Painted Skin – พลิกตำนานโปเยโปโลเย (2008, Gordon Chan)

ดูเผินๆ แล้ว Painted Skin คงถูกจัดไว้ในกลุ่ม หนังจีนอลังการงานสร้าง อีกเรื่อง ที่พยายามขายงานสร้างอันใหญ่โต การออกแบบที่สวยงาม เนื้อหาแนวพยายามลุ่มลึก ปรัชญาประเภทตื้นเขิน แต่พยายามอธิบายให้เป็นเรื่องยาก โชคดีที่ Painted Skin ไม่ได้เดินทางไปในแนวนั้น

กอร์ดอน ชาน ผู้กำกับมือเก๋าจากฮ่องกง สร้างหนังเรื่องนี้ออกมาแบบแนวหนังพาณิชฮ่องกงแท้ๆ ผสม อารมณ์หลากหลายแนว คิวบู๊สุดเฉียบ เรื่องรักสามเส้า และสเปลเชี่ยวเอฟเฟคเหนือจริง

Painted Skin เป็นงานที่ดัดแปลงมาจากงานเขียน แนวเรื่องสั้นลึกลับของนักเขียนเมื่อ 400 ปีก่อนนาม ฝูสงหลิง (เจ้าของเรื่องที่เคยถูกดัดแปลงเป็น A Chinese Ghost Story หรือ โปเยโปโลเย มาแล้ว) ที่เรื่องราวประกอบ ไปด้วยองค์ประกอบแบบ ฝูสงหลิง ทุกประการ คุณชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ปีศาจสาวแสนสวย นักพรต ปราบปีศาจ และคฤหาสถ์หลังใหญ่ ที่ซ่อนเอาไว้ด้วยลึกลับบางประการ

ในทะเลทราย กองทัพที่นำมาโดยแม่ทัพหนุ่ม หวังเซิง (เฉินคุน) เดินทางรอนแรมมาพอสมควร จนได้พบกับเป้าหมาย ของพวกเขาแล้ว ค่ายพักแรมของของพวกคนเถื่อนนอกด่าน เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้น หวังเซิง บุกเข้าไปในเต้นที่ใหญ่ที่สุดเพื่อหวังสังหาร ผู้นำของพวกมัน เขากลับได้พบ สาวงาม สภาพเกือบเปลือย อยู่บนเตียง ร่างกายที่ขาวดังหิมะ ถูกแวดล้อมซ่องโจรอันสกปรก และคราบเลือดจากศพของแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม

หญิงสาวนามว่า เสี่ยวเหว่ย (โจวซุน) ที่ไร้ญาติขาดมิตร ลูกสาวของพ่อค้าผ้าไหมผู้ครอบครัวถูกสังหารจนสิ้น นางได้รับการช่วยเหลือ จาก หวังเซิง และนำกลับมสู่บ้านของเขาด้วย หญิงสาวสิ้นไร้ไม้ตอก ก็อาศัยอยู่ในบ้านตระกูลหวังนับแต่บัดนั้น ภรรยาสาวน้ำใจงามของ หวังเซิง นามว่า เพ่ยหรง (เจ้าเหว่ย) เองก็ไม่ได้กล่าวทัดทานอะไร

แต่หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องราวแปลกประหลาดขึ้นมากมาย มีคนในเมืองเสียชีวิตอย่างลึกลับ  ศพถูกขวักหัวใจออกไปอย่างน่าสงสัย มือสังหารลึกลับผู้ลงมือ เป็นผู้มีวิชากำลังภายใน สูงส่งเหมือนไม่ใช่คน ในเวลาเดียวกัน ผู้คนต่างหลงเสน่ห์แม่นาง เสี่ยวเหว่ย ผู้ลึกลับที่ดูเหมือนว่าจะมีพลังเสน่ห์อันรุนแรง เกินความธรรมดา ทั้งหญิงและชาย เหล่าบรรดาทหารแม่ทัพนายกอง รวมไปถึง คุณชาย หวังเซิง

