หนังชุด เพชรฆาตสัญชาติฮ้อ – The Lucky Stars Series (1982 – 1985)

ในช่วงยุค 80 เฉินหลง หงจินเป่า และหยวนเปียว การสร้างหนังชุด The Lucky Stars ของบริษัท Golden Harvest นั้นถือว่าเป็นการตอบโตบริษัทคู่แข่งอย่าง Cinema City ที่ส่งหนังตลกชุด Ace Go Places ของแซม ฮุย กับเหมาะเจี๋ยะ ถล่มเกาะฮ่องกง มาติดต่อกันถึง 5 ภาค

หนังชุด The Lucky Stars มีส่วนผสมของมุขตลกงี่เง่า การแย่งกันจีบสาวของเพื่อน คิวบู๊สุดเจ๋ง ทำให้หนังออกมาดูสนุกแบบมั่วๆ แต่รวมๆ แล้วก็โอเคเป็นงานที่ดูสนุกในยุคสมัยนั้น ดูตอนนี้ก็ยังสนุกอยู่แต่อาจจะดูเชยๆ ไปบ้าง แต่ก็น่าหามารำลึกความหลัง ถึงหนังตลาดฮ่องกงยุค 80 ที่หลายๆ คนเติบโตมาพร้อมๆ กับหนังพวกนี้

ตั้งแต่ต้นจนจบ เห็นได้ชัดว่า หนังเน้นขายแต่ความบันเทิง โดยไม่มีเนื้อหาสาระใด ๆ สอดแทรกเลย อันที่จริงก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนัก เพราะทุกตอนของซีรีส์นี้ก็ยึดถือแนวทางนี้มาโดยตลอดอยู่แล้ว จุดเด่นของหนังก็คือการมีตัวเอกที่บุคลิคแตกต่าง และเรียกเสียงฮากันได้ตั้งแต่รูปร่าง หน้าตา ท่าทาง

ตลอดการดำเนินเรื่องหนังเคลื่อนที่ไปด้วยการต่อมุขตลกไปเรื่อยๆ ขำบ้างฝืดบ้าง แต่ก็ถือว่าดูได้เพลินๆ ลักษณะเฉพาะอันโดดเด่นของอีกประการของหนังชุด Lucky Stars ก็คือ กลุ่มซูเปอร์สตาร์ของฮ่องกง และแก๊กฮา ๆ พร้อมกับฉากแอคชั่นบู๊ล้างผลาญ โกลเด้น ฮาร์เวสต์สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นเพื่อสานต่อความสำเร็จ

เนื้อหาของหนังนั้นว่าด้วย กลุ่มอาญากร ที่ต้องมารวมกลุ่มกันเพื่อช่วยเหลืองานของทางราชการ แต่ละภาคก็ถือว่าต่อกันบ้าง ไม่ต่อกันบ้าง เรียกว่าเนื้อหาไม่ได้เป็นประเด็นสลักสำคัญอะไร

การรวมทั้งดาราชื่อดังมากมายที่ร่วมแสดง ก็กลายเป็นความบันเทิงอีกรูปแบบนึงของหนัง ตั้งแต่ตัวละครหลักทั้ง ฝงซุ่ยฝาน ,อู๋เอี่ยวฮั่น ,จางจื่อเหว่ย, ปอมฟู ,เหมียวเฉียวเหว่ย และหงจินเป่า ฯลฯ ที่แสดงได้ดูหื่นเหลือเกิน ตัวสมทบอย่างเฉินหลง ,หยวนเปียว และดาราบู๊ชื่อรองๆ อย่าง หลินจื่ออิง, ดิ๊ก เหว่ย, ยาสุอากิ คูราตะ, ที่มาช่วยเพิ่มความโดดเด่นในฉากแอคชั่น รวมถึงบรรดาสาวๆ อย่าง จงฉู่หง, หูฮุ่ยจง กวนจื่อหลิน ที่สลับกันมาเป็นอาหารตา และโชว์คิวบู๊เตะต้อยไปพร้อมๆ กัน

