CJ7 – คนเล็ก ของเล่นใหญ่ (Stephen Chow, 2008)

เมื่อใดถึงคราวที่หนังของโจวซิงฉือเข้าฉาย นั้นถือเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ที่ช่วงเวลาดังกล่าวกว่าจะแวะเวียนมา ก็ต้องรอกัน 2 – 3 ปี แตกต่างจากยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของหนังฮ่องกง ที่โจวซิงจือจะมาพบเราโรงที่หนังใกล้บ้านกัน เรียกว่าทุกๆ 3 เดือน 6 เดือน เมื่อ 7 ปีที่แล้วเราได้พบกับ Shaolin Soccer และตามมาในอีก 3 ปีกับ Kung Fu Hustle

และแล้วในปี 2008 เขาคนนี้ก็กลับมาอีกครั้ง โจวซิงฉือ กับงานที่เขากำกับ/เขียนบท/แสดงนำ ด้วยตัวเองอีกครั้ง CJ7 หนังที่จำกัดความได้ว่าเป็น หนังตลก ไซไฟ ที่พูดถึงเรื่องราวของพ่อกับลูก และสัตว์เลี้ยงต่างดาว เป็นงานที่ลงด้วยเงินสูงลิ้วเพื่อสร้างตัวละครเอกของเรื่อง “CJ7” หมาต่างดาวตัว เขียวอื๋อขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์กรางฟฟิค ด้วยอิทธิพลจากหนังดังอย่าง E.T. กับเอกลักษณ์ดั่งเดิมของโจวซิงฉือ CJ7 จึงเป็นงานทีท้าทาย ทั้งกับคนสร้างอย่างโจวซิงฉือ และคนดู อย่างพวกเรา

เมื่อ อาเถี่ย (โจวซิงฉือ) กรรมกรไส้แห้ง ที่เรียกว่ายิ่งกว่าจนกรอบ ลำบากเพียงเพื่อส่งเสียลูกชายคนเดียวของเขา เสี่ยวตี้ (ซูเจี๋ยว) ให้เรียนโรงเรียนเกรดเอ เพียงเพื่อเมื่อโตขึ้นจะได้ไม่ลำบากอย่างเขา พ่อลูกใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก อาเถี่ยเองต้องทำงานอย่างนักหน่วง ขณะที่เสี่ยวตี้ ต้องใช้ของเก็บจากถังขยะ ที่ทั้งเก่า ทั้งเหม็น เนื้อตัวของเด็กน้อยก็สกปรก มอมเม็ม ถูกรังเกียจจากทั้งเพื่อนนักเรียน และอาจารย์ ยังโชคดีที่เด็กน้อยได้รับการดูแลเอาใจใส่ จากครูหยวน (คิตตี้ จาง) ครูสาวคนสวย ผู้จิตใจงาม

อย่างไรเสียเด็กก็ยังเป็นเด็ก เสี่ยวตี้ ไม่อาจปิดปังอำพลางความอยากได้อย่างมีเหมือนเด็กคนอื่น เสี่ยวตี้ถึงกับเอยปากของกับพ่อว่าเขาอยากได้ CJ1 สัตว์เลี้ยงคอมพิวเตอร์สุดไฮเทค อย่างเด็กคนอื่นๆ เขาบ้าง แต่ด้วยฐานะการเงินที่เกินเยียวยา แค่อาหารซักมื้อยังหาได้อย่างยากลำบาง จึงทำได้เพียง การมุ่งไปแหล่งวัตถุดิบประจำบ้านอย่างกองขยะกองใหญ่ ประจำเมือง แน่นอนว่าคงไม่มีใครเอา CJ1 มาทิ้งในถังขยะแบบนี้แน่

อาเถี่ยกลับเจอของประหลาดขึ้นหนึ่ง รูปร่างกลมๆ สีเขียวๆ แบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมากก่อน เขาหยิบฉวยกลับมา และมอบให้แก่ถูกหวังทดแทนของเล่นสุดหรูอย่าง CJ1 ของเล่นชิ้น กลับเปลี่ยนร่างเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาด เป็นสัตว์ประหลาดจากต่างดาว เสี่ยวตี้ ตื่นเต้นกับเพื่อนใหม่ที่เขาตั้งชื่อให้ว่า CJ7 หวังว่าสัตว์ต่างดาวตัวนี้จะมีอำนาจวิเศษ ที่เปลี่ยนให้เขาทัดเทียมกับเพื่อนๆ จอมซ่าส์ที่โรงเรียน

