Run Papa Run (2008, Sylvia Chang Ai-Chia)

วงการหนังฮ่องกงน่าจะเป็นแหล่งที่มีการผลิตหนังมาเฟียแก็งสเตอร์ กันออกมามากที่สุดในโลก หนังเรื่อง Run Papa Run เป็นหนังแนวนี้ที่ออกฉายในปี 2008 ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ฮ่องกงยังมีไอเดียมากมายเกี่ยวกับหนังตระกูลนี้ สิ่งที่แตกต่างจากหนังมาเฟียเรื่องอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง

Run Papa Run กำกับโดยผู้กำกับหญิงที่ชื่อว่า จางอ้ายเจีย หนังเลือกที่จะเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัว ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว โดยเรื่องราวจับเอาชีวิตของไอ้หนุ่มมาเฟีย ที่พยายามประคับประครองชีวิตครอบครัวของตัว โดยเฉพาะการปกปิดชีวิตในแวดวงนักเลง ต่อลูกสาวผู้บริสุทธิ์

Run Papa Run ไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นงานที่สมบูรณ์พร้อม หนังมีปัญหาด้านสไตล์อันแปลกแหวกแนว อยู่บ้าง แต่โดยภาพรวมแล้วก็ยังนับว่าเป็นงานที่น่าสนใจอีกเรื่องของปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์อันอบอุ่น และประเด็นที่น่าขบคิด

หนังเล่าเรื่องรายละเอียดในชีวิต ของเจ้าพ่อนักเลง หลี่เทียนหยุน (กู่เทียนเล่อ) ตั้งแต่ เด็กน้อยจนถึงวินาทีสุดท้ายแห่งชีวิต (อันนี้ขอออกตัวเล็กน้อยว่าไม่ได้เป็นการสปอยนะครับ เพราะหนังเปิดเรื่องด้วย ฉากงานศพของพระเอกกันเลย) เด็กน้อยผู้อาศัยอยู่กับ มารดา (การคัมแบ็คอย่างสวยงามของ อดีตนางเอกหนังบรูซ ลี เหมียเข่อซิ่ว)  ผู้ประกอบอาชีพหมอกระดูก ที่คอยรักษาอาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ จนถึงใหญ่ของบรรดากุ๊ยนักเลงหัวไม้ในละแวกนั้น ทำให้ หลี่เทียนหยุน เติบโตมาในสภาพนั้น คลุกคลีอยู่กับสังคมแห่งการต่อดี ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย ตีรำฟันแทง มาตั้งแต่ยังสมัยวัยรุ่น จนสร้างความหนักอกหนักใจให้กับมารดาอยู่เสมอ

เขาพร้อมกับสองลูกน้องคนสนิทอย่าง ไอ้ปากกว้าง (Lam Suet) และไอ้ตาโต (ม่อเส้าชง) มักจะกลับบ้าน มาด้วยบาดแผลเต็มตัว ที่ได้มาจากการตีรันฟันแทง ที่รอคอยให้มารดารักษาพยาบาลให้อยู่เสมอ

ชายหนุ่มที่มีอุดมคติในชีวิตว่า “จะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของข้าได้เด็ดขาด” กลับต้องมาพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อเขาได้มาเจอกับหญิงสาวนามว่า มาเบิล (เรเน่ หลิว) ทนายความ ที่มาช่วยว่าความในคดีชกต่อยๆ เล็กๆ ของเขาในวันหนึ่ง จากการพบครั้งแรกในโรงพัก หญิงสาวจากตระกูลผู้ดี กับหนุ่มกุ๊ยข้างถนน กลับจบลงด้วยการลักลอบได้เสีย มีความสัมพันธ์ได้เสียกันในคืนนั้นเอง แต่ดูเหมือนจะเป็นจุดเด่นต้น แห่งการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ของ หลี่เทียนหยุน

หญิงสาวไม่สนใจคำทัดทานของครอบครัว ทิ้งอนาคตอันสดใสหอบเสื้อผ้า จากคฤหาสน์หลังโต มาอยู่ยังแฟล็ตรังหนูของไอ้หนุ่มนักเลงอย่างไม่ลังเล หลังจาก มาเบิล ตั้งท้องจากความสัมพันธ์ครั้งนั้น อาจจะดูเป็นเรื่องหุนหันพลันแล่น แต่นี่ก็คือสิ่งที่เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว

เมื่อลูกสาวตัวน้อยที่เขาตั้งชื่อให้ว่า หลี่ไห่อี้ เกิดขึ้นมาเขาจึงได้รู้ว่าชีวิตของตัวเองนั้น ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วจริงๆ รอยสักเสือเผ่นที่เคยภาคภูมิใจ กลับสร้างความหวาดกลัวให้กับลูกน้อย และเมื่อไห่อี้ยิ่งเติบโตขึ้น ชีวิตนักเลงของ หลี่เทียนหยุน ก็ยิ่งก่อปัญหามากขึ้นตามไปด้วย

