Missing (2008, Tsui Hark)

พี่ใหญ่แห่งคนทำหนังฮ่องกง ในยุคปัจจุบันอย่าง ฉีเคอะ นั้นได้ชื่อว่าทำหนังมาแล้วทุกแนว ที่มากไปกว่านั้นเขามักจะเป็นผู้นำกระแส แผ้วทางให้คนอื่นได้เดิน ตั้งแต่ เปิดศักราชหนังบู๊ดวลปืน ด้วยโหดเลวดี, หนังกำลังภายในกับเดชคัมภีร์เทวดา, หนังกังฟูกับหวงเฟยหง, หนังผีย้อนยุคกับโปเย

หนังเหล่า นั้นเป็นงานที่อยู่ระหว่างยุค 80 – 90 แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2000 ชื่อของฉีเคอะ ดูจะคลายมนต์ขลังไปมาก และดูเหมือนเขาจะ ตกอยู่ในสภาพของผู้ตามบ้างแล้ว

งานขิ้นใหม่ของฉีเคอะที่ชื่อว่า Missing มีรูปลักษณ์ภายนอก เป็นงานประเภทสยองขวัญยุคใหม่ แบบเดียวกับหนังประเภท The Eye หรือ Ring ที่แฟนหนังบางคนให้จำกัดความไว้ว่า “คนเห็นผี” เป็นหนังแนวที่ให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศอันลีลับ เส้นแบ่งที่คลุมเคลือของสิ่งที่เรียกว่าผี วิญญาน Missing เป็นหนังผีคนเห็นผีในแบบของฉีเคอะ

ชายหนุ่มนักโบราณคดี ทุ่มแทชีวิตและจิตใจให้กับ งานศึกษาซากปรักหักพัง ของโบราณสถานณ์ใต้น้ำ ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ใช่เป็นแค่งาน แต่เป็นเหมือนจิตวิญญาน ที่นี่เขานำแหวนวงสำคัญ มาซุกซ่อนเอาไว้ และฝันไว้ว่า เมื่อวันหนึ่งมาถึง เขาจะพาคนรักมาที่นี่ และขอแต่งงานกับเธอด้วยแหวนวงนั้น

นี่คงจะเป็นฉากรักโรแมนติก ที่ทั้งสองจะจดจำไปอีกนานแสนนาน แต่ในความเป็นจริงทุกอย่างกับเป็นตรงข้าม เมื่อทั้งสองดำดิ่งลงไป ตัวของชายหนุ่ม กลับหายตัวไปอย่างลึกลับ ในใต้น้ำลึกนั้น เมื่ออีกไม่กี่วันต่อมา ถึงได้พบเพียงร่างไร้วิญญานไร้หัว ที่พอจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นเขาเท่านั้น

หญิงสาวคนรัก จิตแพทย์สาวนาม อาจิง (หลี่ซินเจี๋ย) ไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เธอถูกกล่าวโทษ จากน้องสาวของผู้ตาย (เหลียงลั่วซื่อ) อย่างหนัก ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่ชายต้องตายไป อาจิง ไม่สามาารถทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ พยายามทำทุกอย่างเพื่อตามหา ว่าอะไรที่เกิดขึ้นในวันนั้นกันแน่

แม้จะใช้การสกดจิต ที่ได้รับความช่วยเหลือจากคุณหมอที่เธอเคารพ (เหลียงเฉียฮุย) ก็ไม่สามารถตอบคำถามที่คาใจอยู่ได้ จนกระทั่ง อาจิงได้พบกับคนไข้รายหนึ่งของเธอ (จางเจิ้น) ชายผู้ป่วยเป็นโรคจิต หลังจากสูญเสียภรรยาไปในอุบัติเหตุ เขาอ้้างว่าสามารถติดต่อกับ วิญญานได้ เมื่ออาจิง ใกล้ชิดกับชายเสียสติมากขึ้นเรื่อยๆ เธอก็เริ่มมองเห็นวิญญาน ที่วนเวียนเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญเริ่มจะส่อแวว ที่จะก่อความอันตรายให้กับอาจิง และคนใกล้ชิดมากขึ้นทุกที แต่เธอก็ยังไม่หยุดยั้งจนกว่าจะได้พบกับเขา คนนั้นอีกครั้ง

ย้อนหลังไปเมื่อประมาณ หนึ่งปีก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า ฉีเคอะ จะกำกับหนัง The Eye ภาค 3 โดยมี ต้นฉบับคนเห็นผีอย่าง หลี่ซินเจี่ย มาแสดงนำด้วย จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มีความคืบหน้าถึงหนังเรื่องนั้น กลับกลายเป็นว่ามีหนังผีแนวเดียวกันกับ The Eye ที่ชื่อว่า Missing ขึ้นมาแทน

ผมขอเดาเอาเองว่า หนังทั้งสองเรื่องก็คือเรื่องเดียวกัน อาจจะมีการเปลี่ยนชื่อ หรือไม่ ก็เกิดความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างขึ้น อย่างไงก็ตาม Missing ก็ถือว่าเป็นหนังแนวนี้เรื่องของฉีเคอะไปโดยปริยาย

