ถ้าจะมีการสร้างหนังสามก๊ก ประเภทที่โฟกัสไปที่ตัวละครตัวหนึ่ง ในฐานะเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง ตัวละครที่ชื่ว่า จูล่ง (จ้าวจื่อหลง) ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ขุนศึกจากจ๊กก๊ก ผู้ใช้ชีวิตเยี่ยงจอมยุทธ ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งสงคราม ที่ความชั่วร้ายเลวทราม กลายเป็นความชอบธรรม จูล่งกลับ ยังสามารถ ยึดมั่น กับเรื่องคุณธรรม ความซื่อสัตย์ จงรักภักดี อย่างที่ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดสามารถเทียบเคียงได้ Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon เสนอเรื่องราวชีวิตของจูล่ง โดยเลือกเอาดาราฮ่องกงรุ่น (เริ่ม) ใหญ่อย่าง หลิวเต๋อหัว มารับบทนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วัยหนุ่ม จนล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา กับชีวิตแห่งการตรากตรำในสงครามในทั้งชีวิตของเขา

หนังเริ่มต้นขึ้นด้วยภาพของจูล่งในวัยชรา (หลิวเต๋อหัว) เผชิญหน้ากับทัพใหญ่ของวุย ด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ขณะที่ทหารร่วมทัพนอนตายเกลื่อนกลาด ก่อนที่จะย้อนอดีต กลับไปเล่าจุดเริ่มต้น ตั้งแต่วันที่จูล่ง สมัครเข้าเป็นทหารในสังกัดของ นายทหารชั้นผู้น้อยที่ชื่อว่า ลั่วผิงอัน (หงจินเป่า) ทั้งสองสนิทสนมกันในเวลาอันรวดเร็ว เพราะมีพื้นแพมาจากเสียนสันบ้านเดียวกัน

ลั่วผิงอันมีความมุ่งมั่นใน การสร้างความชอบ และหวังเติบใหญ่ในทางการทหาร จูล่งเอง ชื่อชม และนับถือในอุดมการณ์ และความทะเยอทะยานของสหาย แต่ตัวของเขาเองกลับเลือกที่จะมีความฝันเล็กๆ อย่างการร่วมทัพ ได้รับชัยชนะ สงครามจบลง จะมีบ้านซักหลัง ก็เท่านั้น

ในการศึกครั้งสำคัญ ทั้งสองนำทหารหนึ่งพันกว่านาย ตีค่ายของวุยที่มีทหารมากกว่าหนึ่งหมื่นนาย จนแตกพ่าย หนึ่งเป็นเพราะแผนการของ ท่านกุนซือ จูกัดเหลียง ที่เดินทางมาช่วย อีกส่วนแห่งความสำเร็จมาจากตัวของ จูล่ง เองที่สามารถลงมือสังหาร แม่ทัพของฝ่ายศัตรูลงได้สำเร็จ กลายเป็นกุญแจสำคัญในชัยชนะ ทหารหนุ่มกลับมอบความดีความชอบให้กับ “พี่ใหญ่” แต่ตัว ลั่วผิงอัน เองกลับเริ่มรู้สึกถึงความห่างเหินที่กำลังจะเกิดขึ้น ในอนาคตอันใกล้

เวลาของจูล่งมาถึงในอีกไม่กี่ปีต่อมา ในสมรภูมิที่ทุ่งหญ้า บันโบ๋ ขณะกองทัพของเล่าปี (เยี่ยหัว) พร้อมชาวเมือง ทิ้งเมืองเพื่อหนีการติดตามกองทัพวุยของ โจโฉ (หลิวสงเหยิน) กองทหารของลั่วผิงอัน ได้รับหน้าที่คุ้มครองครอบครัวของเล่าปี เกิดความผิดพลาด ถูกทหารวุยโจมตี ฮูหยิน และทายาทของเล่าปี่ พลัดหลงนับเป็นความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัยได้ จูล่ง ตัดสินใจรับผิดชอบความผิดของสหาย ด้วยการผ่าทัพวุย บุกเดี่ยวเข้าไปช่วยเหลือ อาเต้า นายน้อยทายาทคนเดียวของเล่าปี่

ทหารหนุ่มทำได้สำเร็จ นอกจากจะช่วยอาเต้าได้แล้ว เขายังสามารถ แสดงฝีมือฝ่าทัพนับพันด้วยตัวคนเดียว ต่อหน้าโจโฉ ชื่อของ เตียจูล่ง ก็กระจายไปไกล และนับแต่บัดนั้น ชีวิตของเขา กับพี่ใหญ่ ลั่วผิงอัน ก็แยกออกจากกันโดยปริยาย จูล่งกลายเป็นทหารคนสำคัญของเล่าปี่ สร้างความดีความชอบมากมาย จนกระทั่งถูกแต่งตั้งให้อยู่ในกลุ่ม 5 พยัคฆ์ของจ๊ก รวมกับยอดนักรบอย่าง กวนอู (ตี้หลุง) เตียวฮุย ฮองตง และม้าเฉียว

