Feed on
รายการ
ความคิดเห็น

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘ชอว์บราเดอร์’

Heaven And Hell งานของผู้กำกับเฒ่าจางเชอะ ที่เสนอจิตภาพแห่ง สวรรค์ นรก ตามความเชื่อของชาวเอเซีย หนังรวบรวมดารา แถวหน้าของชอว์บราเดอร์ไว้มากมายหลายคน ผสมลีลาหลากหลายแนว กลายเป็นหนังของจางเชอะ ที่ค่อนข้างแตกต่าง จากงานของเขาโดยทั่วไป

Read Full Post »

1955 - 2008
ในปัจจุบันชื่อของ หวังยี่ อาจจะถูกลืมเลือนไปบ้าง และถูกจดจำได้เฉพาะในแวดงผู้นักดูหนังรุ่นเก่า หรือผู้สนใจหนังกังฟูโดยเฉพาะ ชื่อของหวังยี่ หายไปจากสื่อนานหลายปีแล้ว จนกระทั่งปี 2008 นี้เอง เฉิงเสี่ยวตง ยอดผู้กำกับคิวบู๊ที่มีศักดิ์เป็นน้องเขยของหวังยี่ ได้แจ้งข่าวเศร้าแก่ แฟนๆ หนังของ ว่าดารากังฟูแห่งชอว์บราเดอร์ผู้นี้ ได้ถึงแก่กรรมแล้ว เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขณะที่เขาอายุได้ 53 ปี
โดยยังไม่มีการรายงานถึง สาเหตุการณ์ตายที่แน่ชัด ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลจากการป่วย และโรคร้าย ที่รุมเร้าเขามาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม มีข่าวจากหลายกระแส ถึงความเป็นไปได้ ที่หวังยี่ จะเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย

Read Full Post »

ผู้กำกับฉู่หยวนแห่งชอว์บราเดอร์ อาจจะโด่งดัง (โดยเฉพาะในบ้านเรา) กับหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ โกวเล้ง และแท้จริงแล้ว ยอดผู้กำกับผู้นี้ ถนัดเป็นพิเศษ ในการทำงานที่หลากหลาย เขาเริ่มต้น กับหนังชีวิตสะท้อนสังคม เน้นเสนอภาพความจริงของสังคม ต่อเมื่อเข้าบริษัทชอว์บราเดอร์ เขาเคยสร้างปรากฏการณ์หนังทำเงินมหาศาล ด้วยหนังตลกอย่าง The 72 Tenants จนกระทั่งยืนพื้นทำหนังกำลังภายใน ตลอดยุค 70 อย่างที่เราคุ้นเคยกันดี
ฉู่หยวน ยังทำหนังอีกหลายแนว แม้กระทั่งหนังซุปเปอร์ฮีโร่ ก็เคยสร้างกับเค้าด้วย The Lizard หรือ ไอ้จิ้งจก ตะไลเพลิง หนังซุเปอร์ฮีโรรวมหน้ากากของจีน ที่ว่าด้วยโจรคุณธรรม แม้หนังอาจจะไม่หวือหวาทันสมัยแบบหนังฮีโร่รุ่นใหม่ แต่ก็ให้ความสนุกแตกต่างแหวกแนว จากหนังกังฟูกำลังภายในทั่วๆ ไป อยู่ไม่น้อย

Read Full Post »

by Somyos Thiamtawan
18 เจ้าอาวุธมหาประลัย หรือ Legendary Weapons of China เป็นหนังดังที่สุดเรื่องหนึ่งในยุคท้าย ๆ ของสตูดิโอชอว์บราเธอร์ส แม้ยุคทองของชอว์ฯจะหมดไปพร้อมกับช่วงยุค 2510 แล้ว แต่ความรุ่งเรืองของยอดปรมาจารย์กังฟู หลิวเจียเหลียง (Lau Kar Leung) หนึ่งในยอดผู้กำกับแห่งสตูดิโอ กลับไม่จบตามไปด้วย
หนังฝีมือกำกับของเขาอย่าง 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย และจอมยุทธ์กระบองกล (The Eight Diagram Pole Fighter) ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2525 และ พ.ศ. 2526 ตามลำดับ ต่างพากันสั่นสะเทือนโรงขายตั๋วภาพยนตร์ฮ่องกง และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ให้กับวงการหนังศิลปะการต่อสู้ ด้วยคิวบู๊ศาสตราวุธสุดบรรเจิด โดยเฉพาะเรื่องแรก ที่ขุดเอาอาวุธแทบที่มีอยู่ทั้งหมดในประวัติศาสตร์จีน มาโชว์ได้อย่างถึงพริกถึงขิง

