Days of Tomorrow – ครั้งนี้ครั้งโน้น ใจกระโจนไปหา (1993, Lau Yue-Ming)

ในช่วงแห่งการสร้างชื่อ หลิวเต๋อหัวโด่งดังเป็นพิเศษกับหนังแนวนักเลง และหนังโรมแมนติก งานที่โด่งดังที่สุดของเขาเห็นจะเป็น “ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ” ที่ควบรวมกิจการเอาหนังทั้งสองประเภทมารวมกันได้อย่าง เหมาะเจาะลงตัว เรียกว่าหลิวเต๋อหัวกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเท่ห์แห่งยุค 90 ไปเลย สาวก็อย่างได้เป็นแฟน หนุ่มก็พากันซิ่งเมอร์เตอร์ไซ เดินสโลโมชั่น เหมือนเฮียหลิวกันทั้งเมือง

แต่ที่เราจะพูดถึงกันว่านี้ เป็นหนังโรแมนติกอีกเรื่องของ หลิวเต๋อหัว ที่มีคุณภาพไม่ยิ่งหย่อน แต่กลับถูกพูดถึงน้อยกว่าคุณค่าของมันมาก ก็คือ Days of Tomorrow หรือชื่อไทยสุดแสนจะหยาดเยิ้มว่า “ครั้งนี้ครั้งโน้น ใจกระโจนไปหา” หนังจากการกำกับของ หลิวหยูหมิง ที่ทิ้งงานกำกับการแสดงไว้เรื่องเดียวในชีวิต และการเขียนบทของ เจฟ เหลา (เจ้าของผลงาน คนตัดเซียน, ไซอิ๋วเดียวลิงเดี๋ยวคน) เล่าเรื่องรักของหนุ่มสาวอันแสนบริสุทธิ์ ผสมผสานอารมณ์หลากหลาย ทั้งเศร้า และหวนรำลึกอดีตอันแสนงามของวงการภาพยนตร์ยุคเก่า

เรื่องราว เริ่มต้นขึ้นในโรงหนังทดลองฉาย ของบริษัทสร้างภาพยนตร์แห่งหนึ่ง หนังรักคลาสสิคในอดีตเรื่อง Days of Tomorrow กำลังจะถูกนำกลับมาสร้างใหม่ อีกครั้งท่ามกลางความรู้สึกหลากหลาย สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง

แต่คนที่รู้สึกพิเศษกับหนังเรื่องนี้ ก็คือ หยัน (ฉีเหออิง) เด็กสาวฝึกงานในบริษัทแห่งนั้น นั้นก็เพราะว่า พ่อของเธอ เคยแสดงนำในหนังเรื่อง Days of Tomorrow เมื่อครั้งเก่าก่อน พ่อเป็นดาราหนุ่มดาวรุ่งในยุคนั้น ที่มาเร็วไปเร็วเหมีอนผีพุ่งใต้ เขาเริ่มต้นกับงานสตั้นแมน ก่อนจะก้าวมาเป็นพระเอกหนัง และหายหน้าไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความสงสัยของทุกคน

แม้แต่ หยัน เองก็ไม่ทราบความเป็นมาของบิดามากนัก มีเพียงรูปถ่ายหนึ่งใบ ที่หลงเหลือให้ได้คิดถึง หยันอาศัยอยู่กับแม่ผู้ปากร้าย (เยี่ยเต๋อฮั่น) ที่ไม่เคยเล่าเรื่องราว หน่ำซ้ำยังหัวเสียทุกครั้งที่เธอกล่าวถึงพ่อ การได้รับเลือกให้เข้ามาทำงานในโครงการของหนังเรื่องนี้ หยันได้ค้นพบเรื่องราวของพ่อเธอ ผู้หญิงที่พ่อรัก และยังได้ทราบถึงความเจ็บปวดที่แม่ต้องเก็บมาไว้นานแสนนานด้วย

Days of Tomorrow เล่าเรื่องตัดสลับ ระหว่างเด็กสาวผู้ตามหาอดีตของตัวเอง กับเรื่องรักอันเจ็บปวดของคนสองคน ที่ถูกปิดปังมาอย่างยาวนาน ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อ จากการพบกันของคนสองคน อาซิ่ง (หลิวเต๋อหัว) ชายหนุ่มเสเพล เจ้าชู้ ที่หวังเป็นดาราดัง กับ อาหลิง (หลิวจินหลิง) ลูกสาวร้านอาหารเล็กๆ ละแวกนั้น ด้วยเปลือกนอกที่แตกต่างกัน ทั้งสองค่อยๆ พัฒนาสัมพันธ์ และกลายเป็นความรักในที่สุด แต่อาซิ่งไม่อาจให้ความรักหยุดยั่งความฝันในวงการหนังของเขาได้ วันหนึ่งชายหนุ่มจึงต้องจากเมืองเล็กๆ ที่ทั้งสองอาสัยอยู่ไป และสัญญาว่าจะกลับมาเมื่อประสบความสำเร็จ

