City Under Siege – ยึดเมืองแหวกมิติ (2010, Benny Chan) 1/5

ไม่ว่าโจทย์ของ City Under Siege หนังแอ็กชั่น/แฟนตาซี/ไซไฟ ที่มี กัวฟู่เฉิง แสดงนำเรื่องนี้จะคืออะไรระหว่าง การสร้างหนัง X-Men แบบฮ่องกง หรือ รื้อฟื้นบรรยากาศหนังแบบ “เมืองหน้าขนใครจะทำให้มันเกลี้ยง” ขึ้นมาอีกครั้ง ผลที่ออกมาก็คือล้มเหลวทั้งคู่ … หนังไม่มันส์, ไม่ฉลาด, ไม่ซาบซึ้ง, ไม่หลุดโลก เป็นความล้มเหลวอีกครั้งของผู้กำกับที่ผมไม่เคยเชื่อมือเลยที่ชื่อว่า … เบนนี่ ชาน (more…)

Shaolin – เส้าหลิน สองใหญ่ (2011, Benny Chan) 5/5

Shaolin หนังกังฟูระดับ “อีพิค” ฟอร์มยักษ์ใหญ่, ระดมดาราคับคั้ง แฟนหนังจีนน่าจะไม่พลาดกัน ซึ่งตัวหนังทำออกมาได้ผิดคาด คือไม่ได้เน้นไปที่ฉากพะบู๊กันซะอย่างเดียว แต่ยังเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยการบีบคั้น สะเทือนใจ เรียกว่าไปได้ไกล และมีความลึกซึ้งมากอย่างที่หนังกังฟูเรื่องหนึ่งพึงจะมีได้ (more…)

Kungfu Cyborg: Metallic Attraction – กังฟูไซบอร์ก (Jeffry Lau, 2009)

Kung Fu Cyborg มีฉากหน้าเหมือนกับ Transformers ฉบับเมืองจีน แต่ในความเป็นจริง หนังเล่าเรื่องราวในแบบ ไอแซก อาซิมอฟ ตั้งคำถามถึงความหมายของคำว่า “มีชีวิต” ของตัวละครหุ่นยนต์ เป็นงานที่ ผู้กำกับคนเก่ง เจฟฟรีย์ เลา สร้างด้วยอิทธิพลจากทั้งนิยายวิทยาศาสตร์จากตะวันตก, วิชวลแบบการ์ตูนญี่ปุ่น และลีลาเล่าเรื่องแบบหนังฮ่องกงแท้ๆ (more…)

Legendary Assassin (2008, Wu Jing & Nicky Li)

อู๋จิง เป็นดารากังฟูที่ได้รับกาคาดหวัง ว่าจะมาเป็นตัวแทนของหลี่เหลียงเจี๋ย ส่วน นิกกี้ ลี หรือ หลี่จงจื่อ เป็นอดีตสตั้นแมน ที่ผันตัวเองกลายเป็นผู้กำกับคิวบู๊มาแรงแห่งยุค Legendary Assassin เป็นผลงานชิ้นใหม่ของทั้งคู่ ที่เคยร่วมกันกันมาหลายต่อหลายครั้ง ในฐานะผู้กำกับคิวบู๊ และนักแสดง แต่ครั้งนี้ทั้งสองได้รับเครดิตในฐานะผู้กำกับพ่วงเข้าไปด้วย

หลังจากแจ้งเกิดรอบสองจากบทร้ายใน SPL แล้ว งานช่วงหลังของเขายังห่างไกลเหลือเกินจากคำว่าน่าพอใจ ไล่กันมาตั้งแต่ Fatal Contact, Twin Effect จนมาถึง Fatal Move (ซึ่งก็กำกับคิวบู๊โดย นิกกี้ ลี ทุกเรื่อง) ที่ทั้งหมดนำเสนอคิวบู๊อันน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ล้มเหลวในแง่ภาพรวมของคุณภาพความเป็นหนัง ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายเมื่อ Legendary Assassin ยังคงไม่สามรรถหลุดรอดจากปัญหาเดิมๆ เหล่านี้ไปได้ (more…)

Fatal Move – โหดไม่กลัวใหญ่ (2008, Dennis Law Sau-Yiu)

