Legendary Weapons of China – 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย (1981, Lau Kar Leung)

by Somyos Thiamtawan

18 เจ้าอาวุธมหาประลัย หรือ Legendary Weapons of China เป็นหนังดังที่สุดเรื่องหนึ่งในยุคท้าย ๆ ของสตูดิโอชอว์บราเธอร์ส แม้ยุคทองของชอว์ฯจะหมดไปพร้อมกับช่วงยุค 2510 แล้ว แต่ความรุ่งเรืองของยอดปรมาจารย์กังฟู หลิวเจียเหลียง (Lau Kar Leung) หนึ่งในยอดผู้กำกับแห่งสตูดิโอ กลับไม่จบตามไปด้วย

หนังฝีมือกำกับของเขาอย่าง 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย และจอมยุทธ์กระบองกล (The Eight Diagram Pole Fighter) ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2525 และ พ.ศ. 2526 ตามลำดับ ต่างพากันสั่นสะเทือนโรงขายตั๋วภาพยนตร์ฮ่องกง และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ให้กับวงการหนังศิลปะการต่อสู้ ด้วยคิวบู๊ศาสตราวุธสุดบรรเจิด โดยเฉพาะเรื่องแรก ที่ขุดเอาอาวุธแทบที่มีอยู่ทั้งหมดในประวัติศาสตร์จีน มาโชว์ได้อย่างถึงพริกถึงขิง

พล็อตเรื่องของ 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย นั้น เรียกว่าไม่ธรรมดา เพราะนอกจากมีศิลปะการต่อสู้โบราณของจีนเป็นแกนหลักแล้ว ยังผสมความลึกลับและมนต์ดำเข้าไปด้วย หนังว่าด้วยเรื่องราวของ เหลยกุง (หลิวเจียเหลียง) อดีตรองหัวหน้าพรรคเจตภูติ ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ด้วยอาวุธทุกรูปแบบ รวมถึงศาตราวุธ 18 ชนิดในตำนานจีน เขาได้รับคำสั่งจากใต้เท้าหลี่ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่แห่งราชสำนักแมนจู ให้ไปขยายสาขาสำนักอาวุธ 18 ชนิดขึ้นที่ยูนนานเพื่อต่อสู้กับพวกฝรั่งที่กำลังรุกรานแผ่นดินจีน แต่เหลยกุงปฏิเสธ เนื่องเพราะรู้ดีว่า อาวุธชนิดใดก็ไม่สามารถต่อต้านปืนของฝรั่งได้

เขาจึงหนีไปเป็นคนตัดฟืนที่กวางตุ้ง ใต้เท้าหลี่สืบทราบเข้า จึงสั่งให้สามสำนักในสังกัดพรรคเจตภูติ ได้แก่ สำนักมาร สำนักเหมาซาน และสำนักมนตร์ดำ ออกติดตามไล่ฆ่าเหลยกุงในข้อหาขัดคำสั่งทรยศต่อพรรค จนพบตัวในที่สุด เพราะเหลยกุงมีข้อเสียคือชอบแสดงฝีมือออกมาโดยไม่รู้ตัว เทียนโหว (เสี่ยวโหว) ลูกศิษย์พรรคมนตร์ดำ และอี้ถาน (หลิวเจียฮุย) ศิษย์เอกพรรคมาร เข้าประมือกับเหลยกุง แต่ก็พ่ายแพ้มิอาจสู้เหลยกุงได้ จนถึงศึกสุดท้ายเมื่อเหลยกุงต้องดวลชี้ชะตากับ เหลยหย่ง (หลิวเจียหย่ง) เจ้าสำนักเหมาซาน ผู้เห็นแก่ ลาภยศสรรเสริญ ทั้งยังมีวิชาบู๊ที่ไม่ธรรมดา แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใด… เขาเป็นน้องชายแท้ ๆ ของเหลยกุง

ความพิเศษอย่างหนึ่งของ 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย อยู่ที่การได้สามพี่น้องตระกูลหลิว อันได้แก่ หลิวเจียเหลียง หลิวเจียหย่ง (Lau Kar Wing) และหลิวเจียฮุย (Lau Kar Fai) มาขึ้นจอร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โดยหัวเรี่ยวหัวแรงของงานนี้ เห็นจะเป็น หลิวเจียเหลียง พี่ใหญ่ของตระกูล ที่นอกจากจะแสดงเป็นพระเอกในเรื่องแล้ว ยังควบตำแหน่งเขียนบท กำกับ และออกแบบคิวบู๊เองด้วย