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าหนังมีทั้งความสนุกของฉากแอ็กชั่น ความฮาของฉากตลก แต่ที่สำคัญหนัง ติดเอาความรู้สึกเชยเข้ามาค่อนข้างมาก จริงๆ แล้วก็มองได้ทั้งในแง่ดีและแย่ ที่แย่ก็คือ หนังดูล้าสมัย อย่างเห็นได้ชัด ถ้าใครไม่คุ้นชินกันหนังตลกฮ่องกง ก็อาจจะรู้สึกรำคาญมุขเชย และพาลจะเบื่อเอา

แต่ที่จุดดี และเป็นสิ่งที่ยังคงทำให้หนังน่าสนใจมาถึงทุกวันนี้ ก็คือ การสามารถช่วยให้เราหวน ย้อนรำลึกไปถึงวันวานได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะย้อนไปสู่ยุค 80 ที่เต็มไปด้วยสีสรรค์แห่งความสดใส แน่นอนว่ามันไม่ค่อยจะมีเนื้อหาสาระอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ไร้ค่าโดยสิ้นเชิง

Winners And Sinners – เฉินหลง มือปราบจมูกหิน (1981)

วงการหนังฮ่องกงยุค 80 เป็นการห่ำหันกันของสองบริษัท Cinema City ของหวงไป๋หมิง เหมาะเจียะ และดีน เช็ค กับ Golden Harvest ของ เรมอนด์ เชา กับเลนนาร์ด โห หัวหอกในการแย่งชิงอันดับหนังทำเงินของทั้งคู่ ก็คือ หนัง ตลก แอ็กชั่น ผสมกังฟู ที่ถือว่าขายดิบขายดีที่สุดในยุคนั้น ของ Cinema City นั้นสร้างหนังชุด “เก่งกับเฮง” (Ace Go Places) ให้กลายเป็นของฮิตสนั่นเมือง ฝ่าย Golden Harvest ก็โต้กลับด้วยงานในลักษณ์ใกล้เคียงกันคือ หนังชุด “7 ฮ้อ” ของหงจินเป่า ที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันในเรื่องความฮา แบบบ้านๆ เลย

Richard Ng, John Sham, Charlie Chin, Stanley Fung, และหงจินเป่าแสดงเป็น 5 หนุ่ม อันประกอบไปด้วย กาน้ำ หัวฟู วาสลีน ที่ต้องโทษจากการก่อคดีเล็กๆ น้อย จำพวก จี้ปล้น ต้มตุ๋น ได้พบกันในคุก และสาบานเป็นพี่น้องกัน หลังจากพ้นโทษ ทั้งหมดไม่มีที่ไปจึง รวมตัวกันไปอาศัยอยู่กับบ้าน หัวฟู ที่มีน้องสาวคนสวย (จงฉู่หง) อาศัยอยู่ด้วย

โดยทั้งหมดต้องช่วยเหลือกันในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เปิดบริษัทรับทำความสะอาด แต่ถึงแม้จะหันมาทำงานสุจริต แต่เรื่องวุ่นวายก็วนเวียนเข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อย ทั้งห้าหนุ่มต้องเข้าไปยุ่ง เกี่ยวกับสงครามระหว่างแก็งมาเฟีย กับธุรกิจพิมพ์แบงค์ปลอม โดยตำรวจหวังใช้ทั้ง 5 เป็นตัวกลางในการทลายธุรกิจเถื่อนที่ว่านี้ด้วย

Winners And Sinners เป็นหนังประเภท “ตลกตรุสจีน” เรื่องแรกๆ ของหงจินเป่า หนังมีทุกอย่างที่หนังแนวๆ นี้พึงมี ฉากแอ็กชั่น มุขตลก โดยเฉพาะอย่างยิงมุขจีบสาวที่แทบจะกลายเป็นต้นแบบให้หนังหลายๆ เรื่องเดิมตาม ในเวลาต่อมา
หนังแผงประเด็นเกี่ยวกับ โอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ของคนบาปที่เคยทำผิดมาก่อนอยู่อยู่บ้างแต่ก็ ถือเป็นประเด็นเล็กๆ ที่ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากมาย

ปัญหาของหนังเรื่องนี้ เห็นจะอยู่ตรงที่ ส่วนของตลกดูจะมากเกินพอดี ขณะเดียวกันความมันส์ของฉากแอ็กชั่น กลับมีอย่างจำกัดจำเขี่ย เรียกว่าอาจทำให้แฟนๆ ของพระเอกนักบู๊ต้องผิดหวังกันไม่มากก็น้อย ฉากบู๊ของเฉินหลงที่ผมจำได้แม่นในหนังเรื่องนี้ก็คือ ฉากเล่นสะเก็ตล้อนะครับ ที่ตอนนั้นกำลังเป็นกีฬายอดฮิตของวัยรุ่นเลย เฉินหลงหยิบเอาสะเก็ตมาผสมกับคิวบู๊ กังฟู และการแสดงผาดโผน ก็ถือดูสนุกดี แต่ขาดความดุเดือดไปซักหน่อย

ถ้าเทียบแล้วจะบอกว่า Winners and Sinners เป็นตอนที่ด้อยที่สุดในกลุ่มก็คงจะไม่ผิดนัก

My Lucky Stars – เจ็ดเพชรฆาตสัญชาติฮ้อ (1984)

เนื่องจากหนังเรื่อง Winners and Sinners ประสบความสำเร็จอย่างสูงทำเงินให้บริษัท Golden Harvest ไปถึง 20 ล้านเหรียญฮ่องกง จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะหยุดยั้งภาคต่อเนื่องที่ตามออกมา หนังภาคต่อที่ชือว่า My Lucky Star นั้น

จะว่าไปแล้ว จะเรียก The Lucky Stars ว่าเป็นภาคต่อของ Winners And Sinners ก็ไม่ถูกเท่าไหร่นัก เพราะจะว่าไปแล้วดูเหมือน The Lucky Stars จะเล่าเรื่องใหม่ของตัวละครกลุ่ม ใหม่ที่แสดงโดยนักแสดงกลุ่มเดิม มีบุคลิกคล้ายๆ เดิมซะมากกว่า หงจินเป่าเป็นเจ้าอ้วนที่ออกซื้อบื่อ แต่บู๊เก่งสุดๆ ส่วน คนที่เหลือก็รับบททะลึ่งตึงตั้งกันไปตามเรื่องตามราว

ฉินเจียงหลิน (Charlie Chin) ก็รับบทประเภท หนุ่มเจ้าสำอางเช่นเดิม ส่วน ฟงชุยฟาน (Stanley Fung Shui-Fan) เป็น 13 มุกกฏหนุ่มใหญ่ หน้าตาย (โดยในภาคนี้เขาไม่ได้เป็นตำรวจปลอมตัวมาแบบใน Winners And Sinners) โดยเปลี่ยนตัว ปอมฟูในภาคแรก เป็น “พี่เตี้ย” เจิ้งจื่อเหว่ย แต่โดยส่วนตัวผมเองชอบ Richard Ng Yiu-Hon หรือ พี่หนวด มากที่สุด เพราะแกแสดงบทตลกโง่ๆ ได้เป็นธรรม่ชาติดี

เปิดเรื่องด้วยฉากไล่ล่าโจรในประเทศญี่ปุ่นของสองตำรวจหนุ่ม (เฉินหลง, หยวนเปียว) ก่อนจะลงท้ายด้วยความล้มเหลว ตัวละครของหยวนเปียวถูกจับตัวไป จนตำรวจต้องตามตัว 5 จอมแสบ ส่งไปญี่ปุ่นเพื่อปฏิบัติการลับในการช่วยเหลือตำรวจจับโจร โดยมีตำรวจสาว (Sibelle Hu) คอยเป็นคน ประสานงาน

เฉินหลง กับหยวนเปียวมาในบทรับเชิญ ที่เรียกว่าออกจอมากกว่ารับเชิญพอสมควร (อย่างน้อยก็เยอะกว่าใน Winners And Sinners หลายขุม) เทียบกับทุกภาคแล้วน่าจะพูดได้ว่า The Lucky Stars เป็นภาคที่ฉากแอ็กชั่นดีที่สุดในหนังชุดนี้เลย ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าหนัง ให้บทกับเฉินหลงกับหยวนเปียวมากขึ้นด้วย หนังเปิดเรื่องด้วย ในฉากจบพวกฮ้อบุกไปถึงรังโจร หงจินเป่าบู๊กับเพื่อนซี้ (นอกจอ) หลิวเจียหยง ส่วนเฉินหลงจับคู่ซัดกับ Dick Wek

