Heaven And Hell – ไอ้หนุ่มตะลุยนรก (1978, Chang Cheh)

Heaven And Hell งานของผู้กำกับเฒ่าจางเชอะ ที่เสนอจิตภาพแห่ง สวรรค์ นรก ตามความเชื่อของชาวเอเซีย หนังรวบรวมดารา แถวหน้าของชอว์บราเดอร์ไว้มากมายหลายคน ผสมลีลาหลากหลายแนว กลายเป็นหนังของจางเชอะ ที่ค่อนข้างแตกต่าง จากงานของเขาโดยทั่วไป

เทพโจวเป่า (เดวิด เจียง) แห่งวังหลินเซียว กับนางกำนัลสวรรค์ จื่อเซียว ลักลอบชอบพอ ได้เสียกัน เป็นการผิดกฏสวรรค์ เมื่อเง็กเซียนจับได้ ทั้งสองถูกตัดสินลงโทษ จับโบยสามร้อยครั้ง และต้องแยกจากกันตลอดชีวิต จึงพากันหนีออกจากสวรรค์ เพื่อลงสู่โลกมนุษย์ เกิดเป็นคู่ผัวตัวเมียกัน เง็กเซียนไม่พอกับเรื่องที่เกิดขึ้นสั่งให้เหล่าทวยเทพคอยยับยั้ง ปิดกั้นทางออกทุกทาง

เทพเฝ้าประดูสววรค์ ซินหลิง (หลี่อ้ายหมิ่น) เห็นใจ แก่ความรักของทั้งสอง เปิดทางปล่อยให้คู่รักต้องห้าม ออกจากสวรรค์ หลบหนีไปได้ ผลก็คือ ซินหลิง ได้รับความผิดอย่างร้ายแรง ถูกขับออกจากสวรรค์ให้ไปเกิดชดใช้กรรมในโลกมนุษย์

ช่วงเปิดเรื่องของงานที่ชื่อว่า Heaven And Hell ของจางเชอะ นั้นดูแล้วก็ไม่ได้มีอะไรพิศดารมากมาย เป็นหนังแนวอภินิหาร เทพจุติ สงครามเทพมารธรรมดา แต่ช่วงเวลาหลังจากนั้นต่างหาก เป็นช่วงเวลาแห่งความบ้าคลั่งอย่างแท้จริง เป็นความบ้าคลั่งที่แตกต่างจาก งานที่แล้วมาของจางเชอะโดยสิ้นเชิง

ตัวหนังนั้นไม่ได้เสนอ สวรรค์นรก ในแง่มุมความปกติธรรมดา แต่เชอะดูจะสนุกกับการสร้างเนื้อหาแนวประชดประชัน สร้างดินแดนหลังความตาย ที่ดูแล้วเต็มไปด้วยกิเลสตันฒาหาไม่แตกต่างจากโลกมนุษย์ (ดูแล้วค่อนข้างใกล้เคียงกับงานเรื่อง Dragon Live Again ที่ว่าด้วยชีวิตหลังความตาย ในนรกของบรูซ ลีอยู่ไม่น้อย)

โดยหนังแบ่งออกเป็น 3 ซีเควนส์ย่อยๆ สวรรค์ โลก และนรก เล่าเรื่องความเชื่อมโยงกันของสามโลก และนำเสนอภาพของดินแดน หลังความตาย จากจิตนาการของคนจีน เป็นประเด็นสำคัญ ภาพสวรรค์ใช้ลีลาแบบหนังอภินิหารแบบเก่า ควันขาวจากน้ำแข็งแห้ง ฟุ้งกันเต็มจอ จางเชอะเปิดด้วยฉากฟ้อนรำ แบบจีน ของเหล่านักแสดงสาว แสดงความอ่อนช้อย ของเหล่านางฟ้า นางสวรรค์ แต่ที่ขัดแย้งกลับเป็นการให้ภาพของเหล่าเทวดาทั้งหลาย ที่หยิ่งผยอง ยโสโอหัง เข้มงวดกับกฏระเบียบแบบสุดขั่ว

ด้านนรกอันเป็นไฮไลท์สำคัญของเรื่อง สิ่งที่คนดูคาดหวังก็คงจะเป็น ความโหดเหี้ยมทารุณ ฉากทรมาณทรกรรมอะไรเทือกนั้น แต่ความเป็นจริงของ Heaven And Hell นั้นไม่ได้ตอบสนอง ความต้องการในแง่นั้นซักเท่าไหร่ ภาพของนรก (ที่เต็มไปด้วยไฟสี และปฏิมากรรมโฟม) ดูจะกลายเป็นชุมชนศูนย์รวมของความสกปรก ต่ำทราม เหล่ายมทูฒฉ้อฉล ขี้โกงไม่แพ้โลกมนุษย์