อย่างที่บอกไปต้อนแรกนะครับ The Missing มีขนบของหนังประเภท คนเห็นผี อยู่อย่างชัดเจน ทั้งฉากหลอกผี และการหักมุม ในตอนท้ายของเรื่อง ตอนผมได้อ่านบทวิจารณ์หลายๆ อันของหนังเรื่องนี้ แล้วตกใจนะครับ คือหนังโดนด่าทั่วทุกสารทิศมาก คือปกติหนัง ฉีเคอะ นี้ก็จะถูกด่าเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ประเภททุกสำนักประสานเสียง เห็นพ้องต้องกันหมดนี่ก็ถือว่ามีไม่บ่อย

แต่เมื่อดูตัวหนังเต็มๆ แล้วก็พอจะเข้าใจ ว่าหนังมีปัญหาอยู่เยอะเหมือนกัน หนังไม่น่ากลัวเลย เรียกว่าถ้าแฟนหนังผีไทย ตีตั๋วเข้าไปดูก็คงจะด่ากันทั้งบาง คือนอกจากจะไม่น่ากลัวแล้ว ยังมีหลายฉากที่อาจจะเรียกเสียงฮาแบบไม่ตั้งใจออกมาด้วย

ปัญหาที่ทำให้หนังไม่สามารถ สั่นประสาท และสร้างความสะเทือนขวัญ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น มองกันแบบลวกก็น่าจะมาจาก ความไม่เม่นยำในแนวทาง การสร้างหนังคนเห็นผีของผู้กำกับ ทั้งงานออกแบบ การสร้างวิชวล การสร้างโมเมนท์ ประเภท “หลอกผี” จังหวะโผล่ผี การใส่เสียงประกอบ ของฉีเคอะนั้น ไม่ได้แม่นยำเท่ากับผู้กำกับหนังรุ่นใหม่ ที่ศึกษา และเชี่ยวชาญกับหนังแนวนี้มากๆ การเปรียบเทียบจึงเกิดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

นอกเหนือจากนั้น ก็ยังมีเหตุผลลึกๆ อีกประการ ฉีเคอะ นั้นล้มเหลวในการรสร้าง ความสมจริงในแบบหนังผีรุ่นใหม่ เส้นแบ่งที่คลุมเคลือระหว่าง ผีกับคน วิญญานกับภาพหลอน การนำความสมจริงมาสู่หนังแนวสยองขวัญ อย่างทีหนังยุคหลังประสบความสำเร็จกัน บรรยากาศของหนัง ยังก่ำกึ่งอยู่ระหว่างหนังประเภท ภูติผีปีศาจแบบโบราณมากกว่า

ที่ไม่สามารถข้ามผ่านไปได้เลยก็คือ การหักมุมของเรื่อง ที่คงจะไม่เฉลยละนะครับว่าเป็นอะไร บอกคร่าวๆ ว่าเป็นการหักมุมที่ไร้สติ ขาดความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรง

เข้าใจว่าฉีเคอะพยายามจะผสมแนวทางของหนัง โรแมนติก เข้ากับสยองขวัญ ที่การผสมพันธ์หนังแตกต่าง ตระกูลเข้าด้วยกันแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นแนวทางส่วนตัวของฉีเคอะมาโดยตลอด สำหรับในกรณีของ Missing ก็ต้องบอกว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ส่วนผสมทั้งสองอย่างดูโดด ไม่ผสมผสาน เหมือนดูหนังกันคนละเรื่อง

Missing ยังคงมีองค์ประกอบที่น่าสนใจอยู่บ้าง ดาราหลายๆ คนก็ยังแสดงได้ดี ที่ผมชอบโดยส่วนตัวก็คือ จางเจิ้ง ที่มารับบทเป็นกึ่งดีกึ่งบ้า ได้มันดี งานวิชวลของหนังผมชอบนะครับ อาจจะดูประหลาดๆ หลุดโลกไปบ้าง แต่ก็สร้างความแตกต่างได้ดี ช่วงทีผีออกมาเยอะๆ ตอนกลางๆ เรื่องมันดูเชย แต่ผมก็สนุกมาก น่าเสียดายว่า ฉากแบบนั้นไม่ได้มีในส่วนใหญ่ของหนัง

แต่สำหรับตัวหนังโดยภาพรวม ถือว่ามีปัญหาอย่างหนักโดยเฉพาะเรื่องบท และการเล่าเรื่อง การให้น้ำหนักกับแง่มุมต่างๆ Missing จึงกลายเป็นแค่งานที่ล้มเหลว สอบตก แบบหนักๆ อีกเรื่อง ไม่ว่าจะในฐานะหนังคนเห้นผี หรือหนังของฉีเคอะ ซึ่งสาเหตุหลักก็น่าจะมาจากแนวทางส่วนตัวของผู้กำกับ นั้นไปกันไม่ได้เลยกับหนังแนวทางนี้

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง- Film Workshop
    บริษัทจัดจำหน่าย – Mandarin Films
    กำกับ – Tsui Hark
    อำนวยการสร้าง – Tsui Hark
    บทภาพยนตร์ – Tsui Hark
    ถ่ายภาพ – Sakamoto Yoshinao
    ตัดต่อ – Yau Chi-Wai
    ออกแบบเครื่องแต่งกาย – Silver Cheung Sai-Wang
    ดนตรีประกอบ – Hoh Kwok-Git
    กำกับศิลป์ – Jeff Mak Gwok-Keung
    กำกับคิวบู๊- Yuen Bun
    แสดงนำ – Angelica Lee Sum-Kit, Isabella Leong, Chang Chen, Guo Xiao-Dong, Chang Chen-Yue, Tony Leung Ka-Fai
  • Rating – 1.8/5
Advertisements

One thought on “Missing (2008, Tsui Hark)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s