ด้วยเงิน และตำแหน่งในแก๊งที่สูงขึ้น เขา และภรรยา ตัดสินใจเปิดโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งขึ้นมา หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างปกติธรรดาอย่างคนอื่น ครอบครัวอื่นเขาบ้าง แต่นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด เงินที่ หลี่เทียนหยุน ยืมมาจากแก๊งกลายเป็นฟางที่ไม่มีวันตัดขาด เป็นสายสัมพันธ์ที่จะเชื่อมเขา กับแก๊งไว้ตลอดไป และกลายเป็นความยุ่งยาก ที่ไม่มีวันสลัดหลุดออกไป ตลอดจนวันสิ้นสุดของชีวิต

หนังใช้เรื่องราวของศาสนา และความเชื่อ มาเป็นส่วนสำคัญในการอธิบายความหมายเรื่อง บาป และการใช้ชีวิต ตัวละครของภรรจาทีแสดงโดยเรเน่ หลิวนั้น เป็นผู้แคร่งในศาสนาคริสต์และพระเจ้า ขณะที่พระเอกนักเลงให้ความนับถือต่อเจ้าพ่อกวนอู ขณะที่ศาสนาของฝรั่งสอนในเรื่องความรักแก่เพื่อนมนุษย์ เทพนักรบจากจีน พูดถึงเรื่องความซื่อสัตย์ และจงรักภักดี

อันที่จริงแล้วทั้งสอง พูดถึงสิ่งที่ใกล้เคียงกัน คือการไว้เนื้อเชื่อใจ ให้ความรักแบบ ไร้ข้อแม้ ไม่หวังผลตอบแทน เป็นสิ่งที่พูดง่าย แต่ทำได้ยากยิ่ง เพราะสุดท้ายความหวังดี กับความคาดหวัง ก็เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกันจนแยกไม่ออกเนื้อเรื่องส่วนเล็กๆ ที่น่าประทับใจใน Run Papa Run ก็คือในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่าง พระเอก กับแม่ ที่เต็มไปด้วยความแข็งกระด่าง ดุด่าว่ากล่าว แต่กลับสามารถเปิดเผย ความรู้สึกต่อกันได้อย่างเปิดเผย

ความเจ็บปวดของตัวละครในหนัง น่ามันน่าเชื่อถือมากนะครับเพราะมันใกล้ตัวกับชีวิตเรามาก เป็นความเจ็บปวด ที่เกิดจากความกลัว ที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความคาดหวัง ของคนที่เรารักได้ ในตอนหนึ่งของหนัง ตัวละครของกู่เทียนล่อ ถูกตำรวจจับ และกลายเป็นข่าวออกทีวี เขาบอกกับตัวเองว่า “นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ผมจะขอพระต่อพระองค์ (พระเจ้า) ว่าอย่าให้ลูกพบได้เห็น เรื่องนี้จากทีวี หรือหนังสือพิมพ์เลย”

Run Papa Run อาจจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวพันธ์กับพวกนักเลง แก๊งมาเฟีย ที่ดูเหมือนห่างไกลกับชีวิต แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่หนังนำเสนอก็คือสิ่งที่แสนใกล้ตัวเรา เรื่องราวของบาป และความรู้สึกผิด และบาปที่เหมือนจะหนักหนาสาหัส ต่อคนจำนวนมาก ก็คือ ความรู้สึกบาปต่อคนที่รักที่สุด หนังนำพาตัวละครไปสู่หนทางแห่งความน่าอึดอัด ในการติดตามการดิ้นร้นอันไร้ความหมายของ ลี่เทียนหยุน โดยไม่หาทางออกอันเป็นสูตรสำเร็จ ที่ง่ายต่อการคาดเดาของคนดู

โดยทั่วไปแล้วหนังของจางอ้ายเจีย จะค่อนข้างออกไปในทางเน้นความสมจริงสมจัง ทั้งในแง่เนื้อหา และลีลาการเล่าเรื่อง Run Papa Run ไม่ได้เดินทางไปในแนวนั้นซะทีเดียว หนังมีลีลาความเหนือจริงอยู่ค่อนข้างมาก ฉากอนิเมชั่นในฉากเปิดเรื่อง สเปลเชี่ยวเอฟเฟค ในบางตอน มีกระทั่งฉากร้องเพลง การเล่าเรื่องด้วยเสียงของตัวละคร ที่ในบางโอกาศหันหน้ามาพูดกับคนดูหน้ากล้อง รวมถึงสถานการณ์บังเอิญอันน่าเหลือเชื่อ ที่ดูเหมือนจะทำให้เรื่องราวดู เป็นส่วนผสมของ ความจริง และเรื่องราวแฟนตาซี

