮ่องกง ผู้คนล้วนป่วยไข้ไม่ทางร่างกาย ก็จิตใจ ตัวละครนั้นวนเวียนอยู่กับ บุคคลที่ไม่น่าคบหา ทั้งโสเภณี จิ๊กโก๋กระจอก ตำรวจขี่ช้อ ในสภาพแวดล้อม ที่ปกคลุมไปด้วยขี้สนิม และความมืด ผสมอารมณ์แบบเหนือจริงลงไป เนรมิตฮ่องกงให้กลายเป็นเมืองขยะ ที่ดูมีเสน่ห์น่าหลงไหล

สิ่งที่แตกต่างก็คือ ขณะที่ The Pye-Dog ทำให้ ดีเร็ก กัวะ กลายเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ ที่หลายคนจับตามอง ในฐานะกลายเป็นคนหวังใหม่ (อีกคน) ของวงการหนังฮ่องกง ขณะที่ The Moss แทบจะเรียกได้ว่าเป็นงานแจ้งดับ ทำให้เราต้องมาคิดใหม่ว่า ผู้กำกับหน้าใหม่แห่งความหวังคนนี้ จของปลอมทำเหมือน รึเปล่า (เพิ่มเติม…)

School On Fire – กระซวกยกชั้น (1988, Ringo Lam Ling-Tung)

งานสร้างชื่อแจ้งเกิดของผู้กำกับ ริงโก้ แลม (หลินหลิมตง) นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 เรื่อง เป็นหนังแนวอาญากรรม ที่เขาสร้างในช่วงปลายยุค 80s ใช้ชื่อชุดตามชื่อของหนังทั้งสามว่า หนังไตรภาค On Fire

หนังทั้งสามเรื่องนั้นประกอบไปด้วย City on Fire (เถื่อนตามดวง) หนังที่ว่าด้วยสงครามโจรกับตำรวจ กลางใจเมืองฮ่องกง ส่วนเรื่องที่สอง Prison on Fire (มีสองภาค) มีฉากหลังเป็นสงครามในคุก ระหว่างนักโทษสุดห่าม กับผู้คุมสุดโหด และเรื่องสุดท้าย School on Fire สงครามในโรงเรียน (เพิ่มเติม…)

Casino Tycoon – ฟ้านี้ใหญ่ได้คนเดียว (1992, Wong Jing)

Casino Tycoon เป็นหนังมาเฟียของหลิวเต๋อหัว อีกเรื่องในยุค 90s ที่เล่าเรื่องธุรกิจการพนันของมาเก๊า หนังเป็นผลงานการสร้างของ หวังจิง เจ้าพ่อหนังตลาดแห่งฮ่องกง ที่ประสบความสำเร็จไปพอสมควร และสร้างออกมาถึง 2 ภาคด้วยกัน (เพิ่มเติม…)

Bullet in the Head – กอดคอกันไว้ อย่าให้ใครเจาะกระโหลก (1990, John Woo)

ถ้าต้องเลือกงานของ จอห์น วู ขึ้นมาเพียงหนึ่งชิ้น ผมจะเลือก Bullet in the Head นะครับ หนังเรื่องนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่ากับ A Better Tomorrow ไม่ได้มันดุเดือดเท่ากับ Hard Boiled และไม่ได้สร้างเนื้อเรื่องที่งดงาม ได้เท่ากับ The Killer นอกเหนือไปจากนั้น Bullet in the Head ถือเป็นงานที่ห่างใกลจากคำว่าลงตัว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับงานชิ้นเอกทั้งสามข้างต้น หนังมีปัญหาในขั้นตอนการตัดต่อ จนจอห์น วู เองยังเกือบถอดใจ นอกเนื้อไปจากนั้น ความเป็นออริจินอล ของหนังก็ยังเป็นที่น่าสงสัย

ความโดดเด่นของหนัง อยู่ที่ความทะเยอทะยานของหนัง ความทะเยอทะยานส่วนตัวของ จอห์น วู เอง ในการสร้างงานที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ถ่ายทำต่างประเทศ Bullet in the Head เป็นงานชิ้นแรกที่ จอห์น วู หาทุนสร้างด้วยตัวเอง โดยไม่มีบริษัทใหญ่สนับสนุน หรือฉีเคอะ มาเป็นผู้อำนวยการสร้างให้ แม้หนังจะให้ผลลัพธ์ ที่ก่ำกึ่ง แต่ก็เป็นงานที่พูดได้ว่า เนี่ยแหละ จอห์น วู ที่สุด !!! (เพิ่มเติม…)

Young and Dangerous – กู๋หว่าไจ๋ (Andrew Lau Wai-Keung, 1996)

Young and Dangerous หรือ กู๋หว่าไจ๋ กลายเป็นปรากฏการย่อมๆ แห่ง วงการหนังฮ่องกงยุค 90 ที่ปลุกหนังแนวแก็งซเตอร์ให้กลับมาเป็น ที่นิยมอีกครั้ง หนังเป็นงานที่ดัดแปลงมาจาก หนังสือการ์ตูนสุดดังเรื่องหนึ่ง ของฮ่องกง เรื่องราวมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ เพื่อนรัก 5 คน นักเลงรุ่นใหม่ที่ กำลังก้าวเข้ามาสร้างชื่อในยุทธจักร Young and Dangerous ที่มีตัวละครสุดฮิต อย่าง เฉินเฮ่าหนาน ภาพของนักเลงวัยรุ่นสุดเท่ห์ วิ่งง้างมีดพร้า เข้าหากันก็กลายเป็นภาพจำภาพหนึ่ง แห่งวงการหนังฮ่องกงยุค 90 ไปโดยปริยาย (เพิ่มเติม…)

SPL – ทีมล่าเฉียดนรก (2005, Wilson Yip)

SPL เป็นหนังที่ Donnie Yen ประกาศกร้าวว่าจะเป็นหนังที่ฮ่องก็จะทวงคืนตำแหน่งเจ้าแห่งแอ็กชั่น จากไทย ที่มาดาราชูโรงคือ องค์บากของปรัชญา ปิ่นแก้ว พันนา ฤทธิไกร และพนม ยีรัม ดูจะเป็นคำแถลงที่อหังการไปสักหน่อย ในทางการสั่นสะเทือนวงการภาพยนตร์ SPL อาจจะทำไม่ได้เท่ากับผู้มาใหม่จากเมืองไทย แต่ถ้าพิจราณาถึงคุณภาพ โดยผู้เชียวชาญ และชื่นชมหนังศิลปะป้องกันตัวโดยเฉพาะ ยกที่สองนี้ ฮ่องกงทำคะแนนโต้กลับได้แล้ว

คำว่า SPL ก็คือตัวแทนของตัวละครทั้งหลาย SPL มาจากคำเต็มว่า Sha Po Lang เป็นคำในโหราศาสตร์ ของจีนหมายถึงดวงดาว ที่กำหนดความดีความเลว ที่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดาวนั้นๆ บทสรวงสวรรค์ (ฟังดูงงๆ ผมเขียนเองยังงงเลยครับ) Sha Po Lang อาจจะหมายถึง ความเบาบางของเส้นแบ่งระหว่างความดี กับเลว การกระทำของตัวะละคร (และรวมถึงเราทุกคน) ไม่ว่าจะในทางดี หรือทางชั่ว ล้วน มาจากสถานการณ์บีบบังคับ สภาพแวดล้อมนำพาไป (เพิ่มเติม…)

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 25 other followers