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่แสดงความสุดโต่ง หลุดโลก เหนือจริง เซอเรียล ที่สุดของหนัง กลับไม่ใช่ฉาก นรก สวรรค์ อะไรที่ไหน แต่เป็นช่วงกลางของเรื่อง กับการเล่าเรื่องราวบนโลกมนุษย์ ซะอย่างงั้น เป็นตอนที่เล่าเรื่อง เมื่อเทพ ซินหลิง ถูกขับลงมาจากสวรรค์ ให้ลงมาเกิดมาบนโลก ในภพชาตินี้ เขากลายเป็นคนขับเท็กซี่ หาเช้ากินค่ำ แต่ได้มีโอกาศช่วยชีวิต สองหนุ่มสาวคู่รัก (ฟู่เซิง กับคู่รักในชีวิตจริงของเขา เจนนี่ เช็ง) ให้รอดพ้นจากการตามจองเวรจองกรรม ของพวกแก็งมาเฟีย

ฟังดูก็ธรรมดานะครับ แต่ความไม่ธรรมดามันอยู่ตรงที่ จางเชอะเล่าซีเควนซ์ นี้ด้วยลีลาที่สุดจะบรรยาย ผสมผสานความเป็นภาพยนตร์ เข้ากับการจัดแสง และฉากแบบละครเวที ผสมลีลาบู๊ กับการเต้นรำแบบหนัง หรือละครเพลง Musical เป็นฉากที่ให้ลีลาความเหนือจริงมากๆ ฟูเซิง ยังได้มีโอกาศโชว์ร้องเพลง (ลิปซิง) คู่กับเจนนี่ แฟนสาวในขณะนั้นด้วย สงสัยจางเชอะคงอินกับหนัง (ดูฉากนี้ได้ที่คลิบด้านบทครับ)

หลังจากช่วยสองหนุ่มสาว ให้รอดพ้นจากพวกเหล่าร้าย แต่ซินหลิงสังเวยชีวิตในโลกมนุษย์ของตัวเอง เมื่อเขายอมรับลูกกระสุนปืน แทนชายหนุ่มคนนั้น หลังจากสิ้นใจ วิญญานของเทพประตูสวรรค์ ซินหลิง ก็ล่องลองไปสู่ปรโลก เข้าแถวยาวเพื่อรอคอยการพิพากษา เจอหญิงสาวนางหนึ่ง ในโลกมนุษย์เธอหลงผิดติดยาคนเสียชีวิต

เมื่อมาอยู่ในยมโลก เกิดอาการกลัวที่จะต้องรับใช้โทษ จึงขอร้องให้ซินหลิงช่วยพาหนี ทั้งสองพากันหลบหนีออกจากปากทางเข้านรก เพื่อจะได้ไม่ต้องไปรายงานตัว รับโทษจากยมบาล ระหว่างการหลบหนีมีผีใจดี เสนอตัวช่วยเหลือ แท้จริงแล้วเป็นผีใจร้าย ที่ตั้งใจหลอกเอาหญิงสาวไปขาย ให้กับผีมีเงินอีกต่อหนึ่ง

จนแล้วจนรอดทั้งสองก็ถูก ยมทูตเจ้าตัวไปจนได้ แถมเกิดเหตุข้อมูลผิดพลาด ซินหลิง ถูกยัดข้อหา บาปกรรมจากการเล่นการพนัน เขาไม่ยอมจำนน พยายามหลบหนีอีกครั้ง และหาทางช่วยหญิงสาวที่ได้พบกันในนรกนางนั้น โชคดีได้พระโพธิสัตว์ตี้จาง มาพบเจอเข้า ท่านตรวจดูดวงชตาพบว่า ซินหลิง ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ถูกกล่าวหา จึงให้โอกาศให้ทำความดี ตามหาชาย 4 คนที่ตกนรกมาแบบไม่สมควร ช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้น ให้หลุดรอดจากการลงโทษที่พวกเขาไม่ได้ก่อ จึงจะถือเป็นการไถ่โทษ

