1955 – 2008

ในปัจจุบันชื่อของ หวังยี่ อาจจะถูกลืมเลือนไปบ้าง และถูกจดจำได้เฉพาะในแวดงผู้นักดูหนังรุ่นเก่า หรือผู้สนใจหนังกังฟูโดยเฉพาะ ชื่อของหวังยี่ หายไปจากสื่อนานหลายปีแล้ว จนกระทั่งปี 2008 นี้เอง เฉิงเสี่ยวตง ยอดผู้กำกับคิวบู๊ที่มีศักดิ์เป็นน้องเขยของหวังยี่ ได้แจ้งข่าวเศร้าแก่ แฟนๆ หนังของ ว่าดารากังฟูแห่งชอว์บราเดอร์ผู้นี้ ได้ถึงแก่กรรมแล้ว เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขณะที่เขาอายุได้ 53 ปี

โดยยังไม่มีการรายงานถึง สาเหตุการณ์ตายที่แน่ชัด ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลจากการป่วย และโรคร้าย ที่รุมเร้าเขามาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม มีข่าวจากหลายกระแส ถึงความเป็นไปได้ ที่หวังยี่ จะเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย


หวังยี่ หรือชื่อจริงว่า หวังจื่อกวน เกิดเมื่อปี 1955 เริ่มต้นอาชีพในวงการภาพยนตร์ด้วย การเป็นนักเรียนการแสดง ของบริษัทชอว์บราเดอร์ ในช่วงต้นยุค 70 มีบทประกอบเล็กๆ ในหนังหลายเรื่อง พร้อมกับชื่อในวงการบันเทิง ที่จ้าของบริษัทชอว์ อย่าง เซอร์ รันรัน ชอว์ เป็นคนตั้งให้ ว่า “หวังยี่” เป็นชื่อที่สะกด และอ่านคล้ายๆ กับชื่อหวังอยู่ เเพราะเขาหน้าตา มีส่วนละม้าย กับหวังหยู่ อดีตดาราซุปเปอร์สตาร์ของชอว์บราเดอร์ พระเอกเดชไอ้ด้วน ที่พึ่งถอนตัวจากบริษัท เข้าข่าย “ดังแล้วแยกวง” ไปไม่นาน ที่ท่าเซอร์ยังคงหัวเสียกับเหตุการณ์นั้นไม่หาย จึงคิดประชด สร้างหวังหยู่ คนใหม่ขึ้นมาซะเลย

จนกระทั่งปี 1975 ยอดผู้กำกับคิวบู๊ หลิวเจียเหลียง ได้เริ่มต้นงานในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ เขาวางแผ่นที่จะสร้างหนังกังฟูตลกซักเรื่อง โดยวางตัว ฟู่เซิง ไว้ในบทนำ แต่เนื่องด้วยพระเอกคนดังแห่งชอว์บราเดอร์ กำลังติดงานถ่า่ยทำอยู่กับหนังของจางเชอะ หลิวเจียเหลียง จึงต้องหาดาราหน้าใหม่ มารับบทนำแทน สุดท้ายเขาเลือกเอา ไอ้หนุ่ม หวังยี่ ที่ขณะนั้นอายุได้ยี่สิบปีพอดี มารับบทนำในหนังที่ชื่อว่า Spiritual Boxer (ไอ้เณรจอมคาถา)

หลังจากนั้น หวังยี่ ก็ได้มีโอกาศแสดงหนัง ในบทนำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการร่วมงานกับ หลิวเจียเหลียง ที่หลายๆ เรื่อง ได้กลายเป็นผลงานอมตะในเวลาต่อมาไม่ว่าจะเป็น Executioners from Shaolin (ถล่มเจ้าระฆังทอง), Dirty Ho (ไอ้เณรยอดเทวฤทธิ์) และ Eight Diagram Pole Fighter (นักสู้กระบองกล) ชื่อเสียงของเขาอาจจะไม่ได้ถูกจัดไว้ในลำดับ ต้นๆ ของดารากังฟู ของชอว์ แต่ถ้าพูดถึงหนังกังฟูตลกโปกฮา หวังยี่ ก็ถือว่าไม่ได้เป็นรองใครเลย