คนที่เด่นที่สุดกลายเป็น หยวนเปียว หลังจากโดนโจรจับตัว เลยหายหน้าไปทั้งเรื่องโผล่มาแค่ตอนจบ เขาก็ได้แสดงทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม กับคู่มือที่ถือว่าโชว์ฟอร์มได้ไม่ด้อยไปกว่ากันเลยอย่าง หลินเจิ้งอิง (ในยุคก่อนเป็นอาจารย์ผีกัด) ส่วนสาว Sibelle Hu ก็ได้โชว์คิวบู๊กับดาราแอ็กชั่นสาวกล้ามใหญ่ จากญี่ปุ่น มิจิโกะ นิชิวากะ ที่ปรากฏตัวมารใน ชุดว่ายน้ำสีดำ พร้อมกับร่างกายอันบึกบึน ซึ่งภาพของเธอแบ่งกล้ามโชว์ในเรื่อง กลายเป็นฉากที่คนจำได้มากที่สุดฉากหนึ่งไปเลย

ถึงแม้จะบู๊กันมันหยดติ้ง แต่เอกลักษณ์ครึ่งหนึ่ง ของหนังชุดนี้ ก็อยู่ที่ฉากตลกทะลึ่งด้วย เทียบกันในภาคแรกแล้ว ก็น่าจะเรียกได้ว่ามุขประเภทนี้ในหนังดู “หื่น” ขึ้นพอสมควรเลย (สงสัยเพราะการมาของ เจิ้งจื่อเหว่ย) แต่มุขประเภทนี้เมื่อเวลาผ่านไป มันก็ดูเฉยไปตามเวลา เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่หนังตลกอย่าง Winners And Sinners, The Lucky Stars จึงดูตกยุก ตกสมัยไป เมื่อเทียบกับหนังกังฟู หรือหนังแอ็กชั่นที่เน้นบู๊กันเป็นหลัก

ใน The Lucky Stars หงจินเป่ายกกอง ไปถ่ายทำถึงญี่ปุ่นเลย เพราะที่นั้นถือเป็นตลาดหลัก แห่งหนึ่งของหนังฮ่องกงในสมัยนั้น (ส่วนภาคต่ออย่าง Twinkle Twinkle Lucky Stars ก็มาถ่ายทำในไทย) นอกจากนั้นญี่ปุ่นยังนิยมชมชอบในตัวเฉินหลง และหยวนเปียวสูงมากๆ ในเวลาต่อมา เฉินหลง และหยวนเปียยังถูกเลือกให้ไปแสดงในหนังที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูน อย่าง City Hunter และ คุจากุ เทพพิฤทธิพิชิตมาร ด้วย

Twinkle Twinkle Lucky Stars – 7 เพชฌฆาตสัญชาติฮ้อ ภาค 2 (1985)

หลังจากที่ My Lucky Star โกยเงินไปได้กว่า 30 ล้านเหรียญฮ่องกง ฝงซุ่ยฝาน ,อู๋เอี่ยวฮั่น ,จางจื่อเหว่ย และ หงจินเป่า กลับมาแย่งจีบสาวกันอีกครั้งกับภาคใหม่ที่มันส์ฮากว่าเดิม พร้อมกับผู้มาใหม่อย่าง เหมียวเฉียวเหว่ย (มาแทน ฉินเสียงหลิน) และ หลิวเต๋อหัว เสริมด้วย “ตัวดึงดูด” อาทิ เฉินหลง ,หยวนเปียว ,หูฮุ่ยจง ,ยาสุกิ คุราตะ ,ริชาร์ด นอร์ตัน ฯลฯ

หนังเล่าเรื่องการผจญภัยในพัทยาของหนุ่มฮ่องกงทั้ง 5 ที่ชอบก่อเรื่องวุ่น ๆ โกลาหลมากมาย รวมไปถึงภารกิจในการปราบปรามเหล่าร้าย และกลุ่มมือปืนข้ามชาติที่เดินทางเข้ามาก่อคดีร้ายแรงในฮ่องกง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในเรื่อง ผลประโยชน์และการแย่งชิงความเป็นใหญ่ ในธุรกิจนอกกฎหมาย ท่ามกลางอันตรายมากมาย ทั้ง 5 ต้องร่วมมือกับทีมตำรวจในการปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จ