เมื่อได้ดูแล้ว ต้องยอมรับว่า ฟอร์มของหลิวเจียเหลียงตกฮวบลงพอสมควร เทียบกับงานชิ้นก่อนหน้าอย่าง ยอดมนุษย์ยุทธจักร (The 36th Chamber of Shaolin, 2521) ไอ้หนุ่มมวยจีน (Heroes of the East, 2521) หรือ ไอ้เณรยอดเทวฤทธิ์ (Dirty Ho, 2522) แล้ว 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย ยังห่างชั้นมากนัก การเดินเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้จังหวะจะโคน (โดยเฉพาะครึ่งแรก) ของหนัง อืดไปบ้าง แถมมีฉาก ‘หลุด’ จากเรื่องโผล่เข้ามาสร้างความตะขิดตะขวงใจอยู่บ่อยครั้ง ที่เห็นได้ชัดคือ บทของ อเล็กซานเดอร์ ฟู่เซิง (Alexander Fu Sheng) ที่ดูจะถูกใส่เข้ามาเพื่อเสริมความฮา แต่เอาเข้าจริงกลับแป้กบ้างไม่แป้กบ้าง (คาดว่าคงได้รับอิทธิพลมาจากหนังกังฟูตลกของ เฉิงหลง และหงจินเป่า ที่กำลังดังในช่วงนั้นไม่มากก็น้อย) จนกลายเป็นจุดด้อยที่สุดของหนังไปโดยปริยาย

ทว่าหากมองข้ามจุดพลาดที่ว่าไป… 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย ก็นับเป็นหนังกังฟูชั้นเยี่ยมอีกเรื่องหนึ่ง ของหลิวเจียเหลียงอย่างไร้ข้อกังขา เนื่องเพราะความลื่นไหลลงตัวในแทบทุกองค์ประกอบของหนัง ไล่นับแต่ตัวละครที่น่าจดจำ การแสดงระดับเซียน (ยกเว้น ฟู่เซิง กับการแสดงที่แสนโอเวอร์ แอคติ้ง) คิวบู๊สุดมันส์ และที่โดดเด่นที่สุด คือ การยกระดับทางด้านเนื้อหา…

ผิดกับหนังกังฟูส่วนใหญ่ ที่วิทยายุทธ์มีฐานะอันยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตของคนฝึกยุทธ์ ทั้งยังเป็นเครื่องหมาย ที่บ่งบอกความเก่งกาจซึ่งเกิดจากการมุมานะฝึกฝน ศิลปะการต่อสู้ใน 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย อยู่ในช่วงเวลาที่โลกกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคสมัยของปืน… ขณะที่คนกลุ่มหนึ่งหน้ามืดตามัวพยายามฝึกฝนวิชาอย่างบ้าคลั่ง (อาจเข้าขั้นงมงายด้วย) เพื่อจะขยายขอบเขตความมหัศจรรย์ของวิชาหมัดมวยให้เอาชนะอาวุธปืนได้ เหลยกุง ผู้ตระหนักดีถึงข้อจำกัดของวิชาตัวเอง กลับยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเลือกจะหลีกหนีตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเจตภูติ อันทรงเกียรติมาดำรงชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญแทน

ประเด็นนี้เห็นได้ชัดในฉากแรกของหนัง ที่สมาชิกบางส่วนของพรรคเจตภูติ ต้องยอมสังเวยชีวิตตนเองให้กับอาวุธปืน เพื่อแลกกับความไว้เนื้อเชื่อใจ ของใต้เท้าหลี่ที่จะให้พรรคพวกของตนไปปฏิบัติภารกิจ ซึ่งดูแล้วน่าสะเทือนใจยิ่งนัก… เท่าที่สำรวจดูจากเว็บวิจารณ์หนังฮ่องกง เกือบ 60% ล้วนยกย่องชมเชยหลิวเจียเหลียงในแง่ที่ว่านี้ แม้จะยังเน้นบู๊เหมือนเคย แต่ลุงแกก็ยังไม่ลืมที่จะพัฒนาหนังศิลปะการต่อสู้ สู่ระดับที่สูงขึ้น พร้อมทั้งเลือกนำเสนอเรื่องราวลึกซึ้ง ด้วยมุมมองที่คมคายอย่างที่หนังของแกไม่เคยมีมาก่อนอีกด้วย