5 พยัคฆ์ ร่วมกันปกป้องจ๊กก๊ก นานหลายสิบปี แต่ละคนเริ่มล้มตายไปตามการศึก คงเหลือแต่จูล่งเป็นเสาหลักแห่งจ๊กเป็นคนสุดท้าย ในการศึกครั้งสำคัญ บุตรชาขของสองจอมทัพผู้ล่วงลับ กวนหิน (วาแนส วู) และเตียวเปา ได้รับคำสั่งให้นำทัพบุกวุย ขณะที่นายพลน้อยทั้งสองเกิดความขัดแย้ง เรื่องผู้นำทัพสูงสุดหนึ่งเดียว จูล่งตัดสินใจอาสาต่อ จูกัดเหลียง รับหน้าที่นำทัพไปเอง โดยมีนายทหารคนสนิทอย่าง เตงจี๋ (แอนดี้ อัน) และเพื่อนเก่าในอดีตอย่าง ลั่วผิงอัน ติดตามไปด้วย

ทัพใหญ่ของจ๊กก๊กต้องเผชิญหน้ากับทัพวุยอีกครั้ง ทหารนับหมื่นอนับแสนที่นำมาโดยแม่ทัพ ฮั่นเต็ก (อู๋หยงกวง) กับบุตรชายทั้ง 4 และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โจวอิง (แม๊กกี่ คิว) แม่ทัพหญิง หลานสาวของโฉโจผู้ล่วงลับ ท่ามกลางศัตรูอันน่าหวาดวิตก จูล่งเองกลับพบว่า ตัวเอกเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งแห่งสมคราม หมากของจูกัดเหลียงในสงครามครั้งใหญ่ แม้กระทั่งหมากของ ลั่วผิงอัน สหายที่หวังทวงคืนวันอันรุ่งโรจน์กลับมาอีกครั้ง หลังจากกรำศึกมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงเวลาที่จูล่ง เริ่มสงสัยต่ออุดมการณ์ของตัวเอง เป็นครั้งแรก …

เนื้อหาใจความหลักของ Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon นั้นก็คือการมุ่ง พยายามสำรวจ ความเป็นวีระบุรุษของจูล่ง โดยเฉพาะแง่มุมแห่งการเป็นนักรบ จูล่งตรากตรำในสงครามนานกว่า 30 ปี ได้รับชัยชนะในการศึก สร้างวีรกรรมมากมาย สุดท้ายความเหน็ดเหนื่อย ความพยายาม ของวีระบุรุษอย่าง จูล่ง นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้บ้าง คำตอบคือไม่มี วีรกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของจูล่ง อย่างการช่วยเหลือ อาเต้า กลับเป็นการเร่งวันหายนะของจ๊กก๊ก ให้มาเร็วกว่าที่ควรจะเป็น, การตรากตรำในสนามรบนานหลายสิบปี แทบไม่เห็นผลอย่างที่หวัง

ลั่วผิงอัน เคยบอกกับจู่ลงว่า จะเขาเดินทางไปทุกแห่งหน ทุกสมรภูมิ จนกว่าจะสามารถยุติสงครามได้ จูล่งพึ่งทราบว่า ทั้งเขาเอง และลั่วผิงอัน ล้วนเขาใจความหมายของสงครามอย่างคลาดเคลื่อน สมครามหาใช่การเดินทาง มันคือการย่ำเท้าอยู่กับที่ ในวันนี้ จูล่ง ยืนอยู่บนสนามรบ ณ ภูผาแห่งหนึ่ง สถานที่เดียวกับที่เคยยืน และรบ เมื่อยี่สิบปีก่อน ความดี ความกล้าหาญ ที่เคยได้ทำมา ไม่เคยแม้แต่จะหยุดยั้ง หรือชลอ ความโหดร้ายของสงคราม หรือความเสื่อมทรามแห่งยุคสมัย ได้ซักเล็กน้อย สุดท้าย แม้ความฝันเล็กๆ ของจูล่ง อย่างการมีบ้านซักหลัง ก็ไม่อาจทำได้ไม่สำเร็จ