มุขตลก (ที่งี่เง่าและไร้รสนิยม) ก็ยังคงมีอยู่ตามสไตล์หนังชุด “7 ฮ้อ” แต่ต้องยอมรับว่า ครั้งนี้หงจินเป่าใส่แก๊กลงไปได้ถูกที่ถูกเวลามากขึ้น รวมถึงคิวบู๊ฉากแอคชั่นที่ถือได้ว่าสุดยอดที่สุดในซีรีส์นี้ โดยเฉพาะการต่อสู้ในโรงงานเป๊ปซี่ ซึ่งหงจินเป่าสามารถทำให้นักแสดงของเขาดูเก่งกาจสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็น เฉินหลง ,หยวนเปียว ,หลิวเจียหย่ง ,ฟิลลิป เกาเฟย ,Dick Wei และที่ไม่น่าเชื่อเลยกับ หลิวเต๋อหัว ซึ่งแสดงฉากบู๊ได้ดีเกินคาด ส่วนฉากต่อสู้ไคลแมกซ์ ถือเป็นหนึ่งในฉากแอคชั่นในดวงใจของผมเลยก็ว่าได้ เฉินหลง ,หงจินเป่า และหยวนเปียว สู้กับผู้ร้ายกันแบบตัวต่อตัว (ในฉากนี้ ทั้งริชาร์ด นอร์ตัน และ ยาสุกิ คุราตะต่างพากันขโมยซีนเหล่าพระเอกได้อย่างดีเยี่ยม)

หลังจากที่รับบทเด่นใน Winners & Sinners มาแล้ว และหายไปใน My Lucky Star (โดยมีจางจื่อเหว่ยเข้ามาแทนที่) ปอมฟูก็ได้กลับมาแสดงอีกครั้งในบทสมทบร่วมกับ กวนจือหลิน (สมัยหน้าใสปิ๊ง) นอกจากนี้ หนังยังมี หยางจื่อฉุง มารับบทเป็นอาจารย์สอนยูโด ในฉากสั้น ๆ ประมาณ 3 นาที แต่ก็โดดเด่นไม่ใช่เล่น ส่วนตัวประกอบคนอื่น ๆ ที่น่าสนใจก็เช่น อู๋หม่า ,เดวิด เจียง ,อู๋จวินหยู และฮุ่ยอิงหง (กับทรงผมแปลกตา) ฯลฯ

ความมันส์ปนฮาแบบนี้นอกจากจะถูกใจผู้ชมแล้ว ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้สร้างหนังแอคชั่นในยุคนั้นอีกต่างหาก ดังนั้นถ้าจะกล่าวว่า หงจินเป่า เป็นจ้าวแห่งหนังแอคชั่นฮ่องกงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคทศวรรษ 80 ก็คงไม่ผิดไปจากความเป็นจริงเท่าไรนัก

โดยรวมแล้วก็ยอดเยี่ยมครับ ตามมาตรฐานของหงจินเป่า เป็นหนังที่ดูได้เพลิน ๆ เอามันส์ฮา แม้ว่าภาพในหนังจะใช้ในการเล่าเรื่องเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจจะไม่ได้พัฒนาให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ในแง่ศิลปะภาพยนตร์ แต่ Twinkle Twinkle Lucky Stars ก็ถือว่าเป็นอีกตำนานหนึ่งของวงการหนังบู๊ฮ่องกง ที่ยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลหนังฮ่องกงประจำปี ครั้งที่ 6 สาขาออกแบบคิวบู๊ยอดเยี่ยมอีกด้วย (ผู้คว้ารางวัลนี้ไปคือ เฉิงเสี่ยวตง จาก Witch From Nepal)

Other Lucky Stars Movies

หนังชุด Lucky Stars ภาคที่มี เฉินหลง หงจินเป่า และหยวนเปียว มาร่วมแสดงกันอย่างครบครันนั้น ก็มีอยู่เฉพาะใน 3 เรื่องแรกเท่านั้น อย่างไรก็ตามหนังชุดนี้ก็ยังมีการสร้างต่อเนื่อง ยาวนานไปกันอีกหลายภาค ความโด่งดังประสบความสำเร็จก็ลดหลั่นกันลงมา ตามการเวลา

