Butterfly Sword – กระบี่ผีเสื้อบารมีสะท้านภพ (1993, Chu Yuen Ping)

Butterfly Sword หนังกำลังภายในดวลกระบี่ ตามกระแสเดชคัมภีร์เทวดา อีกเรื่องหนึ่ง ถือว่ามีกลุ่มดาราที่น่าสนใจ ทั้งดาวบู๊อย่าง หยังจื่อฉุน, เจิ้งจื่อตัน สาวสวยหวังจู่เสียน พระเอกหนุ่มขวัญใจคนฮ่องกง เหลียงเฉาเหว่ย และดาวรุ่งพุ่งแรงจากไต้หวัน (ในยุคนั้น) หลินจื่ออิง โดยเป็นการนำนิยาย กระบี่ ผีเสื้อ ดาวตก มาดัดแปลง แบบไม่ค่อยเหลือเค้าเดิมเท่าไหร่นัก ซึ่งถ้าให้อภัยหนังกันในความบิดเบือน หนังก็ถือว่าพอใช้ได้เลย

ผมเองเคยอ่านนิยายเรื่อง กระบี่ ผีเสื้อ ดาวตก เมื่อนานมาแล้วนะครับ จดจำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้ว ถ้าจำไม่ผิด โกวเล้งเขียนนิยายเรื่องนี้ โดยได้รับแรงบัลดาลใจมาจาก นิยายมาเฟียระดับตำนานของอเมริกันเรื่อง The Godfather โดยให้จุดศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ พระเอกหนุ่มนักฆ่านาม เมิ่งซิ่งเหวิน (ที่ภาษาจีนกลางอ่านว่า “เม้งแชฮุ้น”)

เขาที่ถูกส่งเข้าไปแฝงตัวอยู่ในสำนักใหญ่แห่งหนึ่ง เพื่อภารกิจลอบสังหาร “เล่าแป๊ะ” เจ้าสำนัก ผู้กุมอำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งยุทธจักร แต่เมื่อเข้าไปเกิดเหตุการเปลี่ยนแปลงให้ เล้งแชฮุ้นต้องเปลี่ยนจุดมุ่งหมายมาช่วยเหลือเล่าแป๊ะ ในการจัดการกับ ผู้ทรยศในสำนักนั้นแทน เนื้อเรื่องที่ว่านี้เรียกว่าแทบไม่ปรากฏใน Butterfly Sword เลย รายละเอียดทั้งเนื้อเรื่อง และตัวละคร เรียกว่าถูกเปลี่ยนแปลง ไปจนแทบจะจำไม่ได้

เข้าใจว่าหนัง Butterfly Sword พยายามจะเล่าเรื่องในแบบ Prequel หรือ ภาคก่อนหน้า และ Sequel หรือภาคต่อ ของนิยายต้นฉบับ กระบี่ ผี้เสื้อ ดาวตก นะครับ โดยผสมเหตุการณ์หลากหลาย ทั้งเรื่องราวหลังจากนิยาย รวมถึงภาพย้อนอดีตชีวิตวัยเด็ก ที่บ่งบอกที่มาความเป็นไปในชีวิตของตัวเอง เมิ่งซิ่งเหวิน

หวังจู่เสียน แสดงเป็น เสี่ยวเตี๋ย ลูกสาวคนเดียวของอดีต ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุทธจักร ที่ต้องเสียชีวิตไปในวังวนแห่งการฆ่าฟัน นางเบื่อหน่ายชีวิตที่ไร้ความสงบสุขแบบนั้น ถึงหลบลี้มาใช้ชีวิตสันโดษ กลางป่าร่วมกับสามีสามัญชนนาม เมิ่งซิ่งเหวิน (เหลียงเฉาเหว่ย) ที่ประกอบอาชีพพ่อค้าเร่ ทั้งสองใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตามอัตภาพ

โดยหญิงสาว ไม่ได้ล่วงรู้เลยว่า สามีของนางไม่ได้เพียง เป็นวรยุทธ แต่ยังเป็นหนึ่งใน ยอดฝีมือแห่งแผ่นดิน เมิ่งซิ่งเหวิน ยอดมือสังหารที่ผู้คนหวั่นเกรง เขากับพี่น้องร่วมสาบาน (แสดงโดย เจิ้งจื่อตัน และหยังจื่อฉุน) ปฏิบัติงานครั้งใด ยากที่จะล้มเหลว

และแล้ว เมิ่งซิ่งเหวิน ก็ได้รับมอบภารกิจครั้งใหม่จากพี่ใหญ่ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการรับงาน เขาได้รับคำสั่งให้แฝงตัวเข้าไปในสำนักใหญ่แห่งหนึ่ง เพื่อสังหารเจ้าสำนักผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง สิ่งที่เมิ่งซิ่งเหวินไม่คาดคิดก็คือ เขาได้พบกับอดีตของตัวเองที่นี่ กับพี่น้องที่พลัดพลากไปนาน น้องสาวที่สูญหาย ที่ขณะนี้กลับกลายมาเป็น หญิงสาวข้างกาของ เจ้าสำนัก เป้าหมายในการสังหารในครั้งนี้นั่นเอง