เวลายิ่งนานเข้าก็เกิดความไม่น่าไว้วางใจเกี่ยวกับ หญิงสาวคนใหม่ในบ้านมากยิ่งขึ้น ฮูหยินของบ้าน ดูจะเป็นคนที่สงสัยในตัวหญิงสาวคนนี้มากที่สุด จนกระทั่งปักใจเชื่อว่า นางเป็นปีศาจจำแลงอย่างแน่นอน เพ่ยหรง นำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษา อดีตเพื่อนเก่าอย่าง พังหยง (เจิ้งจื่อตัน) ทหารหนุ่มผู้เยี่ยมยุทธอดีตผู้บังคับบัญชาของ หวังเซิง เมื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

พังหยงเองก็ไม่ได้ปักใจเชื่อเรื่องราวดังกล่าวมากนัก แต่เขาก็เริ่มดำเนินการติดตาม สืบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมือง เขาได้พบกับสาวน้อยที่แต่งตัวเป็นชาย แม่นางเสียะปิง (ชุนหลี่) ที่ตัวอ้างว่าเป็นนักพรตเต๋าปราบปีศาจ ทั้งสองร่วมมือกันพิสูจน์หาความจริง แต่ก็ดูเหมือนว่าเบาแสต่างๆ กลับถูกลบล้างโดย เสี่ยวเหว่ย ได้อย่างง่ายดาย แต่อย่างน้อยจอมยุทธหนุ่มก็เริ่มเชื่อแล้วว่า มีปีศาจอยู่ในเมืองแห่งนี้จริงๆ

ในเวลาเดียวกัน การมาของ พังหยง ที่ควรจะเป็นการช่วยเหลือ แท้จริงแล้วกลับยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีก ความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อนของเขาที่มีต่อ เพ่ยหรง ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง อย่างน้อยในสายตาของสามีนางอย่าง คุณชายหวังเซิง ความหึงหวง และหวาดระแวง ทำให้ความจงรักภักดีต่อภรรยาเริ่มสั้นคลอน และก็ถือเป็นโอกาศอันดีของนางปีศาจสาว

นางปีศาจจิ้งจอก ที่อาศัยเนื้อหนังของมนุษย์ในการปลอมแปลง นางและปีศาจกิ้งก้า วางแผนรวมหัวกัน นางแทรกซึมเข้ามาในสังคมมนุษย์เพื่อ หลอกกินหัวใจ แต่เมื่อความลับเริ่มแพร่งพลาย นางปีศาจจึงไม่อาจทนรอได้อีกต่อไป ….

พระเอกหนุ่มนักบู๊ เจิ้งจื่อตัน หรือ ดอนนี่ เยน ปรากฏตัวเป็นครั้งที่สองของปีนี้ (แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่) ก็ถือว่าไม่ได้บ่อยอะไรมาก แต่เมื่อประเมินว่าหนังแอ็กชั่นฮ่องกงส่วนใหญ่ โดนสัมปทานโดยเฮียแกไปเสียกว่าครึ่งในยุคนี้ สำหรับในหนังเรื่อง Painted Skin ก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับคนขี้เบื่อ เพราะ ดอนนี่ เยน ไม่ได้โผล่มาทุกฉาก เหมือนกับงานเรื่องอื่นๆ ของเขา คิวบู๊ในเรื่องนั้นออกไปในทำนอง โหนสลิงค์ ไล่ล่ากันบนหลังคาบ้าน และโจมตีกันด้วยอาวุธ ทั้งธรรมดาอย่างธวน หอก ดาบ ธนู และอาวุธวิเศษอย่างกระบี่เวทมนตร์อะไรทำนองนั้น

เมื่อหนังไม่ได้เน้นหนักกันไปที่ฉากพะบู๊ ต่อสู้กันตลอดเวลาร้อยยี่สิบนาที แบบหนังบางเรื่อง เนื้อหาส่วนใหญ่ จึงวนเวียนด้วยเรื่องรัก เป็นประเด็นหลัก ที่เผาเวลาส่วนใหญ่ของหนังไป และจะว่าไปแล้ว ก็เป็นรักสามเส้าที่ บานปลายแตกวงกลายเป็น 4 – 5 เส้าเลยทีเดียว

