My Mother is Belly Dancer (2006, Lee Kung-Lok)

ในปี 2006 หลิวเต๋อหัว ในนามของบริษัท Focus Films ได้ริเริ่มโครงการที่ชื่อว่า “First Cut” ที่สนับสนุนเงินทุนให้กับผู้กำกับหน้าใหม่ 6 คน ให้สร้างหนังออกมาคนละหนึ่งเรื่อง โดยถ่ายทำด้วยกล้องดิจิตอล และใช้เงินทุนไม่มากนัก จุดเด่นประการสำคัญของหนังในชุด First Cut ก็คือพยายามในการเข้าถึงคนดู ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องแต่ก็มีเนื้อหาเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน จนไปถงการพยายามใช้ดาราชื่อดัง มาเป็นองค์ประกอบสำคัญ (ตัวหลิวเต๋อหัวเอง ก็มารับบทรับเชิญในหนังเกือบทุกเรื่องในชุด) ซึ่งดูเหมือนจะเป็นความพยายามที่จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ แตกต่างให้กับหนังประเภททุนน้อยให้กับดิจิตอล ให้หนังออกมามีความเป็นมิตรกับคนดู มากกว่าปกติธรรมดา

หนึ่งในหนัง 6 เรื่องของโครงการ First Cut ก็คือ My Mother is Belly Dancer หนังกำกับโดย หลี่กงล็อก ผู้กำกับก้นกุฏิอีกคนของบริษัท Focus Films ที่เคยมีผลงานเขียนบท และกำกับร่วมในหนังอย่าง All About Love และ Fu Bo ความน่าสนใจอีกประการของหนังก็คือผู้เขียนบทอย่าง Susan Chen นักเขียนหญิงที่มีผลงานแนว “เชิดชูสตรี” มาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุค 90 ที่เคยสร้างผลงานอย่าง “สวยประหาร” มาแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ My Mother is Belly Dancer จะเต็มไปด้วยตัวละครหญิงที่น่าสนใจมากมาย

My Mother is Belly Dancer นั้นดำเนินรอยตามหนังประเภท “กิจกรรมหมู่คณะ” ที่สามารถจัดไว้ในหมวดหมู่ เดียวกันกับหนังอย่าง Swing Girls, Calender Girls หรือ Hula Girls ได้อย่างไม่ขัดเขิน ที่ว่าด้วยตัวละครกลุ่มหนึ่ง ที่มีพื้นแพ และปัญหาแตกต่างกัน มาร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรม ประสบกับวิบากกรรม และได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง ในตอนท้าย

สังเกตุจากชื่อเรื่อง ก็คงไม่ใช่เรื่องอยากต่อการคาดเดา กิจกรรมที่ตัวละครในหนังมาร่วมทำกันก็คือ การเต้นระบำหน้าท้องนั้นเอง แต่ถือว่าเป็นเรื่องน่าชื่นชมที่ My Mother is Belly Dancer ไม่ได้เลือกทางที่สะดวกสบาย สร้างความประทับใจแบบสำเร็จรูป ด้วยการเดินตามรอยหนังประเภทเดียวกัน หนังมุ่งเน้นเสนอภาพเกี่ยวกับปัญหา วิกฤตวัยกลางคนของผู้หญิง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ พาช่า (Pasha Umer Hood) สาวอินเดีย ที่มาเปิดโรงเรียนสอนเต้นระบำหน้าท้องของ ณ ละแวกตัวเมืองฮ่องกง ที่อาศัยของชนชั้นกลาง ไปจนถึงชนชั้นลาง ที่เชิญชวนให้กลุ่มหญิงแม่บ้านจากย่านดังกล่าวได้มาเรียนกัน จุดศูนย์กลางของหนังอยู่ที่ผู้หญิง 4 คนสมาชิกของชมรมระบำหน้าทอง ที่พวกเธอแต่ละคนต่างต้องเผชิญหน้ากับ ปัญหาต่างๆ กับไป