ดูเหมือนว่า จางอ้ายเจีย จะประสบปัญหาเล็กน้อยกับการเล่าเรื่องในลักษณะนี้ องค์ประกอบบางอย่างของหนังดูอีหลักอีเหลื่อ และนำมาซึ่งความไม่น่าเชื่อถือ อยู่บ้าง ถ้าลองเปรียบเทียบดู หนังที่มีอคง์ประกอบแฟนตาซี หรือเล่าเรื่องแบบเหนือจริงนิดๆ เรื่องอื่นๆ อย่างหนังญี่ปุ่น Memories of Matsuko หรือหนังฮ่องกงเองอย่าง Golden Chicken ก็ต้องยอมรับว่า Run Papa Run มีความลื่นไหลน้อยกว่า

นอกจากนั้น ในความเป็นหนังประเภท “ชีวประวัติตัวละคร” ที่เล่าเรื่องยาวานหลายสิบปี ตลอดชีวิตของคนๆ หนึ่ง หนังให้รายละเอียดที่เป็น พล็อตรอง พล็อตย่อย และความสัมพันธ์กับตัวละคร มากมาย แต่หลายส่วนขาดรายละเอียด ความหนักแน่น อย่างที่ควรมีไป ยกตัวอย่างก็เช่น พล็อตเรื่อง ความขัดแย้งในแก๊ง หรือรายละเอียดความรักของตัวละครลูกสาว ที่ดูน่าสนใจดี แต่ประสบปัญหาอย่างที่ว่าคือ น้ำหนักค่อนข้างเบาบาง เกินกว่าจะสร้างผลกระทบที่ควรจะเป็นได้

อย่างไรก็ตาม Run Papa Run ก็ยังนับว่ามีส่วนที่ประสบความสำเร็จอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการสร้างความน่าเชื่อถือ สถานการณ์ที่ดูเหมือนจะมีความสมจริง ไม่ได้มีทางออกอย่างง่ายดาย อันเป็นสูตรสำเร็จทางภาพยนตร์ เช่นเดียวกันกับ การสร้างเลือดเนื้อ ความเป็นมนุษย์ให้กับตัวละคร

กู่เทียนเล่อ รับบทนักเลงมาเฟียมาหลายเรื่อง (จริงๆ ต้องบอกว่า ดาราชายฮ่องกง ทุกคนล้วนแสดงบทมาเฟีย กันมาคนละหลายสิบเรื่อง) ที่ผ่านไปเร็วๆ นี้ก็คือบทในหนัง Election แต่ที่เด่นจากบทบาทการแสดง ใน Run Papa Run นอกจากการรับบทเป็นเจ้าพ่อแล้ว เขายังให้การแสดในบท “พ่อ” ของลูกสาว ได้อย่างน่าเชื่อถือ และน่าเห็นอกเห็นใจ ดาราอ้วนหยวดขาประจำหนังมาเฟีย หลินเซียะ และอดีตพระเอกหนังยุค 80 ม่อเส้าชง รับบทเป็นสมุมคนสนิทของพระเอก ที่มีเวลาออกจอค่อนข้างน้อย แต่ก็นับว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะแง่มุมความความสัมพันธ์อันยาวกับตัวะละครเอก ส่วนนางเอก เรเน่ หลิว ยังคงแสดงออกถึงการแสดงที่ดี โดยเฉพาะในการสนับสนุนการแสดงของกู่เทียนเล่อ กับบทภรรยาผู้ระทมทุกข์

เมื่อลองเปรียบเทียบแล้ว หนังเรื่องนี้อาจจะไม่สามารถขึ้นไปอยู่บทหิ้งในฐานะงานเกรดเอ มาเตอร์พีซของจางอ้ายเจีย ร่วมกับงานอย่าง Tempting Heart แต่โดยรวมแล้ว Run Papa Run ยังอยู่ในระดับดี โดยเฉพาะเมื่อประเมินการภาพรวมของหนังฮ่องกงในปัจจุบัน

  • Credits
    บริษัทผู้ผลิต – Red on Red, Emperor Motion Pictures, JCE Movies
    จัดจำหน่าย – Emperor Motion Pictures
    กำกับ – Sylvia Chang
    อำนวยการส้าง – Willie Chan Chi-Keung, Patricia Chong Lai-Chan, Solon So Chi-Hung
    บทภายพนตร์ – Sylvia Chang, Mathias Woo, Theresa Tang, Lee Chun-Yan
    กำกับศิลป์– Chan Ging-Sam
    ดนตรีประกอบ – Man Lim-Chung
    ถ่ายภาพ – Chan Chi-Ying
    ตัดต่อ – Kwong Chi-Leung
    แต่งหน้า – Choy Pui-Chee
    กำกับคิวบู๊ – Li Chun-Chi
    แสดงนำ – Louis Koo Tin-Lok, Rene Liu, Nora Miao, Liu Yihan, Lam Suet, Max Mok Siu-Chung, Derek Tsang Kwok-Cheung, Shaun Tam Chun-Yin, Conroy Chan Chi-Chung, Ti Lung, Kent Cheng Juk-Si, Chan Wai-Man, Siu Yam-Yam, Fruit Chan Gor, Ken Lo Wai-Kwong
  • Rating – 4/5
Advertisements

4 thoughts on “Run Papa Run (2008, Sylvia Chang Ai-Chia)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s