ความรักในหนังไม่ได้นำเสนอแต่ในแง่มุมความดีงาม แต่หมายรวมถึง ความหึงหวง การหลอกใช้ และความหวาดระแวง จนหมดสิ้นความไว้วางใจให้แก่กัน ที่ถูกบ่มเพราะในจิตใจของมนุษย์ ปีศาจอย่างเสี่ยวเหว่ย อาศัยช่องว่างตรงนี้ ใช้เสน่ห์ และความลุ่มหลงให้เป็นผลประโยชน์ ในการหลอกล่อ สุดด้ายกลับติดกับดักของตัวเอง แม้แต่ปีศาจ ที่เสพติดความเป็นมนุษย์มากเกินไป ก็พ่ายแพ้ต่อจุดอ่อนแบบเดียวกับมนุษย์เหมือนกัน

Painted Skin เป็นงานที่อาศัยการตัดต่ออันรวดเร็ว มุมกล้องหวือหวา การย้อมสีหนังแบบผิดธรรมชาติ งานสร้างแปลกตา รวมถึงคิวบู๊ เทคนิคพิเศษ และการแต่งหน้า ที่ค่อนข้างแปลกประหลาด หลุดโลก ทั้งหมดส่งผลให้หนังดูดีมีสไตล์ แต่ในทางตรงกันข้าม เทคนิคเหล่านี้ก็ถือว่าทำลายความสมจริง แต่ก็ชดเชยด้วยความบันเทิง และอารมณ์แบบฮ่องกงแท้ๆ

จุดเด่นอันชัดเจนของหนัง ก็คือการรวบรวมดารานักแสดงจากทั้ง ฮ่องกง และจีนแผ่นดินใหญ่ คนที่เด่นจริงๆ และถือเป็นเจ้าของหนัง ไปโดยปริยาย ก็เห็นจะเป็นสองดาราสาว เจ้าเหว่ย และโจวซุน องค์หญิงกำมะลอเจ้าเหว่ย นั้นแจ้งเกิดมากับบท สาวสดใส่ ร่าเริงเกินธรรมดา แสดงความรู้สึกแบบเต็มเปี่ยม ที่ดูตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับภรรยาสาว ผู้ชอกช้ำ และเก็บความรู้สึกเจ็บปวดไว้ตลอดเวลา ฉากเผชิญหน้ากันของสาวทั้งสองคน ก็กลายเป็นไฮไลท์สำคัญของหนัง เรียกว่าเกินหน้าเกินตา คิวบู๊ในเรื่องไปเลยทีเดียว

ส่วนสาว โจวซุน นั้น สามารถประกาศอย่างเป็นทางการ กับหนังเรื่องนี้ได้เลยว่า เธอคืออันดับหนึ่งของดาราสาว จากจีนแผ่นดินใหญ่ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง พักงานของจางจื่ออี้ และกงลี่ ที่หนีไปรับบทรอง ในหนังไร้ความน่าสนใจยังอเมริกา) บทปีศาจสาวเต็มไปด้วยความซับซ้อน และลับลมคมใน บทจะดูน่าเห็นใจ ที่เธอต้องการความรัก ต้องการชีวิต ก็แทบจะทำให้เราหลงคิด ไปได้ว่านางจิ้งจอกได้กลายเป็นคนไปแล้วจริงๆ แต่เผลอชั่วอึดใจ เธอก็กลับมาเป็นนางมารไร้ใจ ได้ในชั่วพริบตา

ดาราหนุ่มเฉินคุนยังดูหล่อเหมือนเดิม บทชายหนุ่มรูปงาม พูดน้อยทรงเสน่ห์ ก็ดูจะไม่ได้แตกต่างอะไรกับที่เขาเคยแสดงมานัก ขณะที่ดาราสาวจากแผ่นดินใหญ่ ชุนหลี่ ดูจะได้พลิกบทบาทโดยสิ้นเชิง จากหญิงสาวชาวนาตาบอดใน Fearless มาเป็นจอมยุทธสาวทอมมาดยียวนได้อย่างน่าเชื่อถือ

