Swordsman – เดชคัมภีร์เทวดา (1990, King Hu)

ในปี 1990 ถือเป็นปีสำคัญของหนังฮ่องกง เมื่อตระกูลหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อย่างหนังกำลังภายในได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เป็นการแนะนำหนังแนวนี้ให้กับผู้ชมรุ่นใหม่ ด้วยภาพลักษณ์ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในปี 1990 ผู้กำกับอย่างฉีเคอะสร้างรากฐานที่มั่นคง ก่อนที่เขาจะสร้างชื่ออย่างยิ่งใหญ่อลังการในยุค 90 เช่นเดียวกับสร้างให้ เฉิงเสี่ยวตง ได้ยืนอยู่แถวหน้าของสายงานผู้กำกับคิวบู๊ ที่ยังคงยั่งยืนมาถึงปัจจุบัน ในทางตรงกันข้ามปี 1990 เป็นเสมือนการจุดพลุครั้งสุดท้ายของยอดผู้กำกับ King Hu ก่อนจะต้องปิดตำนานอันยิ่งใหญ่ลงในอีกไม่กีปีต่อมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่กลาวมานั้น เกิดขึ้นได้ด้วยงานที่ชื่อว่า “เดชคัมภีร์เทวดา”

นิยายของกิมย้งส่วนใหญ่จะเป็นการนำเรื่องราวประวิติศาตร์ ผสานเข้ากับเรื่องราวที่เค้าแต่งขึ้น ได้แบบแนบเนียนสมจริง เป็นเนื้อเดียวกัน เช่นเรื่อง มังกรหยก 1 – 2 เป็นเรื่องราวการล้มสลายของราชงศ์ซ้อง และการรุกรานของมงโกล เรื่องมังกรหยก 3 เรื่องราวปลายสมัยราชวงศ์หยวนและการขึ้นสู่อำนวจของจูหยวนจาง หรืออุ้ยเสี่ยวป้อ ที่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ การก้าวเป็นฮ่องเต้ที่ยิ่งใหญ่ของคังซีฮ่องเต้

แต่สำหรับนิยายเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร หาเป็นเช่นนั้นไม่ กระบี่เย้ยยุทธจักรเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น แต่สะท้อนเรื่องความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกยุคสมัย เกี่ยวอำนาจ การแย่งชิง การยึดติด เกี่ยวกับกิเสศที่เกิดขึ้นในใจคน นิยายเรื่องนี้ถึงยกย่องมากๆ สำหรับแฟนของกิมย้งบางคนยกให้เป็นอันดันหนึ่ง กระบี่เย้ยยุทธจักรถูกสร้างมาหลายครั้ง ที่คนค่อนข้างติดตาคงเป็นฉบับทีวีที่แสดงโดยโจวเหวินฟะ

แต่ “กระบี่เย้ยยุทธจักร” ฉบับที่โด่งดั่งที่สุด คนจดจำได้มากที่สุด คงหนีไม้พ้นฉบับที่เรียกกันในภาษาไทยว่า “เดชคัมภีร์เทวดา” ผลงานของฉีเคอะ คนนั้น ถึงแม้ในข้อมูลอย่างเป็นทางการ หนังเรื่องนี้มีตำแหน่งผู้กำกับอย่างเป็นทางการ คือ King Hu ปรมจารย์หนังกำลังภายใน แต่ก็ต้องยอมรับว่า เจ้าของหนังที่แท้จริง ก็คือ ฉีเคอะ นั้นเอง

ในข้อเท็จจริง King Hu ขัดแย้งกับฉีเคอะที่เป็นผู้อำนวยการสร้างอย่างรุนแรง จนถอนตัวออกจากงานกลางคัน แต่หนังก็ยังให้เครดิตเค้าอยู่ หนังได้รับการยกย่องสูงมากว่า ผสานรูปแบบของหนังกำลังภายในยุคเก่า เข้ากับการพัฒนาหนังกำลังภายในให้ไปสู่แนวใหม่ (ในยุคนั้น) ได้อย่างลงตัว ดาราไม่ต้องพูดถึงขนมากับเป็นกะบุง ไม่ว่าเสียงด่าหรือ เสียงชม จะเป็นยังไงแต่เวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า Swordman เป็นผลงานที่สมควรได้รับการยกย่อง

หนังเล่าเรื่องของ สองศิษย์หัวซาน เหล่งฮูชง (แซม ฮุย) และงักเล้งซัง (เยี่ยถง) ที่เดินทางมาเยี่ยมเยือน ท่านจอมยุทธท่านหนึ่ง ตามคำสั่งของอาจารย์ได้รับมอบ มอบตำราลึกลับในกระบอกไม้ไผ่แก่ที่ทุกคนตามหา และคำสั่งเสียสุดท้ายให้มอบมันแก่บุตรชาย ทายาทที่หลงเหลืออยู่ เหล่งฮูชง กลายเป็นผู้ถือคัมภีร์ที่ผู้คนทั้งยุทธจักรตามหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขันทีเฒ่า (หลิวชุน) ที่แท้จริงแล้ว กลับหวังในคัมภีร์ทานตะวัน เคล็ดวิชาสุดยอด ที่สาบสูญไปในยุทธจักรหลายปี ซึ่งมีข่าวเล็ดรอดออกมาว่า ที่ส่งเจ้าสำนักซงซั้ว จ้อแน้เซียง (หยวนหัว) เพื่อเข้าแย้งชิง

