Fatal Contact – นักสู้สังเวียนเลือด (2006, Dennis Law)

Fatal Contact งานแอ็กชั่น กังฟู จากของฮ่องกง หนังดำเนินตามรอยทางหนังแอ็กชั่นรุ่นใหม่ ที่นำเสนอคิวบู๊ที่ดุเดือดเลือดพล่าน มีฉากหลังอยู่ในโลกปัจจุบัน ที่โฟกัสไปที่โลกแห่งอาญากรรม แวดวงใต้ดัน Fatal Contact แสดงออกถึงความทะเยอทะยาน ในการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้ง ไปพร้อมๆ กับคิวบู๊ที่สุดยอด น่าเสียดายนั้นเป็นความพยายามอันล้มเหลว หนังมีบท และการดำเนินเรื่องที่เต็มไปด้วยช่วงโหว่ และความไม่ลงตัว แต่อย่างน้อยองค์ประกอบประการที่สอง อย่างคิวบู๊ ก็ช่วยยกให้ Fatal Contact ไม่ย่ำแย่อย่างที่ควรจะเป็น

จุดขายหลักของ Fatal Contact ก็คือ นักแสดงหนุ่ม ที่ชื่อว่า อู๋จิ่ง ดารากังฟูที่หลายๆ คนคาดหวังให้มาแทบรุ่นพี่กำลังอ่อนแรงอย่าง เฉินหลง และหลี่เหลียงเจี๋ย นับตั้งแต่มีผลงานครั้งแรกเมื่อ 13 ปีก่อน ขณะอายุได้เพียง 19 ปี ด้วยรูปลักษณ์หนุ่มแผ่นดินใหญ่ใส่ซื่อบริสุทธ์ หนุ่มนักวูซูมากพรสวรรค์ เขาได้รับการขนานนามว่าเป็น หลี่เหลียงเจี๋ยคนใหม่ หรือนาคจแห่งวงการหนังกังฟูไปโดยปริยาย กลายเป็นว่า อู๋จิ่งกลับคงสภาพความเป็น “อนาคต” อยู่อย่างนั้นอย่างยาวนาน ความสำเร็จในปัจจุบัน (โดยเฉพาะกับตลาดนอกจีน หรือไต้หวัน) กลับไม่มาถึงซักที

เดนนิส ลอว์ ผู้กำกับ Fatal Contact ให้ความเห็นในเรื่องนี้ไว้ว่า อู๋จิ่งโชคร้ายที่เกิดในในช่วง แห่งความตกต่ำของวงการหนังฮ่องกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังกังฟูตามประพณีนิยม ที่กลายเป็นของหายากสร้างกับปีละไม่กี่เรื่อง หนักๆ เข้าก็หลายๆ ปีเรื่อง และแน่นอนตัวเลือกแรกในหนังเหล่านั้น ก็คงหนีไม่พ้นหลี่เหลียงเจี๋ยตัวจริง เป็นอันดับแรก อู๋จิ่งจึงต้องหันเหไปกับวงการทีวีอยู่นานหลายปี

อย่างน้อยสถานการณ์ของอู๋จิ้ง ก็ดูจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นบ้าง ภายหนังผลงาน SPL เมื่อปี 2005 และต่อเนื่องมาถึง Fatal Contact ในปีต่อมา แววที่ดูเหมือนจะเริ่มเลือนลาง ไปแล้วเขา ก็เริ่มปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง นอกจากได้มีโอกาศแสดงความสามารถทางด้านบู๊แล้ว อู๋จิ่งยังพิสูจน์ว่าเขามีการแสดงที่ไม่ขี้เหร่ และสามารถเล่นในได้หลากหลายแนว ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหนังกังฟูดั่งเดิม

Fatal Contact ใช้โครงสร้างหนังต่อสู้ศิลปะป้องกันตัว ประเภท “สังเวียน” ใต้ดิน เล่าเรื่องของเด็กหนุ่ม อาคง (อู๋จิ่ง) นักกีฬาวูซู ความหวังโอลิมปิก ผู้ตัดสินใจก้าวจากทางเดินแห่งโลกภายนอก เข้าสู่หนทางแห่งความมืด แบนเข็มจากกีฬาที่ทรงเกียรติ สู่สังเวียดเลือดแห่งโลกใต้ดิน ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อโรงงิ้วที่เขาทำงานอยู่ปิดตัวลง อาคงได้รับการชักชวนจากกลุ่มนักธุรกิจใต้ดิน ที่หวังใช้ความสามารถของเขาในการพนัน แข่งขันชกมวยเถื่อน แรกเริ่มเดิมที อาคง ไม่ได้มีความสนใจเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเพื่อนสาวของเขา (เทเรซา ฟุอิง) โน้มน้าว และเพื่อนซี้อย่าง (เจิ้งจงจี) คอยช่วยเหลือในการฝึกซ้อม