Read Full Post »

อาวุธนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่ง ของหนังกังฟู หรือกำลังภายใน นอกจากอาวุธปกติธรรมดาอย่าง ดาบ กระบี่ หรือธวน แล้วโลกแห่งหนังกำลังภายในยังมีการ สร้างสรรค์อาวุธพิสดารออกมา สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่คนดู และบนเขาสูง จุดสุดยอดแห่ง กระบวนอาวุธพิศดารนั้น จักรพญายม หรือ จักรโลหิต นั้นถือเป็นอันดับหนึ่ง และงานอย่าง The Flying Guillotine หรือ ฤทธิ์จักร พญายม ก็ถือได้ว่าเป็นต้นตำรับอาวุธแห่งตำนานดังกล่าว

Read Full Post »


Read Full Post »

The Bare-Footed Kid เป็นผลงานการสร้างของชอว์บราเดอร์ ให้ตู้ฉีฟง รับหน้าที่เป็นผู้กำกับ หนังเป็นการรีเมกหนังเก่าเมื่อปี 1975 เรื่อง Disciples of Shaolin (ชื่อไทยว่า ไอ้หนุ่มหมัดจ้าวพลัง นำแสดงโดย ฟู่เซิง, ชิกวนชุน) ของ จางเชอะ คนทำหนังเครื่องหมายการค้า คนหนึ่งของชอว์บราเดอร์เอง หนังยังได้ หลิวเจียเหลียง ที่กำกับคิวบู๊ในฉบับเก่า มารับหน้าที่เดิมอีกครั้ง หนังโดดเด่นด้วยสองดารานำที่มาแรงพอสมควรในยุคนั้นอย่าง กัวะฟู่เฉิง และอู๋เชี่ยนเหลียน ที่กำลังโด่งดังกับหนังเรื่อง ผู้หญิงข้า ใครอย่าแตะ

Read Full Post »

ไอเดียการสร้างภาคต่อ (หรือภาคก่อนหน้า) ขยายความนิยายดั่งเดิมของกิมย้ง นั้นไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่อะไรนัก โดยเฉพาะนิยายชุดมังกรหยก ที่มีผู้แต่งต่อเสริมเรื่องเกินต้นฉบับไปมากมาย ที่คุ้นชินกัน ก็มีอย่าง หนังเรื่อง Ashes of Time ของหว่องกาไว และหนังกับนิยายประเภท “ก่อนเกิดเหตุ” ของมังกรหยกอีกหลายเรื่อง หนัง และนิยายประเภทนี้ อาจจะไมทำให้แฟนเดนดายของกิมย้ง ยอมรับทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่แนวคิดประเภทนี้ก็ถือเป็นเรื่องน่าสนุกอยู่ไม่น้อย เพราะงานของกิมย้งนั้นยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยเรื่องราวซับซ้อน เกี่ยวพันธ์กับตัวละครมากมาย อีกทั้งเชื่อมโยงเรื่องแต่ง กับเรื่องจริงได้อย่างแนบเนียน งานของเขาเหมือนทิ้งช่องว่างไว้ รอการต่อยอดได้อีกมากมากมาย
The Hidden Power Of Dragon Sabre หรือ ลูกมังกรหยกภาค 3 เป็นงานประเภท “หลังเกิดเหตุ” ของหนังชุด ลูกมังกรหยก (ดัดแปลงจาก ดาบมังกรหยก) ที่ชอว์บราเดอร์เคยสร้างไว้ 2 ภาคจบเมื่อปี 1980 หนังเล่าเรื่องการผจญภัยครั้งใหม่ ของเตียบ่อกี้ บทบาทของเขาต่อบัลลังฮ่องเต้ของจูหยวนจาง ตลอดจนชตากรรมของตัวละครอย่าง จิวจี้เยียก ซ่งแชจือ [...]