อย่างที่กล่าวไปแล้ว… ในช่วงครึ่งแรกของหนัง อาจน่าง่วงเหงาหาวนอนพอควร แต่พอถึงครึ่งหลังปุ๊บ หลิวเจียเหลียงก็ปลุกคนดูเสียอยู่หมัด ด้วยวิธีเดียวกันกับที่เขาเคยใช้ในเรื่อง ไอ้หนุ่มมวยจีน มาแล้ว นั่นคือ การใส่ฉากบู๊ชนิดนันสต๊อปที่มากทั้งสีสันและไอเดียเข้าไป ผู้กำกับฉากแอคชั่นทั้งสาม คือ หลิวเจียเหลียง หลี่กิงจู (Lee King Chue, ตัวประกอบขาประจำอีกท่านในหนังของหลิวเจียเหลียง เจ้าของคิวบู๊สุดเจ๋งใน ฤทธิ์หมัดฝังเข็ม และฟู่เซิงยอดมังกร) และเสี่ยวโหว (Hsiao Ho) พระรองในเรื่อง เลือกเน้นคิวบู๊สไตล์อาวุธจีนโบราณเป็นหลัก

เพราะจุดประสงค์ในการสร้างหนังเรื่องนี้ของผู้กำกับคือ การแสดงความเคารพต่อบรรดาศาสตราวุธที่เขาฝึกฝนมาแต่เยาว์วัย ดังนั้นจึงไม่แปลก หากจำนวนการต่อสู้ด้วยหมัดมวยล้วน ๆ ใน 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย จะลดลงจากงานชิ้นก่อน ๆ ของหลิวเจียเหลียงอย่างเห็นได้ชัด แทนที่ด้วยศาสตราวุธแทบทุกชนิดที่มีบัญญัติในศิลปะการต่อสู้ของจีน ทั้งอาวุธพื้นฐานทั่วไปจำพวกกระบี่ ไม้พลอง หรืออาวุธแปลก ๆ ที่คุ้นรูปไม่คุ้นชื่อ เช่น ดาบคู่เขี้ยวพยัคฆ์ ง้าวงู ไปจนถึงมนตร์คาถาอำพรางกาย…

ดูจากภาพรวมแล้ว ฉากต่อสู้ของ 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย ถือว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยม นอกจากฝีมือการออกแบบฉากแอคชั่น (ที่คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณใด ๆ) ของผู้กำกับคิวบู๊ทั้งสามท่านแล้ว ความดีความชอบส่วนหนึ่งต้องยกให้กับเทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์ ที่ในปี 2525 ก็นับว่าพัฒนาจากหนังกังฟูรุ่นอนุรักษ์นิยมไปมากแล้ว ทำให้ฉากแอคชั่นที่ออกมาของ 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย เป็นส่วนผสมที่กกกหสุดลงตัวระหว่างคิวบู๊อาวุธสไตล์ฮ่องกง กับงานลวดโยงและ Special Effect (บ้าน ๆ) อันทันสมัย

ไฮไลท์สำคัญที่หลายคนยกนิ้วให้คือ ฉากไคลแมกซ์ที่หลิวเจียเหลียง และหลิวเจียหย่งขน 18 ศาตราวุธออกมาห้ำหั่นกันอย่างสุดมันส์ สู้กันลากยาวเกือบสิบนาที โดยแทบไม่เปิดช่องว่างให้กันเลย ทั้งยังอุดมไปด้วยท่วงท่าการกวัดแกว่งอาวุธที่รุนแรง สวยงาม และรวดเร็ว เรียกว่าเกือบเทียบชั้นคิวบู๊แนวเดียวกันจากเรื่อง จอมแสบมหาหิน (The Odd Couple, 2522) หนังกังฟูอาวุธที่ดีที่สุดของโลกที่ออกฉายไปก่อนหน้านี้ ได้เลยทีเดียว…