จนอาคง ตัดสินใจก้าวเข้าสู่สังเวียนใต้ดินเผชิญหน้ากันนักสู้มากหน้าหลายตา ทั้งแข็งแกร่ง ทั้งน่ากลัว การต่อสู้ในโลกมืดนั้น เลวร้าย ต่ำทราม รุนแรง อย่างที่เขาไม่เคยพบมาก่อน อาคง ต้องรับมือกับความต่ำทรามนั้นด้วยความต่ำทราม แบบเดียวกัน ….

แน่นอนว่าจุดขายโครงสร้างของหนังที่ว่าด้วย สังเวียนใต้ดินนั้น เปิดโอกาศให้ Fatal Contact ได้นำเสนอรูปแบบฉากต่อสู้ One on One ดวลเดี่ยวหนึ่งต่อหนึ่งใด้ดูกันเต็มขนาน ในหนังมีฉากต่อสุ้อยู่หลายฉาก ที่สร้างออกมาได้ดี หนังระดมดารานักบู๊มากหน้าหลายตาให้มาปรากฏในเรื่อง ในฐานะคู่ต่อสู้ของพระเอก ที่เด่นๆ ก็มีอย่าง ซิ่งหยู (คนขายหมูจาก Kung Fu Hustle), นักบู๊ดาวรุ่ง แอนดี้ อัน สุดหล่อ รับบทนักสู้จอมเตะมังกรเงิน, สตั้นแมนชายญี่ปุ่น เคนจิ ทานิกากิ เป็นมังกรทองนักสู้จอมโกง

อย่างไรก็ตามคนที่สมควรพูดถึงที่สุดก็คือ อู๋จิง ดาราแอ็กชั่นที่มีพื้นฐานจากกีฬาวูซูอย่างเขา (รวมทั้งเจ็ท ลี) ที่เดิบโตมาในสายหนังกังฟูโบราณ มักจะประสบปัญหา เมื่อก้าวมาแสดงในหนังที่มีฉากหลังในปัจจุบัน ดูขัดเขิน ไม่ลงตัว กับฉาก สภาพแวดล้อมไปซะหมด ดูเหมือนปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นกับอู๋จิ่ง ใน Fatal Contact หนังผสมศิลปะป้องกันตัวหลายอย่าง ทั้งมวยปล้ำ Xanda (มวยของจีน ที่อู๋จิ่งไปฝึกมาจริงๆ ถึงกับโดยนักมวยคนหนึ่งน็อกเอาเลย) และแน่นอนมวยจีนด้วย

คนหน้าฉากที่ได้รับคำชมคงหนีไม่พ้นอู๋จิ่งพระเอกของเรื่อง ในทางเดียวกัน คนเบื้องหลัง อย่างผู้กำกับคิวบู๊ ก็สมควรกล่าวถึงเช่นเดียวกัน นิกกี้ ลีจงจื่อ ถือว่าเป็นดาวรุ่ง ในงานสายนี้ที่พุ่งแรงขึ้นมาอย่างร้อนแรงในระยะ 4 – 5 ปีหลัง ผู้กำกับคิวบู๊หนุ่มวัย 45 อยู่ในวงการมาอย่างยาวนาน เป็นหนึ่งในสตันแมนของ JCS ทีมสตั้นชื่อดังของเฉินหลง และได้รับการผลักดัน ให้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้กำกับคิวบู๊ในเวลาต่อมา

ในกว่าสิบปีแห่งการเป็นผู้กำกับคิวบู๊ นิกกี้ ลี สร้างชื่อด้วยการทำงานให้กับเฉินหลัง ทั้งหนังที่เขาเสร้างอย่าง Gen X Cop รวมถึงไว้วางใจให้กำกับคิวบู๊ในหนังที่เฉินหลงแสดงเอง Rob-B-Hood, New Police Story จนมาถึงงานล่าสุดอย่าง Fatal Contact และ Invisible Target ที่ยอดผู้กำกับคิวบู๊เริ่มทำงาน เรียกว่าชั่วโมงนี้ นอกจากหนุ่มขี้เก๊กอย่าง ดอนนี่ เยน แล้ว ในหมู่ผู้กำกับคิวบู๊รุ่นใหม่ ถือว่าเขา ก็ร้อนแรงไม่แพ้ใครเลย