Read Full Post »

ในยุค 80 นั้นมีหนังอยู่จำพวกหนึ่งที่โด่งดังกลาย เป็นสินค้าขายดีในตลาดหนังเกรด B ในตลาดหนังตะวันตก หนังที่ว่าก็คือ หนังนินจา หนังแนวที่ว่าด้วย กลุ่มนักสู้นิรนาม จากญี่ปุ่น ที่ออกปฏิบัติการลับ สร้างสีสรรค์ด้วยคิวบู๊ประเภทไต้เพดาล ตีลังกา หนังนินจากถูกสร้างอย่างต่อเนื่อง มากจากจากผู้สร้างหนังมากหน้าหลายตา (ยกเว้นแต่ทางญี่ปุ่นต้นตำรับที่ไม่ได้ร่วมวงไพบูรณ์กับการ ตีสีใส่ใข่ให้กับตำนานนินจาของตัวเองเท่าไหร่) ทั้งในอเมริกา ที่คุ้นหน้าคุ้นตานักดูหนังก็เห็นได้แก่ หนังชุด American Ninja โดยพระเอกหนุ่มลำบึ๊ก เดวิด ดูดิคอฟ หรือดาราญี่ปุ่นที่ไปทำมาหากันยังอเมริกาอย่าง โช โคซิงิ
แน่นอนทางฝั่งนักทำหนังชาวฮ่องกงและไต้หวัน ก็ไม่ปล่อยให้โอกาศทำเงินทำทองอย่างนี้ผ่านเลยไปง่ายๆ ร่วมส่งหนังนินจาพันทาง ออกมามากมายมหาศาล ที่อยู่หัวขบวนเห็นจะเป็นหนัง Ninja in The Dragon Den ของ คอรี่ หยวน และราชาหนังจีนเกรดบี โรเบิร์ต ไท่ ที่ปล่อยหนังนิยายออกมาหลายต่อหลายเรื่อง ท่ามกลางการพาดฟันกันของคนทำหนังรุ่นใหม่ ปรมจารย์นักทำหนังผู้ครำหวอดอยู่กับหนังกังฟู อย่าง “จางเชอะ” ไม่สามารถ ปล่อยโอกาศทองของกระแสความนิยมในนักรบชุดเที่ยวนี้ไปได้ ในปี 1982 [...]

Read Full Post »

วงการหนังฮ่องกงในยุค 50 - 60 นั้นถึอว่าเป็นยุคทองดาราหญิงอย่างแท้จริง เป็นยุคสมัยสิ่งความเพ้อฝันของเนื้อหา ฉากเต้นรำ เนื้อเรื่องว่าด้วยการเกี้ยวพาราศี และความงามของสตรี เป็นสิ่งเรียกร้องความสนใจ และดึงคนดูจากบ้านให้เข้าโรงหนัง
ชอว์บราเดอร์เองก็มีนักแสดงหญิงระดับซุปเปอร์สตาอยู่มากมาย แต่ละคนก็มีจุดขาย และบุคลิคลักษณะ ที่แตกต่างกันไป หลินปอ เน้นแสดงบทผู้ชายในหนังเพลง หลินไต้ ดาราสาวผู้น่ารัก เจิ้งเผ่ยเผ่ยหน้าตาจิ้มลิ้ม เล่นบทบู๊ได้ลื่ไหลเป็นพิเศษ แต่ถ้าพูดถึงความงาม เล่อตี้ คืออันดับหนึ่ง ในยุค 50 คงไม่มีใบหน้าไหนที่จะสร้างความตกตะลึกได้เท่าเทียมกับ ดวงหน้าของเล่อตี้อีกแล้ว

Read Full Post »