เนื้อหาอันว่าด้วยความไร้สาระ ไร้ที่สิ้นสุด แห่งสงคราม นั้นถูกนำเสนอมานับครั้งไม่ถ้วน แม้ Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon จะนำเสนอเรื่องราวอย่างเดียวกัน อาจจะมีลีลาซ้ำซากไปบ้าง แต่รวมๆ ก็ยังถือว่าอยุ่ในระดับน่าสนใจ ส่วนที่ช่วยผลักดันเนื้อหา ให้ชัดเจนขึ้นมาได้ก็คือ การแสดงของดารานำอย่างหลิวเต๋อหัว และหงจินเเป่า ที่สะท้อนภาพของคน ที่ใช้ชีวิต และอุดมการณ์อยู่ในสนามรบ ออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปรียบเทียบระหว่าง ยอดมหาวีระบุรุษอย่างจู่ล่ง และคนธรรมดาสามารถ ที่ไม่สามารถสลักชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ ลั่วผิงอัน ที่สุดท้ายแล้ว ก็มีชีวิตที่ไม่ได้แตกต่างกันนัก เหยียบย่ำบนสนามรบผืนเดียวกัน และสิ้นสุดหนทางแห่งนักรบ ในสมรภูมิสุดท้ายร่วมกัน

อย่างไรก็ตามหนังยังคง แสดงออกถึง ปัญหาในขั้นตอนการเล่าเรื่อง และสร้างความน่าเชื่อถือ อยู่ไม่น้อยเลย ประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางที่สุด ก็คือความซื่อตรงต่อต้นฉบับ ต้นฉบับในที่นี้ครอบคลุมไปถึง นิยายสามก๊ก (Romancing of Three Kingdoms) ของหลอจงกว้าน รวมไปถึงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ หนังมีการเพิ่มตัวละครใหม่ อย่างลั่วผิงอัน และโจวอิง ขึ้นมาเป็นตัวละครหลัก หรือปรับเทียบบทบาทตัวละครที่มีอยู่เดิม ที่เห็นได้ชัดน่าจะเป็นตัวละครที่ชื่อว่า เตงจี๋ ที่ตามข้อมูลแล้ว มีตำแหน่งหน้าที่ และผลงานอยู่ในงานจำพวก การทูต และการเจรจา แต่ในหนังกลับถูกปรับเปลียนให้เป็นนายทหารคนสนิทของจูล่ง

ในหมู่รายละเอียดหลายประการที่ถูกเปลี่ยนแปลงไป ที่สำคัญน่าจะเป็นรายละเอียด ในชีวิตประวัติของตัวเอกอย่างจูล่งเอง อาทิเช่น หนังเปลี่ยนแปลงชีวิตภูมิหนังของจูล่งไปมากพอสมควร เขาเข้าร่วมกับกองทัพเล่าปี่ในฐานะนายทหาร ไม่ใช่ทหารเลว, ข้อมูลด้านครอบครัว รวมถึงวาระสุดท้ายของ จูล่ง ล้วนผิดแผกจากที่เรา เคยรับรู้

เอาเข้าจริงๆ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้พอจะเป็นสิ่งที่เข้าใจได้นะครับ สามก๊กเป็นวรรณกรรมที่ดังแปลงมาจากประวัติศาสตร์ ทั้งในรูปแบบบันทึก (ที่ให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง) และวรรรณกรรม (ที่ให้ความสำคัญกับความบันเทิง) มากมายหลายฉบับ แต่ละฉบับก็นำมาซึ่งรายละเอียด และการตีความอันหลากหลาย การตีความใหม่ และปรับเปรียบรายละเอียดใน Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon ก็เรียกว่ายังอยู่ในระดับที่พอรับได้

สิ่งที่ดูจะเป็นปัญหามากกว่า การ เปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องเสียอีกก็คือ งานศิลป์ทั้งหลายในหนัง ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบฉาก อาวุธ และเครื่องแต่งกายในเรื่อง เดเนียล ลี ผู้กำกับนั้นมีพื้นแพ การเติบโตในอาชีพมาจากสายงาน ผู้กำกับศิลป์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เข้าใจว่าเขารับหน้าที่นี่ ในหนังเองด้วย เดเนียล ลีพยายามจะสร้างความแตกต่าง ให้กับภาพของหนังประวัติศาสตร์จีน ด้วยการออกแบบเครื่องแต่งกาย ทีผสมผสาน หลากหลายวัฒนธรรม การวิจารณ์เรื่องความไม่สมจริงนั้นลุกลามมาถึง เรื่องการคิดเลือกตัวแสดง อย่าง แม๊กกี่ คิว ดาราสาวลูกครึ่งฝรั่ง เวียดนาม ที่ดูแล้วไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตา น้ำเสียง หรือการเยี่ยงย่าง ช่างห่างไกลจากความเป็น หญิงนักรบโบราณ มากเหลือเกิน