สองปีที่แล้ว (2006) ผู้กำกับหน้าใหม่ที่ชื่อว่า Dennis Law สร้างชื่อได้พอสมควรกับงานที่ชื่อว่า Fatal Contact หนังก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรมากมายนะครับ เต็มไปด้วยปัญหา และข้อบกพล่องอยู่ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม Fatal Contact กลับเป็นงานที่สร้างความพึงพอใจ ให้กับแฟนหนังบู๊ หนังแอ็กชั่นอยู่พอสมควร กับคิวบู๊ที่จัดว่าใช้ได้ น่าสนใจ แน่นอนคนที่ได้รับคำชมนั้นไม่ใช่ผู้กำกับ แต่เป็นทีมคิวบู๊อย่าง พระเอกหนุ่มอู๋จิ้ง และผู้กำกับคิวบู๊ นิกกี้ ลี

ในปี 2008 Dennis Law ดูเหมือนจะกลับมาแก้ตัวกับงานในแนวเดียวกันอีกครั้ง กับหนังอาญากรรม ที่มีจุดขายสำคัญเป็นคิวบู๊อันดุเดือด ด้วยสองคู่หู อู๋จิ้ง และนิกกี้ ลี บวกกับผู้ร่วมงานหน้าใหม่มากมาย ทั้งหงจินเป่า เยิ่นต๊ะหัว สองดารานำจาก SPL ซึ่งในช่วงแรกของการพัฒนาบท มีข่าวว่า Fatal Move นั้นเป็น “ภาคก่อนหน้า” (หรือ Prequel) ของ SPL ด้วยซ้ำไป แต่ในที่สุด ผู้สร้างก็ตัดสินใจ สร้างให้หนังเป็นเรื่องใหม่ไปเลย มีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเอง ไม่ได้อ้างอิงจากหนังเก่าเรื่องใด (more…)

Fatal Contact – นักสู้สังเวียนเลือด (2006, Dennis Law)

Fatal Contact งานแอ็กชั่น กังฟู จากของฮ่องกง หนังดำเนินตามรอยทางหนังแอ็กชั่นรุ่นใหม่ ที่นำเสนอคิวบู๊ที่ดุเดือดเลือดพล่าน มีฉากหลังอยู่ในโลกปัจจุบัน ที่โฟกัสไปที่โลกแห่งอาญากรรม แวดวงใต้ดัน Fatal Contact แสดงออกถึงความทะเยอทะยาน ในการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้ง ไปพร้อมๆ กับคิวบู๊ที่สุดยอด น่าเสียดายนั้นเป็นความพยายามอันล้มเหลว หนังมีบท และการดำเนินเรื่องที่เต็มไปด้วยช่วงโหว่ และความไม่ลงตัว แต่อย่างน้อยองค์ประกอบประการที่สอง อย่างคิวบู๊ ก็ช่วยยกให้ Fatal Contact ไม่ย่ำแย่อย่างที่ควรจะเป็น (more…)

SPL – ทีมล่าเฉียดนรก (2005, Wilson Yip)

SPL เป็นหนังที่ Donnie Yen ประกาศกร้าวว่าจะเป็นหนังที่ฮ่องก็จะทวงคืนตำแหน่งเจ้าแห่งแอ็กชั่น จากไทย ที่มาดาราชูโรงคือ องค์บากของปรัชญา ปิ่นแก้ว พันนา ฤทธิไกร และพนม ยีรัม ดูจะเป็นคำแถลงที่อหังการไปสักหน่อย ในทางการสั่นสะเทือนวงการภาพยนตร์ SPL อาจจะทำไม่ได้เท่ากับผู้มาใหม่จากเมืองไทย แต่ถ้าพิจราณาถึงคุณภาพ โดยผู้เชียวชาญ และชื่นชมหนังศิลปะป้องกันตัวโดยเฉพาะ ยกที่สองนี้ ฮ่องกงทำคะแนนโต้กลับได้แล้ว

คำว่า SPL ก็คือตัวแทนของตัวละครทั้งหลาย SPL มาจากคำเต็มว่า Sha Po Lang เป็นคำในโหราศาสตร์ ของจีนหมายถึงดวงดาว ที่กำหนดความดีความเลว ที่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดาวนั้นๆ บทสรวงสวรรค์ (ฟังดูงงๆ ผมเขียนเองยังงงเลยครับ) Sha Po Lang อาจจะหมายถึง ความเบาบางของเส้นแบ่งระหว่างความดี กับเลว การกระทำของตัวะละคร (และรวมถึงเราทุกคน) ไม่ว่าจะในทางดี หรือทางชั่ว ล้วน มาจากสถานการณ์บีบบังคับ สภาพแวดล้อมนำพาไป (more…)

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.