Lucky Stars Go Places เข้าฉายในปี 1986 ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เป็นการควบรวมกิจการของหนังตลกแห่งยุค 80 สองเรื่องจากสองค่ายดัง เก่งกับเฮง (Ace Go Places) ของ ซีนีมา ซิตี้ และ The Lucky Stars ของโกลเด้นฮาเวสท์ เนื้อหาไม่มีอะไรซับซ้อน มาเฟียญี่ปุ่น และผู้ก่อการร้ายลิเบีย เขามาก่อความวุ่นวายในฮ่องกง กรมตำรวจจึงต้องรวบรวมมือดีเข้าจัดการ หนังมีดาราจากหนังสองชุด ทั้งหงจินเป่า จาก The Lucky Stars และเฮียโล้น เหมาะเจี๋ยจาก Ace Go Places มาผสมโรงกันร่วมด้วย หน้าใหม่ไฟแรงในยุคนั้น อย่างหลิวเต๋อหัว และอลัน ทัม

ฟงชุยฟาน หนึ่งในกลุ่มดารา The Lucky Stars ปลุกผีหนังชุดนี้ขึ้นมาอีกครั้งในปี 1989 กับหนังชื่อ Return of the Lucky Stars รวมรวบเพื่อนเก่าๆ มาได้หลายคนทั้ง ,อู๋เอี่ยวฮั่น ,จางจื่อเหว่ย และเหมียวเฉียวเหว่ย น่าเสียดายไม่มีหัวหน้าแก๊งอย่าง หงจินเป่า มาร่วมวงด้วย

ดารา/นักร้อง/ผู้กำกับ แฟรงกี้ ชาน สร้างหนัง Lucky Stars เรื่องใหม่ขึ้นมาในยุค 90 ในหนังที่ชื่อว่า How To Meet the Lucky Stars น่าเสียดายเก็บรายได้ไปเพียงน้อยนิด และดูเหมือนเป็นการปิดตำนาน เพชรฆาตรสัญชาติฮ่อไปโดยปริยาย

ในหนังเรื่อง The Lucky Stars ปี 1985 ปอมฟู หนึ่งในดารานำจากหนังเรื่องแรก (Winners and Sinners) หายไปไม่ได้มาปรากฏตัวในภาคต่อที่สอง ที่จริงแล้ว ปอมฟู แกได้ดิบได้ดีเปิดหนังชุดใหม่ ที่ตัวเองเป็นพระเอกฉายเดียว หนังชุด ปอมฟู ที่สร้างออกมาด้วยกันหลายเรื่องทั้ง Pom Pom Strikes Back, Mr Boo Meets Pom Pom, Pom Pom ! และ The Return Of Pom Pom

9 thoughts on “หนังชุด เพชรฆาตสัญชาติฮ้อ – The Lucky Stars Series (1982 – 1985)

  1. คิดถึงคืนวันสมัยเด็ก ๆ จำได้ว่าหนัง เก่งกับเฮง ดังมาก ๆ ในไทย เรียกว่าหนังสไตล์เก่งกับเฮงนี่ต้องดูกันทุกปี

    ส่วน 7 ฮ้อ ถ้าจำไม่ผิด หนังน่าจะมาเปิดตัวหลังจากความดังของเฉินหลงจากเรื่อง เอไกหว่า และชื่อหนังภาษาไทย รู้สึกจะใช้ชื่อเฉินหลงเป็นตัวชูโรง จำได้ว่าใช้ชื่อว่า เฉินหลงมือปราบจมูกหิน ทั้งที่เป็นดาราสบทบของเรื่อง

    7 ฮ้อ ภาค 3 มีฉากหวิว ๆ ของกวานจือหลินด้วย

  2. ค่อนข้างมั่นใจว่าสมัยก่อนเคยดูแน่ แต่ไม่รู้ภาคไหนเป็นภาคไหน อารมณ์น่าจะชวนให้นึกถึง เจ็ดประจัญบาน อะไรเทือกนั้นเลยนะครับ

  3. ภาคแรกเป็น 7 เพชรฆาตสัญชาติฮ้อ (ทีมพาษ์เสียงเอก ค่ายนนทนันท์ )
    ภาค 2 เป็น ขอน่าอย่าซ่าส์ (ทีมพาษ์เสียงเอก ค่ายนนทนันท์ )
    ( เผื่อท่านผู้ชมไม่ทราบมาก่อน ว่าในอดีตเป็นอย่างไร? )

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s