หลังจากออกทะเล ถูลู่ถูกังมานาน สิ่งที่ทุกคนรอคอย ฉากบู๊ ! ก็มาถึงจนได้ หนังแนะนำตัวละคร 4 ตัวนำทีมโดย 3 จาก ห้าจอมโหด (The Venoms) กัวะจุ้ย, หลอเมิ่ง, ซุนเจี้ยน และ บรูซ ต่ง ชาย 4 คนจากต่างยุคสมัยต่างเรื่องราว แต่ล้วนประสบชาตากรรมเดียวกันคือ ที่ต้องสละชีพให้กับความดีของตัว ตายอย่างน่าเศร้า ตกนรกอย่างไม่ยุติธรรม

จางเชอะใช้ฉากย้อนอดีต เล่าเรื่องวีรกรรมของชายทั้งสี่ ในอดีตชาติ เป็นโอกาศ ในการนำเสนอคิวบู๊แบบดังเดิมของเขา เสนอฉากต่อยตีแบบดุเดือดเลือดพล่าน เช่นเดียวกับเรื่องราวแบบที่เราคุ้นชินกัน ความตายอันสูงส่งของบุรุษเพศ การเสียสละ และเรื่องราวแห่งการทรยศหักหลัง คิวบู๊ที่กำกับโดย โรเบิร์ต ไท่ ยังคงยอดเยี่ยเสมอ หนังจบเรื่องราวด้วยฉากต่อสู้อันวุ่นวายท้ายเรื่อง ซินหลิง ได้รับพลังเทพกลับคืนมา เขานำชายนักสู้ทั้ง 4 ห่ำหั่นกับบรรดา คนเลว และปีศาจนรกทั้งหลาย

ภาพรวมของ Heaven And Hell จะเรียกว่าเละตุ้มเปะ ก็คงไม่ห่างไกลมากนัก แต่ผมกลับสนุกกับหนังได้พอสมควรเลยทีเดียวนะครับ คิวบู๊ท้ายเรื่องนั้นควรค่าแก่การรอคอย เช่นเดียวกับฉากของฟู่เซิง กับเจนนี่ ถือว่าเป็นความแปลกประหลาดอันน่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับแฟนๆ ของจางเชอะ และผู้สนใจงานประหลาดๆ จากยุค 70 แต่นอกเหนือจากนั้น สำหรับแฟนหนังทั่วๆ ไป คงจะถูกความพิลึก พิลั่นของหนัง หลอกหลอนจนงงงวย

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง –
    Shaw Brother
    กำกับ – Chang Cheh
    อำนวยการสร้าง – Run Run Shaw
    บทภาพยนตร์ – Ni Kuang, Chang Cheh, Chow Long
    ถ่ายภาพ – Miyaki Yukio
    ตัดต่อ – Chiang Hsing Lung
    ดนตรีประกอบ – Chen Yung Yu, Lau Ga Cheong
    กำกับศิลป์ – Johnson Tsao
    เสื้อผ้า – Liu Chi Yu
    แต่งหน้า – Wu Hsu Ching
    กำกับคิวบู๊ – Leung Ting, Robert Tai Chi Hsien, Lu Feng
    แสดงนำ –Lee I MinSun ChienAlexander Fu Sheng, Jenny Tseng Yan LeiPhilip Kwok Chung FungChiang Sheng, Lo Meng, Kong Do David Chiang Da Wei Chan Shen Chan Hung, Chan Jun Ho, Cheng Miu, Cheung Hei, Chin Tsi Ang, Chow Kin Ping, Chow Mak Lee, Chui Tai Ping
  • Thailand Distribution – ชื่อไทยว่า “ไอ้หนุ่มตะลุยนรก” ออกเป็น VCD โดยบริษัท United Home Entertainment
  • Rating – 3/5

3 thoughts on “Heaven And Hell – ไอ้หนุ่มตะลุยนรก (1978, Chang Cheh)

  1. บทแสดงของ ฟู่เซิง เรื่องนี้ดูจะขาดๆ หายๆ ไป
    ไม่ทราบว่า เป็นช่วงเวลาที่ ฟู่เซิง เสียชีวิต แล้วถ่ายทำไม่เสร็จหรือเปล่า

    1. ไม่น่าใช่นะครับ

      เพราะหนังเรื่องนี้ฉายปี 1978 ขณะที่ฟู่เซิงตายนั้นปี 1982

      ที่บทของเขาในเรื่องดูขาดๆ หายๆ น่าจะเพราะว่าช่วงนั้น งานชุกคิวไม่ค่อยว่างเสียมากกว่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s