หนังจากอาซิ่งเดินทางไปเกาลูน เพื่อสานต่อความฝันในอาชีพ ไม่นานนักอาหลิงก็ตัดสินใจออกเดินทาง ตามหาคนรักเพื่ออยู่รวมกัน ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่หญิงสาวคาดคิด เมื่อเธอพบว่า ขณะนี้เขากลับ ได้เสียอยู่กินกับผู้หญิงคนใหม่แล้ว อาหลิงหมดสิ้นทุกอย่าง ก็สิ้นหนทางที่จะไป แต่ด้วยเหตุบังเอิญเธอ ได้พบ และถูกรับอุปการะเป็นบุตรบุญธรรมของ เศรษฐีวัยชราผู้ยิ่งใหญ่ แห่งวงการภาพยนตร์ฮ่องกง ที่ถึงแม้จะมีฐานนะเป็นลูกแต่ทุกๆ คนในวงการรู้ดีว่าคำว่า “ลูกบุญธรรม” สำหรับชายแก่นั้นหมายถึงอะไร

อาซิ่งเองก็ไม่ได้แตกต่างกันนัก เขาดิ้นรนเพื่อความฝัน แต่ทุกอย่างกลับไม่คืบหน้า สุดท้ายหนทางของความสำเร็จก็กลับไปสู่แนวทางดั่งเดิม การใช้เส้นสาย อาซิ่ง สร้างสัมพันธ์กับ คุณเหม่ย (อู๋เจียลี่) สตรีผู้ยิ่งใหญ่ในวงการ และที่สุดทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง แต่ในคราวนี้ไม่ใช้ในฐานนะ เด็กสาวร้านอาหาร กับหนุ่มเสเพลแล้ว แต่เป็นดาวรุ่งคนใหม่ของวงการภาพยนตร์สองคน ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งครั้งเก่าก่อน ไม่สามารถปิดบัง และอดกลั้นไว้ได้ ถึงแม้ทั้งสองจะทราบดี ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ก็ตามที

ความโดดเด่นที่แท้จริงของ Days of Tomorrow ก็คือ รำลึกถึงหนังฮ่องกงแบบเก่าๆ ในยุค 50 – 60 เป็นเสมือน จดหมายรักจากคนทำหนังชาวฮ่องกงรุ่นใหม่ถึงรุ่นเก่า การเสนอภาพของแวดวงดารา ถ่ายทอดฉากการถ่ายทำหนังกำลังภายในยุคเก่า ซึ่งก็ต้องชมทีมการสร้าง ทั้งการออกแบบฉาก เสื้อผ้า ที่ทำออกมาได้สมจริง และสวยงาม ชวนให้ย้อนนึกไปถึงวันเก่าๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

นอกจากนั้นหนังยังพยายามสร้างเรื่องราวให้ออกมาทำนอง หนังรักโรแมนติกแบบโบราณ ที่เสนอเรื่องราวเศร้าเคล้าน้ำตา ติดจะน้ำเน่า เร้าอารมณ์ รวม ใส่ฉากหวานหยด หรือ เศร้าบีบน้ำตา กันชนิดไม่กลัวหนังจะฟูมฟายเลย หนังยังบอกเล่าเรื่อง ความเศร้าที่เกิดขึ้นในวงการภาพยนตร์ยุคเก่า ตัวละครที่ตะกายไปสู่ความฝัน ยอมทำทุกอย่าง จนทำลายตัวเอง และคนรอบข้าง

หนังอาจจะนำเสนอทั้งเรื่องสุขอันแสนหวาน และเรื่องเศร้าแห่งความเลวร้าย ล้มเหลว แต่บทสรุป โดยเฉพาะจากตัวละครอย่าง หยัน ต้องการที่จะสื่อ และย้ำเตือนถึง ความจริงที่ว่า ไม่ว่าจะดีจะร้าย ทุกความทรงจำมีความหมาย และควรค่าแก่การคิดถึง สุดท้ายเด็กสาว ก็เก็บความทรงจำทั้งหมดไว้ในใจ และพร้อมที่จะออกเดินต่อ อย่างไม่ข้างคาใจต่อสิ่งใดอีก