ตอนดู Butterfly Sword ครั้งแรก (เมื่อสิบกว่าปีก่อน) ผมรู้สึกสนุกมากๆ เลยนะครับ เอามาดูใหม่ความสนุกก็ถดถอยไปบ้าง จุดที่ทำให้ Butterfly Sword ไม่ได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น ก็เกิดจากปัญหาเก่าๆ ของหนังแอ็กชั่น ต่อสู้ ทั้งหลาย ฮ่องกงโดยทั่วไป การเล่าเรื่องโดยไม่ได้สนใจพล็อตหลัก มากไปกว่า การแทรกคิวบู๊ ไร้ความหมาย มุขตลก หรือแม้กระทั่งดารา ที่ดูแล้วแทบจะไมได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อหาส่วนอื่นๆ ของเรื่องเลย โดยเฉพาะคิวบู๊ไครแม็กซ์ ที่ดูโดดสุดๆ

จุดที่เป็นแง่บวกของหนังก็เห็นจะเป็น คิวบู๊ที่สร้างสรรค์ได้น่าสนใจ ทำให้หนังสนุกขึ้นมาอีกเยอะ ที่ติดตาก็เห็นจะเป็น “กระบี่เกาทัณท์” ของพระเอกที่ดูแล้วเท่ดีจริงๆ นอกจากนั้นเนื้อเรื่องยังถือว่าดีทีเดียว มีประเด็นจะเล่าอยู่พอสมควร ในเรื่องความขัดแย้งในจิตใจ ของตัวละครในเรื่อง หน้าที่ กับความรู้สึกส่วนตัว โดยเฉพาะตัวตัวละครของ หยังจื่อฉุน ที่แสดงได้ดีทีเดียว

Butterfly Sword เป็นผลงานสร้างจากทางไต้หวัน ของผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับคนดังแห่งไต้หวัน จูหยวนปิง (Kung Fu Dunk, A Home Too Far) สั่งเกตุได้ว่า หนังใช้ดาราผสมจากทั้งทางฮ่องกง และไต้หวันเอง มี ไอ้หนุ่ม สลาตัน หลินจื่ออิง มาเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ในบทที่ไร้ประโยชน์จากการดำเนินเรื่อง โดยสิ้นเชิง นอกจากนั้นยังมีดาราสาวสวยชาวไต้หวัน เยี่ยฉวนเฉิน มารับบทเด่นในเรื่อง

หนังใช้ทีมงานโปรดักชั่นจากทางฮ่องกงเป็นหลัก โดยเฉพาะทีม ผู้กำกับคิวบู๊ที่มาช่วยสร้างฉากต่อสู้ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่นเดียวกับคุณภาพงานสร้างที่ดูดี มีราคา ไม่ซ้ำซาก จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อ ผู้กำกับ เกิดไอเดียกระฉูด นำทั้ง พล็อบ อุปกรณ์ ฉากหลัง เสื้อผ้า มาถ่ายทำหนังอีกเรื่องของเขา รวมถึงดึงเอาคลิปบางส่วน (โดยเฉพาะคิวบู๊) มาผสมกลายเป็นหนังอีกเรื่อง แถมเป็นหนังเกรด 3 ด้วย นั่นก็คือ The Slave of Sword ที่แสดงนำโดย เฉินเป่าเหลียน เรียกว่าทำงงกันทั้งคนดู ทั้งดารา ว่าไปโผล่ในหนังเกรดสามเรื่องนั้นได้ยังไง

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง- Chang Hong Channel Film & Video Ltd. Co. (HK)
    บริษัทจัดจำหน่าย – Regal Films Distribution Co., Ltd. (Hong Kong)
    กำกับ – Michael Mak Dong-Git
    อำนวยการสร้าง – Chu Yen-Ping
    บทภาพยนตร์ – John Chong Ching
    ถ่ายภาพ – Charlie Lam Chi-Kin, Eric Chu Kwok-Fai
    ตัดต่อ – Ma Chung-Yiu, Wong Jing-Cheung, Mui Tung-Lit
    ออกแบบเครื่องแต่งกาย – Bobo Ng Bo-Ling
    ดนตรีประกอบ – Stephen Shing Gam-Wing, Chris Babida
    กำกับศิลป์ – Andy Lee Yiu-Gwong, Leung Chi-Hing
    กำกับคิวบู๊- Tony Ching Siu-Tung, Ma Yuk-Sing, Cheung Yiu-Sing
    แสดงนำ – Tony Leung Chiu Wai, Michelle Yeoh, Joey Wong Tsu Hsien, Jimmy Lin Chi Ying, Donnie Yen Chi Tan, Yip Chuen Chan, Elvis Tsui Kam Kong, Lee Ka Ting, Chang Kuo Chu, Wang Yao
  • Thailand Distribution – เข้าฉายในเมืองไทยโดย บริษัทนนทนัน ใช้ชื่อไทยว่า “กระบี่ผีเสื้อ บารมีสะท้านภพ” แผ่นลิขสิทธิ์ของ Rose Entertainment ใช้ชื่อไทยว่า “กระบี่ผีเสื้อดับวิญญาน”
  • Rating – 3/5
Advertisements

4 thoughts on “Butterfly Sword – กระบี่ผีเสื้อบารมีสะท้านภพ (1993, Chu Yuen Ping)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s