จุดเด่นของ นิกกี้ ลี อยู่ที่การนำเสนอคิวบู๊ที่เน้นความสมจริงสมจัง ตามสมัยนิยม แต่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจใน การเคลื่อนไหวหลายๆ ท่า ด้วยลวดสลิงค์ ที่ดูเหนือจริงในบางฉาก บางคนไม่ชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักดูหนังศิลปะป้องกันตัว ชนิดเข้าเส้นหลายๆ คนที่รู้สึกว่าท่าทางเหนือมนุษย์ที่เห็นในหนังนั้น ดูน่าตลก ส่วนตัวของผมอยู่ในกลุ่มแรกนะครับ รู้สึกสนุกไปกับคิวบู๊ในหนัง

ฉากต่อสู้ยอดเยี่ยมที่สุดของเรื่องนั้นถูกวางไว้ช่วงกลางเรื่อง พระเอกถูกว่าจ้าง พร้อมกับนักสู้อีกสองคน ให้ลงแข่งขันในนัดเดิมพัน ด้วยเงินสูงลิ้ว ทั้งสามต้องปะทะกับยอดฝีมือจากฝ่ายตรงข้าม ชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน เป็นการต่อสู้ชนิดกล้าวล่วงไปถึงระดับการเอาชีวิตกันประมาณนั้นเลย ซึ่งแน่นอนว่าสุดท้าย ต้องเป็นพระเอกที่ประมือกับสามนักสู้ฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด (ส่วนพวกเดียวกันอีกสองคนนั้น ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง) การถ่ายทำ การออกแบบคิวบู๊ถือว่าทำได้อย่างสุดยอด ดูแล้วก็สึกเสียดายถ้าหนังสามารถรักษาระดับ ความตึงเครียดของฉากนี้ได้ตลอดทั้งเรื่อง Fatal Contact คงเป็นงานทีดีขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเลย

น่าเสียดายที่คุณค่าความดีงามในเรื่องคิวบู๊ต้องถูกบดบังไปไม่น้อย ด้วยปัญหาหนักหน่วงแสนสาหัสในส่วนของบท เนื้อหา และการดำเนินเรื่อง ถ้าให้พูดกับแบบโอเวอร์ก็คงบอกว่าเข้าขั้นหายนะ อะไรทำนองนั้นกันเลยนะครับ ปัญหาของหนังไม่ได้อยู่ที่พล็อต หนังอาจจะติดเนื้อหาค่อนข้างจงใจบีบน้ำตา และชตากรรมอันน่าเจ็บปวดของตัวละคร ที่อาจจะบิวด์กันจนน่ารำคาญอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าหนังมีเรื่องราวที่จะสื่ออยู่พอสมควร

หนังใช้ตัวละครหลักทั้งสี่ อันได้แก่ อู๋จิ่ง เจิ้งจงจี มิกิ หยัง และเทเรซา ฟู เป็นตัวแทนของวัยรุ่น ที่สูญเสียความ “บริสุทธิ์” ไป (ซึ่งไม่ได้เกี่ยวพันอะไรกันเรื่องพันนั้นนะครับ) ตัวละครคนหนุ่มสาวทั้งหลาย ที่เคยมีฝันอันเจิดจ้า สวยงาม ต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น กลับถูกล้อหลอกด้วยความืดบอดตามัว เงินตรา ความลุ่มหลง กล่าวจะรู้ตัวก็ขายวิญญานให้กลับความเลวร้าย ยากที่จะกลับตัวได้ทันท่วงที

ความย่ำแย่ที่แท้จริงของหนังนั้นอยู่ที่การนำเสนอ ที่เมื่อดูแล้วก็ช่วยให้สงสัยในความสามารถด้านการกำกับ และเขียนบท ของผู้กำกับ เดนนิส ลอว์ อยู่ไม่น้อย ผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง เดนนิส ลอว์ เติบโตมาในสายงานบริหาร เครดิตที่น่าสนใจของเขา ก็คือ การเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังเรื่อง Election ทั้งสองภาค น่าเสียดายที่ เขาไม่ได้ซึมซับฝีมายลายมือได้ซักเท่าไหร่นัก