คุณนายหลี่ (เซียะหลี่) หญิงแม่บ้านผู้ทำงานบ้านอย่างหนักหน่วง แต่กลับถูกปฏบัติอย่างด้อยต่ำจากสมาชิกในครอบครัว ลูกชายวัยประถมที่ไม่เคยแสดงออกถึงความเคารพเชื่อฟังอะไรเลย ซึ่งดูเหมือนเจ้าเด็กน้อย จะได้รับอิทธิพลมาจากพ่อ (ทั่งจินเยี่ย) หัวหน้าครอบครัวที่ไม่เคยให้เกียรติภรรยาเลยแม้แต่น้อย ชีวิตของเธอจึงหมดไปกับการรับใช้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนคุณนายเฉิน (Amy Shum) เผชิญหน้ากับวิกฤตในชีวิตสมรส ที่กำลังพังทะลายลงสามี ของเธอไปมีอีหนูวัยคราวลูกอยู่นอกบ้าน โดยไม่ยี่หระต่อความรู้สึกของผู้เป็นภรรยา

คุณนายหวัง (Cystal Tin) ดูจะมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขกว่าใคร เธอมีลูกถึง 4 คนมีสามีที่รัก และเข้าใจ น่าเสียดายที่ชายหนุ่ม ที่เป็นพ่อบ้าน กลับไม่สามารถสามารถทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์ เขาตกงานมาอย่างยาวนาน จนครอบครัวเกิดปัญหาทางการเงินแบบเรื้อรัง และสุดท้าย เชอรี่ (ถังเหมิ่นลี่) สาวสวยวัยใส ผู้ดูจะมีความสุขอยู่กับการโปรยเสน่ห์ ให้กับหนุ่มๆ อย่างสนุกสนาน กลับซ้อนชีวิตเบื้องหลังด้วยการมีลูกลับๆ ที่เกิดจากความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อน

My Mother is Belly Dancer พูดถึง ตัวละครที่ตกอยู่ในภาวะ สูญเสียในความมั่นใจต่อ คุณค่าแห่งความเป็นเพศหญิงของตัวเอง สูญเสียความเยาว์ ความสวย ความสุข ไปอย่างช้าๆ รู้ตัวอีกทีก็มองเห็นตัวเองใช้ชีวิตแบบอยู่ไปวันๆ แบบไร้ความหมาย ระบำหน้าท้อง นั้นเป็นการเต้นรำ ที่มีการเปิดเผยเรื่อนร่าง ลีลาท่าทางก็แสดงออกอย่างชัดเจนถึงการแสดงความยั่วยวนทางเพศ กลับสะท้อนภาพไปถึง การเรียนรู้ที่จะรัก และภูมิใจต่อคุณค่าของตัวเองในฐานผู้หญิงคนหนึ่ง ในทางตรงกันข้าม สำหรับผู้ชาย ผู้เป็นสามี หรือลูก การเต้นรำที่เปิดเผยเนื้อเผยตัวนั้น กลับนำมาซึ่งความอับอายขายขี้หน้า เมื่อสองสิ่งปะทะกัน ก่อเกิดเป็นความขัดแย้ง อันที่จริงเป็นความขัดแย้งที่ถูกกดดันไว้นานแล้วต่างหาก My Mother is Belly Dancer เล่าถึงช่วงเวลา แห่งการตามหาอิสระภาพ และตอบคำถามต่อตัวเอง ถึงความสุขที่แท้จริง

การเล่าเรื่องนั้น ผสมผสานระหว่างสูตรสำเร็จ และไม่สูตร ตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวละคร เผชิญหน้ากับอุปสรรควิบากกรรม และเอาชนะผ่านพ้นมันไปได้ในตอนท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางฉากไครแม๊กซ์ ให้เป็นฉากฟิเนเล่ ครั้งยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม หนังพยายามหาทางคลีคลายเนื้อเรื่อง อย่างเรียบง่าย และสมจริงสมจัง เป็นบทสรุปถึงชีวิต และคำตอบของตัวละคร ที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ก็แสดงออกถึงการผ่านพ้นปัญหา และวิบากก ฉากการเต้นระบำครั้งสุดท้ายจึงถูกนำเสนอเพื่อ เชื่อมโยงการเต้นรำ เข้ากับทางออกในชีวิตของตัวละครแต่ละตัวได้อย่าง เรียบง่าย น่าสนใจ