งานนี้ หลิวเจียเหลียง ได้รับคำชมไปคนเดียวเต็ม ๆ เพราะนอกจากจะโชว์ฝีมือกำกับ (ทั้งหนังและคิวบู๊) ได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว ลุงแกยังให้การแสดงที่เฉียบขาดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันอีกด้วย แม้ความน่าจดจำจะเทียบกับคราวที่ลุงแสดงบทนำเป็นครั้งแรกในเรื่อง ถล่มเจ้าสำนักโคมเขียว (Mad Monkey Kung Fu, 2522) ไม่ได้ก็เถอะ… สำหรับน้องชายทั้งสองของผู้กำกับอย่าง หลิวเจียหย่ง และหลิวเจียฮุย ที่ครานี้มาในบทร้าย ก็นับว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน

หลิวเจียหย่ง ในบทเหลยหย่ง ให้ภาพของคนที่ยอมให้อำนาจ ความยิ่งใหญ่เข้าครอบงำ จนยอมตัดสัมพันธ์กับพี่ชายในไส้ ของตนได้ชัดเจนมาก (เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า อาแกเหมาะกับบทคนโฉดมากกว่าคนดีจริง ๆ (ฮา)) ขณะที่ หลิวเจียฮุย ก็โชว์ฟอร์มได้ดีไม่แพ้กันในบทอี้ถาน ผู้เชื่อมั่นในวิชาอาภรณ์เหล็ก ฟันแทงไม่เข้าอันแกร่งกล้าของตน จนท้ายที่สุดต้องกลายเป็นคนหูหนวก (เพราะถูกเหลยกุงซัดเข้าที่เส้นประสาทรับรู้เสียง) จึงได้ตาสว่าง… ก็เรียกว่า ทั้งคู่ทำได้ไม่เสียเครดิตพี่ใหญ่ของพวกเขาเลยนะครับ

นอกจากน้องชายทั้งสองแล้ว หลิวเจียเหลียงยังเรียกใช้บริการจาก ‘เด็กปั้น’ ของเขา อาทิ ดาราสาวสวย ฮุ่ยอิงหง (Kara Hui Ying-Hung) ที่มาในบทหญิงแต่งชายเกือบค่อนเรื่องได้ขึ้นกล้อง ดูสง่างามสุด ๆ แถมพอเปลี่ยนมาแสดงเป็นหญิงเต็มตัวก็ดูน่ารักน่าหยิกไม่น้อย อีกคนที่ควรกล่าวถึงเป็นพิเศษคือ เสี่ยวโหว กับบท เทียนโหว ยอดฝีมือพรรคมนตร์ดำ… แม้หน้าตาจะไม่หล่อเหลา บุคลิกจะไม่น่าจดจำ แต่ด้วยทักษะการแสดงที่ลื่นไหล ทั้งดราม่า และฉากต่อสู้ก็ช่วยให้เสี่ยวโหวมีพื้นที่ในหนัง เป็นของตัวเองกับเขาด้วยเหมือนกัน

เทียบกับหนังกังฟูร่วมสมัยเรื่องอื่น ๆ แล้ว 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย อาจไม่ได้มีเนื้อหาที่หวือหวา ลีลาอาจไม่ยอดเยี่ยมเข้าขั้นหมดจด มุขตลกอาจไม่ได้ขำไม่ได้ฮาจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ แต่ภาพรวมที่น่าจดจำของมัน น่าจะทำให้คนรักหนังกังฟูประทับใจ พร้อมมองข้ามร่องรอย แห่งความล้าสมัยกับจุดบกพร่องที่มันมีได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง –
    Shaw Brother
    กำกับ – Lau Kar-Leung
    อำนวยการสร้าง – Sir Run Run Shaw, Mona Fong Yat-Wah
    บทภาพยนตร์ – Li Tut-Hang, Lau Kar-Leung
    กำกับคิวบู๊ – Lau Kar-Leung, Lee King-Chu, Hsiao Hou
    แสดงนำ –Lau Kar-Leung, Hsiao Ho, Alexander Fu Sheng, Kara Hui Ying-Hung, Gordon Liu Chia-Hui, Lau Kar-Wing, Jue Tit-Woh, Wong Ching-Ho, Lee King-Chue, Lin Ke-Ming, Cheung Chok-Chow, Wang Han-Chen, Mak Wai-Cheung, Ng Yuk-Sue, Cheung Gwok-Wa
  • Thailand Distribution – ชื่อไทยว่า “18 เจ้าอาวุธมหาประลัย” ออกเป็น VCD โดยบริษัท United Home Entertainment
  • Rating – 4.5/5
Advertisements

One thought on “Legendary Weapons of China – 18 เจ้าอาวุธมหาประลัย (1981, Lau Kar Leung)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s