ปัญหาหลักหนังก็คือ การใส่สิ่งใส่ไร้ประโยชน์มามากเกินควร ขณะเดียวกันองค์ประกอบดีๆ กลับถูกละเลยไปอย่างน่าเสียดาย ตลอดเรื่อง หนังแนะนำ ตัวละครมากมาย ทั้งบรรดานักสู้ สมาชิกแก๊งมาเฟีย และเพื่อนกลุ่มวัยรุ่นของพระเอก ตัวละครเหล่านี้ นำมาซึ่งซับพล็อตยิบย่อย แต่ทั้งหมดถูกเล่าอย่างผิวเผิน ตัวละครมากมายกลายเป็นสิ่งรกรุงรังน่ารำคาญ

หลายๆ คนอาจจะบอกว่าหนังบู๊ศิลปะป้องกันตัวนั้น ใครเขาดูเนื้อเรื่องกัน ในบางกรณีอย่าง Fatal contact นั้นการดำเนินเรื่องอันย่ำแย่นั้น ส่งผลมาถึงคิวบู๊เลยเหมือนกัน การเรียงฉากต่อสู้อย่างไรต่อเนื่อง ทำให้ไครแม๊กซ์เกิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงกลางเรื่อง ช่วงเวลาที่จึงอ่อนแรง กลายเป็นความน่าเบื่อ คิวบู๊ช่วงครึ่งหลังของหนังดูไร้ความหมาย และอ่อนแรง ขาดอารมณ์ร่วมอย่างที่ควรมีไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนจบหักมุม ที่เต็มไปด้วยความยัดเยียด กลับไม่สามารถสร้างความสะเทือนอารมณ์ได้อย่างที่หวัง

แม้บท และการกำกับจะมีปัญหามาก จนกระทบกับคุณภาพโดยรวมของหนัง อย่างน้อยการแสดงของอู๋จิ่ง การกำกับคิวบู๊ของ นิกกี้ ลี และความทุ่มแทของสตั้นแมนทุกคน ก็แสดงให้เห็นว่า ท่ามกลางองค์ประกอบแห่งความย่ำแย่ หนังก็ยังมีอะให้ดู และพอทำให้สนุกได้บาง ซึ่งอาจจะทำให้การดู Fatal Contact ครั้งต่อไป ปุ้ม Forward หรือ Replay คงต้องถูกนำมาใช้ เพื่อกดไปหาคิวบู๊ ความสนุกอย่างเดียวที่หนังมี

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง –
    China Star Entertainment Group, POV (Point of View) Movie Production Co. Ltd.
    กำกับ – Dennis Law Sau-Yiu
    บริษัทจัดจำหนาย – Golden Princess Amusement Co., Ltd. (Hong Kong)
    อำนวยการสร้าง – Dennis Law Sau-Yiu, Herman Yau Lai-To
    บทภาพยนตร์ – Chang Gwok-Tsz
    กำกับภาพ – Herman Yau Lai-To
    ตัดต่อ –Yau Chi-Wai
    ดนตรีประกอบ – Tommy Wai Kai-Leung
    กำกับศิลป์ – Eric Lam Chi-Kiui
    ออกแบบเครื่องแต่งกาย – William Fung Kwun-Man
    แต่งหน้า ทำผม – Carmen Man Lai-Yee
    กำกับคิวบู๊ – Nicky Li Chung-Chi
    แสดงนำ – Wu Jing, Ronald Cheng Chung-Kei, Miki Yeung Oi-Gan, Theresa Fu Wing, Eddie Cheung Siu-Fai, Lam Suet, Kris Gu Yu, Ken Lo Wai-Kwong, Timmy Hung Tin-Ming, Andy On Chi-Kit, Johnny Chen (Lu Sze-Ming), Xing Yu, Marco Lok Lik-Wai, Tats Lau Yi-Tat, Hui Siu-Hung
  • Thailand Distribution – ชื่อไทยในการเข้าฉายคือ “นักสู้สังเวียนเลือด”
  • Related and Recommendations – Fatal Move (2008) หนังจากทีมงานเดียวกัน
  • Rating – 3/5
Advertisements

2 thoughts on “Fatal Contact – นักสู้สังเวียนเลือด (2006, Dennis Law)

  1. ยอมรับว่า
    ผมเองก็เป็นคนดูหนังประเภทที่
    ชอบกดเร่ง หรือกรอหนัง
    เพื่อดูฉากบู๊ที่ชอบซ้ำ ๆ นะครับ
    5 5 5

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s