ถือเป็นตำนานบทหนึ่งของหนังฮ่องกงไปแล้วสำหรับ Mr.Vampire หนังสไตล์ผีกระโดด ที่ดังที่สุด และสร้างภาคต่อตามกันออกมาอีกหลายภาค (โดยแต่ละภาคไม่ได้มีเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกันเลย) ภาคแรกออกฉายในปี 1985 เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ นักพรตปราบผี(หลินเจิ้งอิง) ที่ต้องต่อกรกับผีดิบอันแสนน่ากลัว โดยได้รับการช่วยเหลือจากสองลูกศิษย์ตัวแสบ (เฉินเสี่ยวเห่า และ Ricky Hui) หนังทำออกมาได้ทั้งน่ากลัว (ที่มาดูในยุคนี้ความน่ากลัวคงลดน้อยไปตามกาลเวลา) ความขบขัน และที่สำคัญที่สุดคือหนังเต็มไปด้วยฉากแอ็กชั่นในแบบหนังกังฟู

หนังกำกับโดย Ricky Lau ซึ่งงานเด่นของผู้กำกับคนขี้นก็คือหนังชุด Mr.Vampire ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Mr.Vampire 1 – 4 หรือ New Mr.Vampire 1 – 2 ส่วนหนังเรื่องอื่นๆ ของเขาจะออกไปในแนวรุ่งริ่งมากกว่ารุ่งเรืองความอาภัพของ ริกกี้ เลา ก็ยังไม่หมดเพียงทำนี้ เพราะถึงแม้งานชุด Mr.Vampire จะดังเอามากๆ ความดีความชอบส่วนใหญ่กลับถูกยกไปให้คนอื่นๆ ซะมากกว่าไม่ว่าจะเป็น หงจินเป่าที่เป็นผู้อำนวยการสร้าง หรือตัวดารานำอย่างหลินเจิ้งอิงที่ แสดงได้ยอดเยี่ยมจนบทบาทนี้ติดตัวเค้าไปตลอดชีวิต

หนังเล่าเรื่องของ ลุงเก้า (หลินเจิ้งอิง) นักพรตเต๋าประจำหมู่บ้าน ผู้ได้รับความเคารพจากชาวบ้านทุกหมู่เหล่า ให้เป็นผู้ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นอกจากตำราคาถา เวทมนต์แห่งเต๋า ที่ใช้กำหราบเหล่าวิญญานร้าย และบรรดาศพคืนชีพแล้ว ลุงเก้า ยังเป็นยอดฝีมือ เขาเปิดรร้านรับทำพิธีอยู่ในตัวเมือง โดยมีลูกศิษย์สองคนอย่าง อาหมั่น (ริกกี้ ฮุย) และอาโจว (เฉินเสี่ยวโหว) ค่อยอยู่รับใช้ช่วยเหลือ

ในวันหนึ่ง ลุงเก้า ได้รับการว่ายวานจากเศรษฐี ขอคำปรึกษาเรื่อง การย้ายหลุมฝังศพบรรพบุรุษ (ฮวงซุ้ย) ที่จะนำมาซึ่งโชคลาภอันมหาศาล เป็นคำแนะนำที่เขาได้รับคำแนะนำมาจากหมอดูผู้หนึ่ง เมื่อ 20 ปีก่อน ลุงเก้ารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของเรื่องดังกล่าว กลายเป็นว่าท่านเศรษฐีถูกหลอกให้ฝั่งศพไว้ใน สถานที่อัปมงคล ที่นอกจากจะไม่นำโชคลาภวาศนามาให้แล้ว ยังจะพาความซวยมาเยือนอีกด้วย

เมื่อลองเปิดขุดหลุมฝังศพออกมาดู ภาพที่ปรากฏก็คือศพในโลก ยังดูสดเหมือนพึ่งตายไปไม่กี่เดือน สร้างความแตกตื่น แก่ทุกผู้ทุกคนที่ได้เห็น ลุงเก้า พยายามแก้ไขสถานการณ์ร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น ด้วยการนำศพมาเก็บไว้ ปิดผนึกด้วยคาถาชั้นสูง แต่ทุกอย่างสายเกินแก้ซะแล้ว ศพที่ได้รับอาเพศจากฮวงซุ้ยมหาซวย ก่อให้เกิดอำนาจมืดอันยากจะต้านทานได้ เกิดขึ้นชีพขึ้นมาในวันหนึ่ง ตัวท่านเศรษฐีกลับเป็นผู้เคราะห์ร้ายรายแรก ที่ถูกกัดจนถึงฆาตรเสียชีวิตไป

ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับเรื่องศพเศรษฐีคืนชีพ นายตำรวจสมองสุดบื่อ หลานชายตัวแบของเศรษฐี กลับปรักปรำลุงเก้า ว่าเป็นฆาตรกรซะเอง เป็นเวลาเดียวกันกับที่ผีร้ายเิริ่มออกอาละวาด เป้าหมายของผีร้ายก็คือ ลูกสาวคนสวย (หลี่ไช่ฟง) ทายาทของท่านเศรษฐี หญิงสาวสวยน่ารัก ที่อาหมัน แอบปิ๊งอยู่ลึก หนุ่มชื่อตัดสินใจ เข้าช่วยเหลือปกป้องหญิงสาว กลับถูกผีดิบกัด จนติดพิษ ที่จะทำให้กลายเป็นผีดิบไปอีกคน ลุงเก้า ยังต้องปวดหัวกับลูกศิษย์ อีกคน อย่าง อาโจว ที่ไปหลงรักวิญญานสาวลึกลับเข้า (พอลลีน หวัง) ที่ถอนตัวไม่ขึ้น จนจะกลายเป็นวิญญานตามผีสาวไปอยู่มะรมมะร่อ ความวุ่นวายของทั้งคน ทั้งผี มีเพียง หมอคน ผู้ปราบผี อย่างลุงเก้า เท่านั้นที่จะแก้ไขได้

ผีกัดอย่ากัดตอบ สามารถคนหาจุดกึ่งกลาง ระหว่างความฮาที่ต่อเนื่อง ความน่ากลัวที่มีให้เห็นกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานภาพของ Peter Ngor ที่ขับเน้นบรรยากาศแห่งความลีลับ สยองขวัญได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตามจุดเด่นของหนังอยู่ที่การ หนังระดมมุขตลกแอ็กชั่น เกมส์ซ่อนแอบ วิ่งไลจับระหว่างคนกับผี ที่ทำออกมาได้สนุกสนาน และสร้างสรรค์สุดๆ ต้องขอบคุณความสามารถ ทั้งแอ็กติ่ง ความเข้าขา และลีลาผาดโผน ทำให้ฉากเหล่านี้ดูลงตัวดีเหลือเกิน

ช่วยให้หนังมีบรรยากาศแห่งความเป็นหนังผีจริงๆ และที่สำคัญคิวบู๊เทพของบรรดานักแสดง หนังนำเสนอเรื่องราวพิธีกรรม อันเก่าแก่โบราณ ที่แม้หนังจะมีลีลาตลก กลับบอกเล่าเรื่องราวอัน ได้อย่างน่าเชื่อถือ กระจกหกเหลี่ยม ข้าวสารเสก กลั้นหายใจแล้วผีจะมองไม่เห็น และที่สำคัญ ยันกระดาษสีเหลืองที่แปะหน้าผากปุ๊ปผีสิ้นฤทธิ์ปั๊ป กลายเป็นกฏ กติกา มารยาท มาตรฐานสำหรับหนังแนวนี้ไปโดยปริยาย โดยไม่ต้องไปสืบค้นว่า สิ่งต่างๆ ที่เห็นในหนังเป็นจริง หรือไม่ เรียกว่า ผีกัดอย่ากัดตอบ ได้สร้าง “ข้อเท็จจริง” ของผีจีนขึ้นมาใหม่กันเลยทีเดียว

ถ้าจะมีอะไรให้ขัดใจกับบ้าง เห็นจะเป็นพล็อตย่อยอันว่าด้วย หนุ่มนักปราบผี กับวิญญานสาว ที่ดูผิดที่ผิดทาง ไม่กลมกลืนกับส่วนอื่นๆ ของหนัง อย่างไรก็ตาม ผู้สร้างก็คงจะดีใจได้เล็กๆ ได้เหมือนกับ ที่พวกเขาได้สร้างเนื้อหาที่ สามารถเรียก “มาก่อนเวลา” ได้อยู่เหมือนกัน กับเรื่องราวรักของคนกับผี ที่ถึงแม้ไม่ฮิตในต่อนั้น แต่ต่อมาอีกไม่กี่ปี กลายเป็นของยอดนิยม ด้วยมือของ ฉีเคอะ ในหนังชุด โปเยโปโลเย ที่เรารู้จักกันดีนั้นเอง