Days of Tomorrow เป็นหนังเรื่องต้นๆ ที่ผลิตโดย Focus Films ของ หลิวเต๋อหัว นอกจากจะเป็นงานที่ดีแล้ว ยังแสดงออกต่อความรู้สึกของเขาต่อวงการหนังฮ่องกง บทบาท พระเอกผู้แสนทรนงในเรื่อง อาจจะดูไม่ได้ห่างใกลกับบทอื่นๆ ที่เขาได้รับมาตลอดอาชีพ ซึ่งแน่นอนว่านั้นนำมาซึ่งความซ้ำซากจำเจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นความน่าเบื่อ มาดเดิมๆ บทเก่าๆ หลิวเต๋อหัวก็ยังคงเผยให้เห็นเสน่ห์แบบของเขาอยู่เสมอ

ดาราคนอื่นในเรื่องล้วนมีผลงานที่ดี แต่ที่ผมอยากพูดถึงเป็นพิเศษ ก็คือสองนางเอกสาว หลิวจินหลิง และฉีเหออิง ทั้งสองให้บทบาทการแสดงที่ดี หน้าตาก็จัดว่าสวยใช้ได้ น่าเสียดายที่ความรุ่งเรืองในอาชีพ กลับไม่ยืนยาวอย่างที่หวัง หลิวจินหลิง ได้รับบทเด่นใน Days of Tomorrow เพียงเรื่องเดียว การแข่งขันที่สูงในวงการผลักเธอให้ต้องรับบทรองๆ หลังจากนั้นเป็นต้นมา เช่นเดียวกันกับ ฉีเหออิง เพียงแต่สาวน้อยคนหลังนี้ กลับต้องปิดฉากอาชีพนักแสดงของเธอไปโดยปริยาย ในปี 1998 เป็นต้นมา หลังจากคบหา แต่งงาน และจนถึงบัดนี้ก็มีลูกสาวไปแล้วหนึ่งคน กับพระเอกนักร้องหนุ่ม เฉินอี้ซิน ซึ่งจะว่าไปแล้ว ชตากรรมของสาวทั้งสองก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากตัวละคร อาซิ่ง ในหนังเท่าไหร่ อย่างน้อยพวกเธอทั้งสองก็ยังมี Days of Tomorrow แห่งความเจิดจรัส ที่เคยได้รับในอดีต

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง – Focus Films
    กำกับ – Lau Yue-Ming
    อำนวยการสร้าง – Chui Wai-Gwok
    บทภาพยนตร์ – Jeff Lau Chun-Wai
    กำกับคิวบู๊ – Tung Wai
    แสดงนำ – Andy Lau Tak-Wah, Jay Lau Gam-Ling, Carrie Ng Ka-Lai, Yip San, Hilary Tsui Ho-Ying, Henry Fong Ping, Deannie Yip Tak-Han
  • Thailand Release – ฉายโรงปี 1993 โดยบริษัทนนทนันท์, VCD ของ EVS
  • Rating – 4/5

5 thoughts on “Days of Tomorrow – ครั้งนี้ครั้งโน้น ใจกระโจนไปหา (1993, Lau Yue-Ming)

  1. ผมชอบเรื่องนี้มากครับ…ผมชอบความเป็นยุค 50-60
    มันคลาสสิค
    อยากดูอีก แต่หายากมากครับหนังเรื่องนี้ เพราะไม่ค่อยดัง

  2. เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ดีมากครับ และเป็นหนังเรื่องที่ดีของหลิวเตอะหัวอีกเรื่องหนึ่งแต่น่าเสียดายที่ EVS ทำวีซีดีออกมาขาย แต่ตอนท้ายของเรื่องขาดหายตอนสำคัญไปทำให้เสียอารมณ์มากครับ

  3. ผมชอบมากครับ และยังอยากหาแผ่นมาเก็บไว้ แต่หามาหลายปีไม่เจอเลย อยากบอกว่าเพลงที่บรรเลงในหนัง (ตอนที่มีงาน และฉากขี่จักรยาน ถ้าจำไม่ผิดนะ )ฟังแล้วเศร้ามากเลย
    ขอบสุดๆครับเรื่องนี้

  4. เป็นเรื่องในดวงใจเลยละครับตอนสมัยนั้นเคยเก็บเป็นVDOเทปแต่หายสาบสูญ พอมาไม่นานนี้ได้ซื้อVCDมาเก็บแต่น่าเสียดายที่ตอนท้ายหายไปเยอะเลยเซ็งไปเลยครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s