ดาราสาวใหญ่ชาวฮ่องกงอย่าง เซียะหลี่ (เข้าใจว่าเธอเป็นน้องสาวของนางเอกสาวสองพันปีอย่าง หมีเซียะ นะครับ) ได้กลับคืนจอใหญ่อีกครั้งหลังจากห่านเหินไปนาน เซียะหลี่ ก็ให้ภาพของสาววัยกลางคน ที่กำลังสิ้นศรัทธาในตัวเองได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาเข้าคู่ กับ ถังจินเยี่ย อดีตดาราดาวร้ายของ TVB ที่อายุที่มากขึ้นดูจะเป็นการลดทอน ภาพลักษณ์ดาวร้ายเจ้าสำอางของเขาลงไปพอสมควร แต่ก็ยังไปได้ดีกับบทในเรื่องที่เขาแสดงเป็นพ่อ และสามีผู้หยาบกระด้าง

หนังมี หลินเจียต้ง ตัวประกอบหน้าคุ้นจาก Infernal Affairs มารับบท ไอ้หนูดาราเด็กจาก Wait Until Older, และหลินจื่อจง ตาอ้วนจาก Kung Fu Hustle (ที่ เป็นหนึ่งในผู้กำกับของ First Cut Project ด้วย) ทั้งหมดรับบทคนในครอบครัว ของตัวละครหลักในเรื่อง อย่างไรก็ตาม นักแสดงหญิงที่เป็นตัวนำของเรื่อง เกือบทุกคน จัดอยู่ในประเภท หน้าใหม่ หรือไม่ก็ตัวประกอบ ระดับรองๆ เกือบทั้งหมด แต่ทุกคนก็ทำหน้าที่ได้อย่างน่าชื่นชม ให้การแสดงที่มีสีสรรค์ มีเสน่ห์ ขณะเดียวก็น่าเชื่อถือ ให้ความรู้สึกของ คนเดินถนน ที่เราสัมผัสได้ และแทนตัวเองลงไปได้

My Mother is Belly Dancer อาจจะไม่ได้เป็นงานที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากนัก อย่างน้อยในกลุ่มหนัง First Cut Project ด้วยกันหนังก็ ถูกความโดดเด่นของหนังเรื่องอื่นในกลุ่มปิดจนมิด ไม่ว่าจะเป็น Crazy Stone ที่โด่งดังมาในจีนแผ่นดินใหญ่ และสร้างชื่อให้กับผู้กำกับ หนิงเห่า โด่งดังในชั่วข้ามคืน หรือ The Shoe Fairy ที่นำแสดงโดย ขวัญในชาวเน็ต (เมื่อซัก 5 ปีที่แล้ว) อย่าง Vivian Hsu แต่ในด้านคุณภาพ My Mother is Belly Dancer เว็บไซท์ LoveHKfilm.comm หรือ anutshellreview ก็ยกย่องให้นี้เป็นงานที่ดีที่สุดในกลุ่ม ซึ่งผมเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันครับ

  • Credits
    กำกับ – Lee Kung-Lok
    แสดงนำ – Crystal Tin Yui-Lei, Amy Chum (Tam Yan-Mei), Sydney (Suet Lei), Monie Tung Man-Lei, Pasha Umer Hood, Gordon Lam Ka-Tung, Ken Tong Chun-Yip, Cheung Wing-Hong, Lam Chi-Chung, Andy Lau Tak-Wah
  • Rating – 4/5
Advertisements

2 thoughts on “My Mother is Belly Dancer (2006, Lee Kung-Lok)

  1. กำลังจะเรียนระบำหน้าท้องพอดีค่ะ รู้สึกว่าการระบำหน้าท้องทุกแห่งจะต้องเผชิญกับทัศนคติของเพศชาย และเพศหญิงที่ถูกขนบประเพณีครอบงำอยู่ร่ำไปเนาะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s