สำหรับ พระเอกตัวจริงของงานนั้น ไม่ใช่ผี ไม่ใช่เอฟเฟคทั้งหลายในหนัง ไม่ใช่พระเอกหนุ่มรูปหล่อในเรื่อง แต่เป็น บทอาจารย์ปราบผี นักพรตเต๋าจอมยุทธยอมคาถา ที่แสดงนำโดย หลิวเจิ้งอิง ดาราแอ็กชั่น และสตั้นแมนมากฝีมือ ได้มีโอกาสรับบท ที่เปลี่ยนอาชีพเขาไปตลอดการ เขาให้การแสดงที่เยี่ยมยอดทั้งการแสดงบทบาทของ ซินแซ ผู้ภูมิฐาน น่าเคารพ และกล้าหาญชาญชัย อีกองค์ประกอบสำคัญ ที่ทำให้ดาราหน้าติดหนวด ดูโดดเด่น จนภาพนักพรตชุดเหลือง คิวต่อ ถือดาบไม้ (หรือดาบเหรียญ) กลายเป็นภาพจำของเขาไปโดยปริยาย

หลิวเจิ้งอิง เริ่มต้นอาชีพวงการด้วยวิธีพื้นฐาน ่เช่นเดียวกับเพื่อนนักแสดงบู๊คนอื่นๆ ในยุค 70 – 80 ด้วยการเป็นเด็กฝึกหัดงิ้ว ในโรงเรียน สอนอุปรากรณ์จีน ด้วยรูปร่างเล็ก ผอมบาง ทำให้หลิวเจิ้งอิงได้รับบทประจำเป็นตัวนาง ความถนัดดังกล่าวสืบทอด ต่อเนื่องเมื่อเขาก้าวสู่วงการภาพยนตร์ ที่เขามักจะได้รับหน้าที่เป็นสตั้นแมนให้กับนักแสดงหญิง ต่อมาหงจินเป่าชักชวนให้ หลิวเจิ้งอิง เข้ามาร่วมทีมสตั้นแมน และตัวประกอบในหนังกังฟู ได้รับบทเด่น บทรอง มาเรื่อย

จนกระทั่งปี 1984 นี้เองที่บทอาจารย์ปราบผี สร้างให้หลิวเจิ้งอิง กลายเป็นหนึ่งในหน้าตำนานแห่งหนังฮ่องกง ความโด่งดังที่ได้รับกลับเป็นเหมือนดาบสองคม ในทางหนึ่งช่วยยกระดับอาชีพของเขา กลายเป็นดารากังฟูแถวหน้าอยู่นานหลายปี แต่ในทางตรงกันข้าม หลิวเจิ้งอิง กลับต้องจมอยุ่กับบทซ้ำๆ เดิมๆ อยู่นานไม่สามารถ ฉีกแนวไปเล่นบทบาทอื่นๆ

ได้ช่วงท้าย ของอาชีพ หลิวเจิ้งอิง ต้องวนเวียนอยู่กับหนังทุนต่ำ คุณภาพด้อย หักจากวันเวลาแห่งหนังกังฟู และหนังผีกัด ได้หมดสิ้นไปก่อนหน้านั้นนานแล้ว แม้ยายวิกไปยังจอเล็ก หลินเจิ้งอิง ก็ยังคงรับบทซ้ำเดิม จนกระทั่งตายไปกับบทอาจารย์ปราบผี ทิ้ง Vampire Expert ไว้เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของชีวิต ในปี 1997

บทเด่นอีกคู่ที่ถือเป็นตัวเอกร่วมกับหลินเจิ้งอิงก็คือ บทบาทสองลูกศิษย์ตัวแสบ รับบทโดยสองนักแสดงหนุ่มมาแรงในช่วงนั้น เฉินเสี่ยวโหว รับบทเป็น ลูกศิษย์ตัวหล่อ นักแสดงหนุ่มโรงเรียนงิ้วอีกคนในวงการ ได้รับการปลุกปั้นมาโดย จางเชอะ ที่ชอว์บราเดอร์ก็จะย้ายฝั่งข้ามฟาก มาสู่โกลเด้นฮาเวส พื้นฐานการแสดงอันลื่นไหล รวมถึงฝีไม้ลายมือ ในเรื่องคิวบู๊ชนิดหาตัวจับได้ยาก ก็ช่วยให้เขาไปได้ดีกับบทในเรื่อง เฉินเสี่ยวโหว นั้นรับผิดชอบ ในเรื่องบู๊ และหล่อ ส่วนหน้าที่ฮา แบบบื้อๆ เป็นลูกศิษย์ตัวโง่ รับผิดชอบโดย ดาราตลกริกกี้ ฮุย ที่ถนัดนักกับบท คนซื่อ เปิ่น เฉิ่ม เชย นำมาซึ่งมุกตลก หกล้มหกลุก ในลักษณะของหนังตลกเงียบแบบโบราณ

