Daughter of Darkness (1993, Ivan Lai Gai-Ming)

Daughter of Darkness เป็นหนังเกรด 3 อีกเรื่องที่เล่นกับเรื่องราวล่อแหลม คาบเส้นศีลธรรมอันว่าด้วย ความสัมพันธ์ในสายเลือด เรื่องการข่มขืนใจ กระทำชำเราสตรีเพศ แบบดิบเถื่อน ที่ถูกนำมาผสมกับลีลาตลกร้าย แบบหนังเกรด 3 ฮ่องกงของแท้แท้ ส่งผลให้งานชิ้นนี้ ประสบความสำเร็จอย่างสูงเมื่อครั้งออกฉาย โกยเงินไปกว่า 13 ล้านเหรียญฮ่องกง กลายเป็นหนังเกรด 3 ระดับแถวหน้า ที่ถูกจดจำได้มากอีกเรื่องหนึ่ง

คำเตือน บทวิจารณ์อาจมีภาพ ที่ไม่เหมาะสม ก่อนอ่านโปรดใช้วิจารณญาณ –

หนังเล่าเรื่องในเมืองจีน เกิดคดีฆาตรกรรมหมู่ในครอบครัวหนึ่งขึ้น สารวัตร ลุ่ย (หวงซิวเซิง กับบทตำรวจที่ดูโรคจิต กว่าโจรซะอีก) และผู้ช่วยหญิง ตงหวน (หลอเหมิ่นหยี ภรรยาผู้อำนวยการสร้าง) ตำรวจสาวมือใหม่อินโนเซ็นท์ เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ณ บ้านของตระกูลไม่ ครอบครัวผู้เสียชีวิต สมาชิกในครอบครัวเกือบทั้งหมด เสียชีวิต มีเพียงลูกสาวโตที่ชื่อว่า ไม่เหว่ยฟง (จงซู่เหว่ย) ที่รอดชีวิต และเป็นผู้เดินทางมาแจ้งความนั่นเอง

เมื่อสารวัตร และผู้ช่วยสาว ทำการสอบสวนตรวจสอบคดี กลับพบว่าผู้ต้องสงสัยที่แท้จริง ก็คือ ลูกสาวของบ้านที่ชื่อว่า ไม่เหว่ยฟง หลังจากบีบคั้น และยืนยันด้วยหลักฐาน เธอกยอมสารภาพ และเปิดเผยเรื่องราวอย่างไม่มีอิดออด ถึงเรื่องร้าวเบื้องลึกเบื้องหลัง ของคดีละเลงเลือดที่เกิดขึ้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเรื่อง

ไม่เหว่ยฟง อาศัยอยู่ในบ้านที่มีเธอ แม่ พ่อเลี้ยง และน้องสาวอันเป็นลูกที่เกิดจากแม่ และสามีใหม่ เธอทำงานในโรงงานเล็กๆ ที่อยู่ละแวกบ้านนั้นเอง เธอเองได้คบหาดูใจกับตำรวจหนุ่ม บ้านใกล้เรือนเคียง ดูแล้วก็เป็นชีวิตที่ปกติสุขดี ทะว่าในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น สาวน้อย ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากลำบนแม้จะมีฐานะเป็นลูกสาวคนโตของบ้าน กลับถูกเอารัดเอาเปรียบ และจงเกลียดจงชังจากสมาชิกใหม่ อย่างพี่น้องต่างพ่อ แม้กระทั่งแม่ ก็ไม่ได้ให้การปกป้องดูแลเธอย่างที่ควรจะเป็น

แต่สิ่งที่ทำให้ เธอต้องทนทุกข์ทรมาน เหมือนตกนรกทั้งเป็น จากการถูกลวนลาม ล่วงละเมิดทางผิด ซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยชายผู้เป็นพ่อเลี้ยงของเธอเอง ชายที่เธอเรียกว่าพ่อ แม้ไม่ได้เกี่ยวพันธ์กันทางสายเลือด แต่มันผู้นั้นกลับแทบไม่ได้ปฏิบัติตนให้สมคำเรียกขานนั้นเลย ชายวัยกลางคนมองจากภายนอก ก็แทบจะรู้สึกถึงความผิดปกติ ท่าทากรางยะโสโอหังเต็มที่

เริ่มต้นจากการถ้ำมอง แอบดูขณะอาบน้ำ ถ่ายรูปที่เผลอเมื่อกำลังเปลื้องเสื้อผ้า หนักข้อเข้าก็ถึงกับ บุกเข้าไปในห้องน้อยกระทำมิดีมิร้ายต่อลูกเลี้ยง แบบซึ่งๆ หน้า แม้เหว่ยฟงจะ ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นแม่ กลับถูกต่อว่ากลับ และเข้าข้างพ่อเลี้ยง เธอหยิบยืนปืนของแฟนหนุ่มมาโดยไม่ได้บอกกล่าว หวังต่อสู้ขัดขืนความเลวทรามที่ได้รับ ไม่เพียงเท่านั้น เหว่ยฟงยังระบายความแค้นสะสมอันยาวนาน ต่อทุกคนในครอบครัว ที่เคยเฉยเมย ต่อความทุกของคนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