Painted Skin ถูกเลือกให้เป็นตัวแทนของฮ่องกง ในการคัดเลือกเข้าประกวด รางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมของออสการ์ เป็นการเลือกที่สร้างความแปลกใจ ให้กับแวดวงภาพยนตร์ ซึ้งถ้าใครได้ดูตัวหนังจริงๆ แล้ว ก็คงจะยิ่งงงหนักขึ้นไปอีก เพราะหนังดูจะไม่มีแง่มุมอะไร ที่จะไปโดนใจกรรมการเวทีประกวดหนังแบบนั้น

หนังเองอาจจะไม่ได้ดีเด่นอะไรมากมาย มีความไม่ลงตัวอยู่เล็กๆ น้อยๆ (ที่ชัดก็เห็นจะเป็นฉากจบที่ประณีประนอม ไปนิด) แต่โดยรวมแล้ว Painted Skin ก็เป็นหนังที่สร้างความบันเทิงได้อย่างเต็มเปี่ยม หนังมีเทคนิคพิเศษที่ดูทำได้ถึง คิวบู๊แนวสลิงค์ห้อยโหน แบบหนังแฟนตาซี ที่ไม่ได้ใหม่อะไรนัก แต่ก็ดูสนุกดี โดยส่วนตัวเป็นหนังที่ผมไม่ได้คาดหวังอะไรนัก แต่ก็ถือว่าดูแล้ว ชอบพอสมควรนะครับ

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง- Big Pictures Ltd.
    บริษัทจัดจำหน่าย- Mei Ah Entertainment Group Ltd. (Hong Kong)
    กำกับ – Gordon Chan Car-Seung, Andy Chin Wing-Keung, Danny Go Lam-Paau
    อำนวยการสร้าง – Hsu Li-Kong
    บทภาพยนตร์ – Pu Song-Ling (Story), Gordon Chan Ka-Seung, Abe Kwong Man-Wai, Lau Ho-Leung
    ตัดต่อ – CHan Ki Hop
    กำกับศิลป์ – Liu Jia Ping, Bill Lui
    ออกแบบเครื่องแต่งกาย – Ng Po Ling
    ดนตรีประกอบ – Ikuro Fujiwara
    ถ่ายภาพ – Artur Wong
    กำกับคิวบู๊ – Tung Wai
    แสดงนำ – Donnie Yen Ji-Dan, Zhou Xun, Vicki Zhao Wei, Aloys Chen, Betty Sun Li, Qi Wuyu
  • Rating – 4/5

21 thoughts on “Painted Skin – พลิกตำนานโปเยโปโลเย (2008, Gordon Chan)

  1. ชอบโจซุน…
    โดยเฉพาะประวัติเธอที่ว่า
    เธอจบการศึกษาสาขา
    “การเต้นรำพื้นเมือง”
    เปรี๊ยว…เปรี้ยวค่ะ

  2. ดูจบแล้ว ก็ซึ้งระดับหนึ่งตามประสาคนดูหนังรักสามเศร้า ถึงจะไม่แอ๊คชั่นมันส์สะใจ การห้อยโหนยังดูเป็นสลิงมากเกินไป(อาจจะจงใจของผู้กำกับก็ได้) แต่โดยรวมบทรักสามเศร้าสนุกดีครับ

  3. ดูจบแล้ว…

    ไม่ใช่แค่ 3 เศร้านะเนี่ย

    เรื่องนี้ ไม่รู้ว่าจะสงสารใครดี

    แต่เราชอบVicKi ที่สุดเรย

    ^^

    อื่มๆ….