งานในภาคงานสร้างหลายๆ อย่างของหนัง ทั้งการทำผม เสื้อผ้า ฉาก แม้กระทั่งการกำกับคิวบู๊ (ดูแล้วชวนให้นึกถึงงานเก่าของหงจินเป่า สมัยรับผิดชอบงานกำกับคิวบู๊ให้กับ Ashes of Time อยู่ไม่น้อย) และการถ่ายภาพ ฯลฯ ล้วนออกมาด้วยแนวคิด ในการฉีกหนีจากรูปแบบเดิมๆ ของหนังสามก๊ก (และรวมถึงหนังสงครามย้อนยุคโดยทั่วไป) ผลงานที่ออกมานั้นดูแปลกตาดี แต่ในทางตรงกันข้าม กลับทำลายความน่าเชื่อถือของหนัง พลังในฐานะหนังประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังของเรื่องราวในฐานะ สามก๊ก ที่ถูกลดทอนไปไม่น้อย

ความผิดหวังประการสำคัญของหนัง น่าจะอยู่ที่ความคาดหวังของคนดู โดยเฉพาะแฟนๆ สามก๊ก ที่รอคอยการเรื่องราวที่คุ้นชิน และการปรากฏตัวของ ตัวละครระดับ “ซุปเปอร์สตาร์” จากสามก๊ก และเนื่องด้วย Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon เป็นหนังที่เน้นไปที่ตัวละครของจูล่งเป็นหลัก ตัวละครอื่นๆ อย่างเล่าปี่ กวนอู เตียวฮุย หรือโจโฉ จึงมีบทบาทอยู่ในระดับ “ประกอบ” หรือ “รับเชิญ” เท่านั้น ซ้ำร้ายตัวละครบางตัวก็ถูกนำเสนอ แตกต่างจากที่เราเคยสัมผัส ทั้งในแง่ของบุคลิค หรือภาพลักษณ์

ตัวละครที่ดูจะมีบทบาทพอให้จับต้องได้บางก็คือ จูกัดเหลียง ผมชอบการปรากฏตัวครั้งแรกของ ขงเบ้งนะครับ ดูน่าเกรงขราม ครุ่นคิด อัจฉริยะ ภายใต้ภาพลักาณ์ของคนธรรดา แตกต่างจากภาพของ ความเหนือมนุษย์ หรือผู้วิเศษอย่างภาพปรกติของขงเบ้งที่เราคุ้นชินกัน

Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon เป็นผลงานการสร้างของบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่ และเกาหลี โดยทีมงานฮ่องกง ที่เห็นได้ชัดว่าคาดหวังจากตลาดจีนแผ่นดินใหญ่เป็นสำคัญ หนังทำท่าทำทางว่าจะพอไปได้ น่าเสียดายที่ความล้นเกินของงานสร้าง ทำลายความน่าเชื่อถือ และน้ำหนักของหนังไปไม่น้อย การเล่าเรื่องผ่านช่วงเวลาอันยาวนาน ตัวละครมากมายหลายตัว ก็ยังแสดงออกถึงความไม่ราบรื่น จุดหักมุมตอนท้ายเรื่อง ไม่โน้มน้าม ไม่น่าเชื่อถือ และที่สำคัญที่สุด ปัญหาเหล่านี้ดูจะมีผลต่อความล้มเหลว ในการเสนอภาพของมหาสงครามอย่างสามก๊ก ที่ไม่สามารถจำลองความ ความยิ่งใหญ่ ออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็น

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง –
    Beijing Film, Visualizer, Polybona Film Distribution Co., Ltd., Taewon Entertainment
    กำกับ – Daniel Lee Yan-Kong
    อำนวยการสร้าง – Chung Tae-Won, Susanna Tsang
    บทภาพยนตร์ – Daniel Lee Yan-Kong, Ho Leung Lau
    กำกับศิลป์ – Daniel Lee Yan-Kong,
    ออกแบบเครื่องแต่งกาย – Thomas Chong
    กำกับคิวบู๊ – Sammo Hung Kam-Bo, Yuen Tak
    แสดงนำ – Andy Lau Tak-Wah, Sammo Hung Kam-Bo, Maggie Q, Andy On Chi-Kit, Yu Rong-Guang, Yueh Hua, Ti Lung, Damian Lau Chung-Yun, Chen Zhihui, Pu Guanxi, Vanness Wu, Timmy Hung Tin-Ming
  • Thailand Distribution – ชื่อไทยในการเข้าฉายคือ “สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร”
  • Rating – 3/5
Advertisements