โจวซิงฉือ มักจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับปณิธานอันยิ่งใหญ่ ของคนตัวเล็กๆ ที่มีความฝันเกินตัว เกินเหตุ อย่างสุดแสนจะบรรยาย ที่ผ่านมาเขาเคยเป็นทั้ง ไอ้หนุ่มกังฟูที่หวังเผยแพร่ให้ มวยจีนสืบทอดไปทั่วโลก (Shaolin Soccer) หรือ นักแสดงต๊อกต๋อยผู้มุ่งมันกับ ศิลปะแห่งการแสดงอย่างไม่ย้อท้อ (King of Comedy) ใน CJ7 เขาก็ยังคงมุ่งมั่นอยู่กับ เนื้อหาประเภทเดียวกันนี้ หากแต่ครั้งนี้โจวซิงฉือพยายามสร้างมุมมองที่ใกล้ตัว และดูเป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน ของคนเดินดินธรรมดาๆ มากขึ้นกว่าเดิม

ใน CJ7 ตัวละครของเขาที่ชื่อว่า อาเถี่ย มีชีวิตอยู่เพียงแค่มุ่งหวังเลี้ยงลูกชายให้ดีที่สุด ให้เขาเติบโตอย่างสง่างาม ไม่ลำบากยากเย็นกับการใช้ชีวิต ขณะเดียวกันก็ต้องไม่เอาเปรียบใคร อยู่อย่างสื่อสัตย์ ชื่อตรง ต่อตนเอง และผู้อื่น CJ7 อาจเป็นหนังที่เน้นเนื้อตลกโปกฮา แต่หนังก็ยังให้น้ำหนังก็เนื้อหา การต่อสู้กับความจน บทเส้นทางการใช้ชีวิตด้วยอุดมคติ ที่ทำออกมาได้ดีชัดเจน สร้างความสะเทือนใจได้ในระดับหนึ่งทีเดียว

CJ7 มีมุมมองที่น่าชื่นชมอยู่ไม่น้อย เนื้อหาที่พยายามไปให้ไกลกว่าการเป็นหนังตลกตรุสจีนอีกเรื่อง ที่ดูแล้วดูเลยไม่หลงเหลืออะไรอยู่ในหัวให้เปลืองเวลา หนังมุ่งเสนอทัศนะคดีที่ดีงาม อย่างไรก็ตามการปรากฏตัวบทจอของโจวซิงฉือที่มีอย่างจำกัดจำเขี่ย ถือว่าส่งผลต่อตัวหนังไม่น้อย โจวซิงฉือกล้าหาญชาญชัยมาก ที่ลดบทบาดตัวเองเองลงไปลง จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นตัวประกอบคนหนึ่งของเรื่อง และผลักดันดาราเด็กหน้าใหม่ฝีมือดีอย่าง เจ้าหนู ซูเจี๋ยว ขึ้นมาเป็นตัวเดินเรื่องแทน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าสาวน้อย (ผู้แสดงเป็นเด็กผู้ชาย) คนนี้ไม่ธรรมดานะครับ แบกหนังทั้งเรื่องไว้ได้อย่างสบายๆ หลี่ไหลกับการปล่อยมุขตลก และฉากซึ้งๆ

อย่างไรเสีย ซูเจี๋ยว ก็ไม่ใช่โจวซิงฉือ การลดทอนบทบาทของตัวเองลงไป และการสร้างหนังให้มีอารมณ์แบบหนังครอบครัว ก็มีผลต่อการทดทอนเสน่ห์ประเภทห่าม และบ้า แบบโจวซิงฉือ ในหนังไปด้วยแบบช่วยไม่ได้ ได้ยินแฟนโจวซิงฉือหลายๆ คนบ่นให้ฟังว่า งานในยุคหลังๆ ของเขาดูจะ “เปลี่ยนไป” ไม่น้อย ผมเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันนะครับ ถึงแม้แก่นของเรื่อง อันว่าด้วย “คนตัวเล็ก ความฝันยิ่งใหญ่” หรือ “การชำระล้างบาป ความผิดที่ได้กระทำมา” ยังคงอยู่ แต่องค์ประกอบหลักส่วนอื่น ก็ถือว่า “หาย” และ “ลดทอน” ไปไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหนักหน่วง สุดขั่วของมุขตลก ที่ดูจะเบาบางลงไปเยอะ รวมไปถึงองค์ประกอบประเภท “เปลือก” อย่างดาราประกอบหน้าเก่าๆ ที่หายหน้าหายตาไปกันหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลุงอู่ม่งต๊ะ ที่แฟนๆ หลายคนบอกคิดถึงเหลือเกิน