    ตอนจบอะค่ะรู้สึกแย่นิดนึง

    ตอนที่พระเอกบอกว่ารัก เสี่ยวเหว่ย อะ

    พูดเหมือนกับว่า กับเพ่ยหรง คือความซื่สัตย์

    แต่กับเสี่ยวเหลว่ยคือความรัก ยังไงไม่รู้

    มีใครรู้สึกเหมือนกันบ่าวค่ะ

  4. อยากดูเรื่องนี้มากๆค่ะ ^^~
    แค่ได้ดู MV กับได้อ่าน รู้สึกสงสาร เจ้าเวย จังเยย T^T
    555 รัก เวยเวย มากมาย
    เรื่องนี้ต้องดูให้ได้
    เวยเวย น่ารักที่ สูดดด ด ด~

  5. ถ้าเป็นนางเอกของเรื่องนี้ยังไงก้อสู้ หวังจู่เสียน ไม่ได้เพราะ บทนางเอกเรื่องนี้หวังจู่เสียนเคยเล่นแล้วเมื่อหลายปีก่อนแต่เค้านำมาสร้างใหม่

  6. และที่สำคัญถ้าพูดถึงเรื่องโปเยโปโลเยต้อง เวอร์ชั่นเก่านะ เพราะสนุกจริงๆๆ หวังจู๋เสียนสวยมากๆๆๆ ถ้าเอาความสายและสาวมาเทียบตอนที่อายุเท่าๆๆกัน นากเอกพวกนี้ชิดซ้าย หวังจู่เสียน เลยหละ

  7. เอาโปเยภาค 3 ภาคเก่ากับภาคนี้มาดูต่อเนื่องกัน ผมชอบภาคนี้ที่สุด
    โจวซวิ่นแสดงดีมาก ทั้งสีหน้าและแววตา นอกจากบทเจ้าเล่ห์ในมังกรหยกที่แสดงได้ลื่นไหลแล้วบทผีเรื่องนี้ก็เด่นมาก (เรื่องก่อนที่ได้รับรางวัลนักแสดงประกอบยอดเยี่ยมผมว่าเธอแสดงไม่ดีเลย)
    ส่วนเจ้าเหว่ยองค์หญิงกำมะลอ.. เรื่องนี้แก่ไปเลย แต่ก็แสดงได้ดี เรื่องการแสดงเป็นรองโจวซวิ่นนิดๆ แต่ได้บทหนังช่วยส่งทำให้เสมอกันไป
    หนังอาจจะเรียบๆ ถ้าเชือดเฉือนบทกันแค่โจวซวิ่นกับเจ้าเหว่ย โชคดีที่ได้หมอผีซุนหนี่มาช่วยตัดสี ทำให้หนังมีสมดุลขึ้น…

    เป็นหนังน่าดูครับ

  8. ดูแล้วค่ะ จ้าวเหว่ยน่ารักมาก ทั้งเรื่องนี้และเรื่องสามก๊ก บทบาทแตกต่าง น่ารักได้อีก น่าดูค่ะ สนุกมาก

  9. เวยตะหากเป็นนางเอกอันดับหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่ ในเรื่องเค้าก้เป็นนางเอกไม่ใช่ตัวอิจฉาซะหน่อย เราไม่เข้าข้างเวยนะ แต่เราว่า บทผีสาวน่าจะหาคนเล่นที่ดูโดดเด่นกว่านี้ ไม่งั้นก็โดนรัศมีเวยกลบหมด งานนี้โจวซุ่นก็โดนเวยบังเต็มๆ แต่หนังฟอร์มใหญ่โจวซุ่นก็ไม่ค่อยเป็นนางเอกนะ เป็นนางรองตลอด เล่นกะจังจื่ออี๋ก็รอง เล่นกะกงลี่ก็รอง

  10. ชอบเรื่องนี้เหมือนกันครับ ไม่ได้ดูหนังจีนยุคใหม่ที่กลิ่นอายแบบนี้มานานแล้ว
    ฉากชุนหลี่ร้องไห้ตอนท้ายเรื่อง ผมอดที่จะน้ำตาซึมตามไม่ได้

  11. ตอนแรกจะดูเรื่องนี้เพราะเจ้าเว่ย แต่พอเห็นชุนหลี่ ก็ลืมเจ้าเว่ย เลย -_-
    เรื่องนี้เหมือนมีผู้หญิง3แบบให้ดู คุณคงถูกใจคนใดคนหนึ่งเเหละ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s