อย่างไรก็ตามชีวิตของ หวังยี่ ก็เริ่มเดินทางมาถึงจุดตกต่ำ ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 1983 เมื่อเขา เพื่อนสนิทที่ชื่อว่า ฟู่เซิง และพี่ชายของฟู่เซิง เฉินเจิ้งเปา นั่งมาในรถคันเดียวกัน และเกิดอุบัติเหตุอย่างรุนแรงขึ้น ผลจากเหตุการณ์ครั้งนั้น พระเอกหนุ่ม ขวัญใจมหาชลแห่งชอว์บราเดอร์ ฟู่เซิง เสียชีวิตลงในทันทีทันใด หวังยี่ที่เป็นเพื่อนสนิท และเติบโตมาในวงการด้วยกัน เสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้มาก ซึ่งในสองปีต่อมา เขาได้มีโอกาศ แสดง และอุทิศบทบาท “ฟงไซหยก” ในหนังเรื่อง Crazy Shaolin Disciples ให้กับเพื่อนรัก ซึ่งเป็นบทบาทที่สร้างชื่อให้กับฟู่เซิง เมื่อหลายปีก่อน อย่างไรก็ตาม นี้กลับเป็นครั้งสุดท้าย ที่ หวังยี่ มีชื่ออยู่ในฐานะพระเอก ของหนังที่ได้แสดง

ในปี 1985 นั้นเองบริษัทชอว์บราเดอร์ เปิดเผนกผลิตภาพยนตร์ ทั้งดารา ทีมงานเบื้องหลัง ทั้งหมดต้องหางานใหม่ หวังยี่ เองใช้เวลาค่อนชีวิต ณ สถานที่แห่งนี้ ถือเป็นเรื่องยากไม่น้อยที่จะต้องนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง เขาต้องรับงานตัวประกอบ และบทเล็กๆ ในหนัง และละครชุดทางทีวี หรือกระทั่งเป็นสตั้นแมนใหนังของเฉินหลงเรื่อง Dragons Forever (มังกรหนวดทอง) ส่วนการที่ได้มีส่วน ในหนังดังสองเรื่องอย่าง Center Stage และ Rouge ของ สแตนี่ กวาน ก็ไม่ได้มีส่วนช่วย หรือยืดอายุ ชีวิตในวงการภาพยนตร์เท่าไหร่นัก ในช่วงท้ายของอาชีพ หวังยี่ ต้องหันไปแสดงหนัง เกรด 3 วับๆ แวบๆ ก่อนจะปิดฉากชีวิตในวงการด้วยหนังที่ชื่อว่า Easy Money ในปี 1994

ชีวิตหลังจากนั้น หวังยี่ เป็นไปอย่างยากลำบาก เขาประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ต้องเปลี่ยนงานหลายครั้ง ทั้งขายประกัน ทำงานในโรงงาน และขายของริมถนน Temple Street อันโด่งดังของฮ่องกง ปัญหาสุขภาพรุมเร้าอย่างสาเหตุการดื่มหลัก และติดยาเสพติด มาตั้งแต่ยุค 80 กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ชีวิตช่วงบันปลายของหวังยี่ ต้องทนทุกกับโรคร้าย และสภาพจิตอันย่ำแย่ ในช่วงปี 2006 ต้องเข้ารับการรักษา และผ่าตัด สมอง จนกระทั่งเสียชีวิตลงในปี 2008 นี้เอง

หวังยี่ อาจจะไม่ได้เป็นดารากังฟู ลำดับต้นๆ ที่คนจะนึกถึง แต่หนังของเขา การแสดงของเขา ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าเป็นงานที่ผ่านมาของเขานั้น เปี่ยมไปด้วยคุณค่า เคยสร้างความสนุกให้เรามามากมาย และยังคงจะทำหน้าที่เดียวกันนี้ ไปอีกนานเท่านาน

ข่าวจากเว็บ http://www.kungfucinema.com/

Advertisements