สองจอมยุทธหนุ่ม สาวแห่งหัวซาน ติดอยู่กึ่งกลางสงความแย้งชิงอำนาจของหลายฝ่าย ทั้งขันทีจอมโหด เจ้าสำนักใหญ่ผู้ถวายตัวรับใช้คนเลว สุดท้ายคนที่สมควรไว้วางใจมากที่สุด กลับไม่น่าใว้วางใจมากที่สุด คนที่ช่วยเหลือพึ่งพังได้กลับเป็นคนแปลกหน้าที่เขาบังเอิญได้พบเจอ ชาวป่าชายแดนอย่าง ยิ้มอิงอิง (จางเหมี่ยว) แห่งเผ้าแม้ว ที่ช่วยชีวิตในเวลาใกล้ตาย หรือ ชายชรา ฟงชิงหยาง ผู้สั่งสอนเพลงกระบี่เก้าเดียวดาย ในเพียงครั้งแรกที่ได้เจอ

เหล่งฮูชง ถึงได้ทราบความน่ากลัวแห่งยุทธภพ แท้จริงแล้ว หาใช้สุดยอดวิชา หรือศัตรูอันโหดเหี้ยม แต่เป็นจิตใจชั่วร้ายคดโกง ที่ซ้อนอยู่ภายใต้หน้าตาอันเป็นมิตร ของจอมยุทธผู้จอมปลอม

ต้องเข้าใจว่าเรื่องราวของนิยายนั้นยาว เกินจะทำเป็นภาพยนตร์ได้ ถ้าไม่สร้างแบบหลายๆ ภาคพร้อมกัน (ทั้งที่นิยมกันในยุคของชอว์บราเดอร์ และกลับมาเกิดใหม่ในยุค Lord of The Ring) ก็ต้องมีการตัดแปลงบ้าง แต่ฉีเคอะเลยเถิดไปจนถึงขั้นเกือบเละในสายตานักวิจารณ์บางคน (ซึ่งความเละเช่นนี้ จะปรากฏออกมาแบบเต็มเหนี่ยวยิ่งกว่านี้ขึ้นไปอีกในภาค 2 – 3

อย่างไรก็ตามถ้าผลออกมาแล้วมันสนุก แปลกใหม่ ตื่นเต้น และที่สำคัญก็อการรักษาใจความสำคัญของเรื่องไว้ การมั่วนิ่มในบางแง่มุม ต่อนิยายต้นฉบับก็คงจะเป็นเรื่องที่รับกันได้ง่ายๆ การประสบความสำเร็จ ของ เดชคัมภีร์เทวดา ก็คงจะเป็นข้อพิสูจน์ถึงการประสบความสำเร็จในการ “บิดเบือน” นิยายต้นฉบับ ของฉีเคอะได้เป็นอย่างดี

การเดินออกจากกองถ่ายกลางคันของ King Hu อาจนับเป็นผลประโยชน์ของคนดู เพราะหนังรวบรวมเอกลักษณ์ของหนังกำลังภายใน ทั้งสองรุ่นเอาไว้ได้เหมาะเจาะลงตัว

งานสร้างลีลาการเล่าเรื่องในแบบหนังกำลังภายในดังเดิ่ม การสร้างภาพวิชวลที่มุ่งเน้นความสมจริงสมจัง แบบ King Hu ที่เน้นรายละเอียดทุกสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ใหน ไม่ว่าจะเป็นสีของผ้า อาวุธที่ดูมีน้ำหนัก หาใช้เป็นเพียงของเล่น ฉาก และสิ่งปลูกสร้าง ที่สร้างด้วยความพิถีพิถัน เหมือนครั้งหนึ่งมีคนเคยอาศัยอยู่มาแล้วจริง

ฉีเคอะ และผู้กำกับคิวบู๊ เฉิงเสี่ยวตง นำองค์ประกอบแบบ King Hu มาผสมความเชี่ยวชาญส่วนตัวของทั้งคู่ คิวบู๊แบบเหิรเวหา ลีลาการเล่าเรื่องฉับไว้ การรวบรวมดาราระดับซุปเปอร์สตาร์ในแบบหนัง Block Buster ดนตรีประกอบที่ไพเราะของ หวังจัง (Jim Wong) กลายเป็นงานที่ปลุกผีหนังกำลังภายใน ให้คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง –
    Film Workshop
    กำกับ – King Hu, Tsui Hark
    อำนวยการสร้าง – Tsui Hark
    บทภาพยนตร์ – Wong Ying, Leung Yiu Ming, Daai Foo Ho, Lam Kee-To, Lau Daai Muk, Gwaan Man Leung
    กำกับภาพ – Ardy Lam Kwok-Wah, Peter Pau Tak-Hai
    ตัดต่อ – David Wu Dai-Wai, Marco Mak Chi-Sin
    ดนตรีประกอบ – James Wong, Jim Romeo Diaz
    กำกับศิลป์ – James Leung Wah-Sing
    กำกับคิวบู๊ – Ching Siu-Tung, Lau Chi Ho
    แสดงนำ – Sam Hui Koon-Kit, Cecillia Yip Tung, Jacky Cheung Hok-Yau, Fennie Yuen Kit-Ying, Cheung Man, Yuen Wah, Lam Ching-Ying, Lau Siu-Ming, Lau Shun, Wu Ma
  • Thailand Release – ฉายโรง 1990, VCD/DVD โดย EVS
  • Rating – 5/5

4 thoughts on “Swordsman – เดชคัมภีร์เทวดา (1990, King Hu)

  1. ดูขัอมูลใน IMDB แล้วงงเหมือนกันครับ นอกจาก คิง ฮู ยังมีผู้กำกับเป็น แอนน์ ฮุย และอีกหลายๆ คน อ่านบทความนี้แล้วช่วยให้เห็นภาพมหกรรมผู้กำกับอยู่บ้าง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s