Daughter of Darkness เล่าเรื่องในทำนอง “คดีที่เกิดขึ้นจริง” ด้วยการเริ่มต้นเรื่องด้วยภาพ ของคดีความ และที่เกิดเหตุอันน่าสพรึ่งกลัว ก่อนจะย้อนไปเล่าเรื่องต้นสายปลายเหตุแห่ง คดีความทั้งหมด โดยในในครึ่งแรกนั้นเน้นการสอบสวนสืบสวน คลีคลายคดีของสองตำรวจ เพื่อหาคนร้ายคนผิดที่แท้จริง

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นหนังสืบสวน แต่ก็คงไม่สามารถคาดหวังความชาญฉลาด หลักแหลม หรือเหลี่ยมมุม แพรวพราว ของบทหนัง อะไรได้มากนัก เพราะผู้กำกับเลือกที่จะ เสนอลีลาตลกต่ำทราม ล้อเลียนความบ้านนอกคอกหน้าชาวบ้านร้านตลาด และตำรวจ ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการ เล่นตลกกับความขยะแขยง ตัวละครล้อเล่นกับซากศพ, สอบสวนด้วยวิธีต่ำทราม อย่างการถามย้ำอยู่กับเรื่องท่าทางใน กิจกรรมเข้าจังหวะบทเตียงของนางเอก หรือพิสูจน์ศพผู้ตายโดยการบีบนม เปิดกระโปรง

ต้องขอบคุณหวงซิวเซิง ที่ทำให้ช่วงเวลาครึ่งแรกของหนัง เป็นไปได้อย่างสนุกสนาน บันเทิงในแบบบ้าคลั่ง บนขำ ต่ำทรามบนฮา ได้มีประสิทธิภาพพอสมควร ช่วยให้ช่วงเวลาครึ่งแรกของหนัง แม้ไม่มีฉากหวือหวาให้ช่วนตื่นเต้น แต่ก็ไม่น่าเบื่อจนเกินไป

เมื่อเข้าสู่เรื่องราวช่วงหลังของหนัง นำเสนอฉากชวนสยิวให้ดูกันแบบ ต่อเนื่อง ทั้งฉากแนวอีโรติก วาบหวิว ล่อแหลมอันรุนแรง ดาราหน้าโหดที่ชื่อ เหอเจียกุ้ย ที่รับบทเป็น คุณพ่อสารเลว สุดหื่น ได้อย่างน่าเกลียดน่ากลัวดีแท้ ฉากขายของเรื่อง ก็คือฉากที่เฮียคนนี้แกมีส่วนร่วมอยู่นั้นเอง ซึ่งทั้งหมดเป็นฉากประเภทข่มขืน กดขี่เพศหญิง (ผู้เป็นลูกเลี้ยงให้ท้องเรื่อง) ทั้งปล้ำ ฉีกเสื้อ กรอกเหล้า และทีเด็ดที่ Ivan Lai นำเสนอ ถึงกับเอามาขึ้นใบปิดเลยก็คือ ฉากพ่อเลี้ยงสุดเลว มัดมือนางเอกในสภาพเปลีือยเปล่า ยึดติดกับเพดาล ทะเลงตัวด้วยครีม และจบลงด้วยการจับข่มขืน

พูดถึงหนังแนวนี้ ดาวเด่น ที่ต้องพูดถึงลำดับต้นๆ ก็คือนางเอง จุดขายหลักสำคัญของหนัง จงซู่เหว่ย ดาราสาวที่ต้องรับบทหนักใน Daughter of Darkness อาจจะไม่ใช่ดาราที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ในแวดวงหนังเกรด 3 จงซู่เหว่ย ถือว่าเป็น “ดาว” คนหนึ่งที่แฟนหนังแนวนี้ เริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงด้วยการประกวดนางงาม Miss Hong Kong ในปี 1987 ซึ่งทำให้เธอได้รับสัญญาจ้างงาน กับบริษัท TVB ไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนสถานีโทรทัศน์ชื่อดัง จะไม่สามารถแจ้งเกิดให้กับสาวน้อยได้อย่างที่หวัง

ต้องหลังจากถูกยกเลิกสัญญาจาก TVB ในปี 1993 เพราะทำผิดข้อตกลงในการรับงานนอกโดยไม่ได้รับอนุญาติ ไปแล้วนั้นเอง จงซู่เหว่ย ถึงได้เริ่มลืมตาอ้าปาก เธอได้รับโอกาศให้รับบทสำคัญในหนังภาคต่อสุดฮิต นางพญาผมขาวภาคสอง หนังอาจจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่ชื่อของเธอก็เริ่มได้รับการจดจำ