อย่างที่บอกไว้ในย่อหน้าแรกนะครับ หลายคนอาจจะผิดหวัง กับความตลกที่มีให้ไม่สมกับการรอคอย การเข้าฉายของหนังโจวซิงฉือ เป็นสิ่งพิเศษเสมอ แต่นอน CJ7 ก็เป็นหนึ่งในนั้น มุขตลกอาจจะไม่คม ไม่เยอะ เท่าเดิม แต่ก็ถือว่ายังสร้างเสียงหัวเราะได้มากกว่าหนังตลกฮ่องกงเรื่องอื่นๆ อยู่ดี เนื้อหาถือว่าใช้ได้ ดาราแสดงได้ดี นอกจากนั้นการปรากฏตัวบนเจอด้วยชุดกี่เพ้าของ น้องนางเอกหน้าใหม่อย่าง คิตตี้ จาง ก็เป็นอาหารตาชั้นดี รวมๆ เป็นงานที่ไม่เสียดายเงิน เสียดายเวลา … แต่สำหรับแฟนๆ ของโจวซิงฉือ การกลับมาของเขาแบบเต็มรูปแบบ ทั้งความฮา ฮาบ้า ความตลก แบบสุดขั่ว ยังคงต้องรอกันต่อไป

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง – Centro, Golden Harvest
    กำกับ – Stephen Chow Sing-Chi, Vincent Kok Tak-Chiu
    อำนวยการสร้าง – Stephen Chow Sing-Chi, Chui Po-Chu, Han San-Ping, Vincent Kok Tak-Chiu
    บทภาพยนตร์ – Stephen Chow Sing-Chi
    กำกับภาพ – Poon Hang-Sang
    ตัดต่อ – Angie Lam
    ดนตรีประกอบ – Raymond Wong
    กำกับศิลป์ – Olivia Wang
    ออกแบบเครื่องแต่งกาย – Dora Ng
    แสดงนำ – Stephen Chow Sing-Chi, Xu Jiao, Kitty Zhang Yuqi, Lam Chi-Chung, Fung Min-Hun
  • Thailand Release – ฉายโรงโดย โคลัมเบีย ไทรสตาร์
  • Rating – 3.5/5
Advertisements

4 thoughts on “CJ7 – คนเล็ก ของเล่นใหญ่ (Stephen Chow, 2008)

  1. อื้ม เห็นด้วยกับคุณ ar นะครับ
    โดยส่วนตัวแล้ว ชอบงานช่วงยุค 90 ของโจวซิงฉือมาก ๆ
    บ้าบอทั้งการแสดง และมุขตลก แต่ดูสนุกสุด ๆ อย่าง คนตัดคน ภาค 2
    หรือกึ๋ยเฉพาะชั้น 9 ที่ฮาสุด ๆ ก็ต้องยอมรับนะครับว่า เมื่ออินเตอร์ขึ้น มันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันบ้าง เหตุการณ์ทำนองนี้ ไม่ได้เกิดแค่กับโจวซิงฉือนะครับ แต่มีอะไรแบบนี้ มาตั้งแต่สมัยบรูซลี, เฉิงหลงแล้ว ก็ต้องทำใจล่ะครับ รอให้เฮียโจวกลับมาบ้านเกิดก่อน เราคงจะได้ดูหนังฮา ๆ แบบนั้นอีกแน่นอน (แต่คงยากน่ะครับ 55)
    เมื่อคืนได้ดูแฟนพันธุ์แท้โจวซิงฉือ เพิ่งรู้ว่า เฮียแกเล่นหนังเรื่องแรกเป็นตัวประกอบใน โหด เลว ดี โดนยิงทีเดียวตายเลย 55

  2. แวะมาค่ะ ชอบพี่แกมากมาย และว่าเดี๋ยวคงต้องไปดูค่ะ

    มีช่วงนึงที่ดูหนังพี่เค้าแล้วเริ่มรู้สึกว่า ไม่ได้ตลกอย่างเดียว ชอบเรื่อง ยาจกซู(ซูซานฮาเออซาน) แล้วก้อ เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว ดูแล้วอืมมม…สุดยอดค่ะ จะรอดูต่อไป

  3. พี่โจ แกเคยเล่นเป็นตัวประกอบ หนัง TVB เรื่องมังกรหยก รุ่นหวงเย่อหัวด้วยครับ เหมือนกันโดน ฟันทีเดียวตาย

  4. ผมอยากรู้ว่าโรงเรียนที่โจวเสี่ยวตี้เรียนอยู่นั้น ชื่อว่าโรงเรียนอะไรครับ อยากรู้จังเลย
    ได้โปรดตอบด้วย ขอบคุณมากครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s