ถึงแม้จะมีพื้นฐานแตกต่างกันสุดๆ กลับเล่นส่งมุข กับได้อย่างเข้าขาเข้าทาง กลายเป็นเครื่องหมายการค้าหมาเลยสอง ของหนัง รองจากหลินเจิ้งอิงไปโดยปริยาย เฉินเสี่ยวโหว เองก็ได้มีโอกาศเล่นหนังประเภทผีกัดอีกหลายเรื่อง ในเวลาต่อมา หนังยังเต็มไปด้วยตัวละครมากสีสรรค์ ที่รับบทโดยนักแสดงมากหน้าหลายตา ดาราสาวนักบู๊หน้าหวาน หลี่ไช่ฟง รับบทนางเอกของเรื่อง พอลลีน หวังซิ่วเฟิง เป็นผีสาวพราวเสน่ห์ หนังยังมีดาราตลกกังฟู ประเภทคุ้นหน้าไม่คุ้นชื่อ แสดงกันอีกหลายคน

ที่สมควรพูดถึงเป็นพิเศษเห็นจะเป็นผู้รับบท “ผีดิบ” ตัวหลักของเรื่อง ภายใต้เมกอัพหน้าเต๊อะ และเครื่องแต่งกายรุ่มร่าม ผีตัวร้ายนั้นแสดงโดย ดารากังฟู ที่ทุกคนรักอย่าง หยวนหัว (Kung Fu Huslte) ซึ่งนี่น่าจะเป็นบท ตัวละครหลักบทแรกๆ ที่หยวนหัวได้รับเลย หยวนหัวยังรับหน้าที่ กำกับคิวบู๊คู่กับหลิวเจิ้งอิงด้วย การที่ทั้งรับบทเด่น ที่ต้องรวมแสดงหนังเกือบทั้งเรื่อง แล้วยังรับผิดชอบงานเบื้องหลังอีก ถือว่าแสดงออกถึงความสุดยอดในงานสายคิวบู๊ ของทั้งสองได้เป็นอย่างดี

เทียบกับหนัง “ผีกัด” เรื่องอื่นๆ ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาคหนึ่ง อาจจะไม่ได้มีองค์ประกอบอะไรที่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน ที่เราคิดถึง และจดจำได้ โดยเฉพาอย่างยิ่ง หลินเจิ้งอิง ผู้ล่วงลับ ที่การรำลึกถึงเขา คงจะไม่มีอะไรดีกว่า การหยิบ ผีกัดอย่ากับตอบ มาดูอีกครั้ง

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง –
    Bo Ho Films Co., Ltd., Paragon Films Ltd.
    กำกับ – Ricky Lau Koon-Wai
    บริษัทจัดจำหนาย – Golden Harvest Productions (Hong Kong)
    อำนวยการสร้าง – Sammo Hung Kam-Bo
    บทภาพยนตร์ – Sze-To Cheuk-Hon, Barry Wong Ping-Yiu
    กำกับภาพ – Peter Ngor Chi-Kwan
    ตัดต่อ – Peter Cheung Yiu-Chung
    ดนตรีประกอบ – Anders Nelsson, Alastair Monteith-Hodge, The Melody Bank
    กำกับศิลป์ – Honny Lam Sai-Lok
    กำกับคิวบู๊ – Lam Ching-Ying, Yuen Wah
    แสดงนำ – Lam Ching-Ying, Chin Siu-Ho, Moon Lee Choi-Fung, Ricky Hui Koon-Ying, Pauline Wong Siu-Fung, Lu Nan-Chuang, Wu Ma, Anthony Chan Yau, Billy Lau Nam-Kwong, Yuen Wah, Tin Kai-Man
  • Thailand Distribution – ชื่อไทยในการเข้าฉายคือ “ผีกัดอย่ากัดตอบ” มีแผ่น VCD และ DVD จาก United Home Entertainment
  • Related and Recommendations – Mr. Vampire 2, Mr.Vampire 3, Mr.Vampire saga 4, Vampire Vs. Vampire, New Mr. Vampire
  • Rating – 5/5
Advertisements