และยิ่งถูกจดจำมากขึ้นไปอีก เมื่อนางเอกสาวอดีตนางงามคนนี้ตัดสินใจรับงานหนังเกรด 3 โชว์เนื้อหนัง ผลงานอย่าง Daughter of Darkness และ Red To Kill กลายเป็นผลงานคลาสสิคในหนังแนวทางนี้ไปแล้ว อย่างที่บอกไปแล้วนะครับ จงซู่เหว่ย ไม่ได้มีใบหน้าที่งดงาม น่าตกตะลึง หรือรูปร่างขย่ำโลก แต่ภาคลักษณ์ สาวธรรมดาสามัญ หญิงข้างบ้าน หน้าปากซอย ของเธอก็ช่วยให้คนดู รู้สึกใกล้ชิด และสัมผัสได้ จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่เธอมักจะได้รับบท หญิงสาวธรรมดา ที่ถูกชายหื่นคุกคามอยู่เสมอ

จงซู่เหว่ย ทำงานอยู่หลายปีจนกระทั่งแต่งงาน มีลูก (กับดาราชายที่รับบทเป็น พระเอกใน Daughter of Darkness นั่นเอง) และถอนตัวจากวงการไป แต่ด้วยการเงินฝืดเคียงจึงกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง จนถึงปัจจุบัน แต่ถ้านับเอาภาพจำ ของเธอก็ต้องนึกถึง งานสมัยหนังเกรดสามรุ่งเรือง

มีข้อคิดเห็นที่แตกต่างมากมายเกี่ยวกับหนังเรื่อง Daughter of Darkness บางส่วนบอกว่าหนังสนุกดี แต่บางคน ก็รับไม่ได้ในส่วนของ ฉากเซ็กที่ดูรุนแรง สถุน เกิดเหตุเกินความพอดีไปไม่น้อย ขณะที่แฟนหนังบางส่วน (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ชาชินกัน ความรุนแรงสุดขั่ว และความวิปริตรสุดเขต ในยุคอินเตอร์เน็ทครองเมืองแบบนี้) กลับแสดงความผิดหวัง ในเรื่องความ “แรง” ของหนัง

คุณภาพในฐานะภาพยนตร์ก็ถือว่า ต้อยต่ำตามสไตล์หนังแนวนี้ทั่วไป ที่หาความปราณีตได้ค่อนข้างยาก ถึงกับมีฉากนึงในเรื่องที่ นักแสดงผู้รับบทเป็นศพ แต่ดันกระพริบตาให้จับได้กับแบบจะๆ เช่นเดียวกับตัวประกอบโนเนมทั้งหลายที่แสดงกันได้สมัครเล่นมากๆ เนื้อเรื่องแม้จะมีการทำเก๋เล่าเรื่องด้วย Flashback แต่ส่วนอื่นๆ ล้วนธรรมดาๆ (โดยเฉพาะช่วงหลังๆ ของเรื่อง) นักวิจารณ์คนหนึ่ง (ที่ไม่ใช่ผมนะครับ) บอกว่ากด ฟอร์เวิร์ด หาฉากวาบหวามกับเพลินเลย ตัวหนังแม้จะเสนอเรื่องราวหนักอึ้ง แต่ก็ไม่ได้มีประเด็นทางสังคมอะไรมากนัก นอกไปจากการหยิบความถ่อยเถื่อนทางผิด มาเป็นสินค้า

รวมๆ แล้วคงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะบอกว่าคุณค่าในทางภาพยนตร์ของ Daughter of Darkness นั้นต่ำมากๆ อย่างน้อยหนังก็ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักฐานความรุ่งเรื่องของ หนังเกรด 3 ในอดีต ก็ทำให้ Daughter of Darkness ไม่ได้ไร้ค่าซะทีเดียว

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง –
    Scholar Films Co., Ltd., Martini Film Co. Ltd.
    กำกับ – Ivan Lai Gai-Ming
    อำนวยการสร้าง – Kimmy Suen Ging-On
    บทภาพยนตร์ – Gwai Book
    ถ่ายภาพ – Lee Kin-Keung
    ตัดต่อ – Choi Hung
    ดนตรีประกอบ – Jonathon Wong Bong
    กำกับศิลป์ – Wilson Lam Wai-Sum
    เสื้อผ้า – Cheung Yuk-Yue
    แต่งหน้า – Choi Siu-Jan
    กำกับคิวบู๊ – Chan Siu-Wah, Alan Chan Gwok-Kuen
    แสดงนำ –Lily Chung Suk Wai, William Ho Ka Kui, Money Lo Man Yee, Hugo Ng Doi Yung, Anthony Wong Chau Sang, Yu Li
  • Rating – 2.5/5
Advertisements

6 thoughts on “Daughter of Darkness (1993, Ivan Lai Gai-Ming)

  1. ภาพที่ห้านี่แบบว่า…
    หมิ่นเหม่มาก 5 5

    เห็นโปสเตอร์หนังยังแรงขนาดนี้
    ไม่รู้ตัวหนังจะแรงขนาดไหนนะครับ

  2. เรื่องนี้ผมไม่รู้ว่าชื่อไทยนะคับ แต่ผมมีขายคับ ลองดูในเวปผมได้คับมีหลายเรื่อง ไม่มีตัดตับหนังต้นฉบับ
    พอดีพึ่งทําเวปไงก้เก็บลิงค์ผมนะคับเดี้ยวมี ให้อีกคับผมเฉพาะหนังเรทRจีนเก่าๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s