Red Cliff Part II – สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ 2 (2009, John Woo)

เมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือนทัพเรือของโจโฉ ก็ถึงเวลาแตกเสียที ภาคต่อของหนังสงครามทุนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์หนังเอเซีย ที่ถ่ายทำไปพร้อมกันแต่แบ่งเรื่องราวเป็นสองภาค จอห์น วู สามารถยกระดับคุณภาพงานจากภาคแรกได้ในทุกด้าน หนังสนุกขึ้น บทเรื่องราวที่ตึงเครียดขึ้น บู๊กันมันหยดกว่าเดิม เรื่องราวสะเทือนใจขึ้น ตัวละครแสดงความลึกซึ้ง และมิติตื้นลึกหนาบาง หลังจากเสียเวลาในอเมริกามานาน จอห์น วู ก็กลับมาในจุดที่เขาเคยเป็นอีกครั้ง

แตกต่างจากงงานภาคแรกที่เป็นเหมือนการแนะนำตัวละคร Red Cliff Part II เดินเครื่องอย่างไม่รีรอ เรื่องราวเริ่มต้นต่อเนื่องจาก สิ่งที่เคยค้างไว้ในภาคแรก ตัวละครจากตอนที่แล้วกลับมากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เนื้อเรื่องดำเนินไปเช่นเดียวกับฉบับพงศวดาร ความตึงเครียดในสงครามระหว่างทัพหลวงของโจโฉ และฝ่ายพันธมิตรเล่าปี่ ซุนกวน ยังคงดำเนินต่อไป อย่างสองฝ่ายต่างกบดาลอยู่ในค่ายของสองฝากแม่น้ำแยงซี

ท่ามกลางความสงบ เค้าลางของสงคราม และการปะทะครั้งใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีโรคระบาทร้ายแรงมาเป็นตัวเร่ง ให้ทั้งสองฝ่ายต้องตัดสินใจบุกในเวลาอันรวดเร็ว ฝ่ายเล่าปี่ไม่สามารถรอคอย ให้ทหารของตัวเองต้องจบชีวิต กับโรคร้ายได้ ตัดสินใจถอนทัพ พันธมิตรที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนต้องล้มครืนในชั่วพริบตา เหลือเพียงขงเบ้งที่ยังอยู่โยง เพื่อช่วยเหลือต้านทัพโจโฉตามคำสัญญาที่ให้ไว้

ทัพง่อของจิวยี่ (เหลียงเฉาเหว่ย) ที่มีเพียงหยิบมือเหลือโอกาศอีกไม่มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อทหารชาวเหนือของฝ่ายตรงกันข้าม ยังไม่สามารถทำความคุ้นเคยกับภูมิประเทศทางใต้ได้ และอาวุธสำคัญที่จำเป็นต่อการศึกครั้งนี้มากที่สุดก็คือ มันสมองของ ขงเบ้ง และจิวยี่ ในการต้านทาน กองทัพเรือนแสนของฝ่ายตรงข้าม แต่สิ่งที่บรรดานักรบ ขุนพล และกุนซือทั้งสองฝ่ายไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าก็คือ บทบาทของ เสี่ยวเกี้ยว (หลินจื่อหลิง) ภรรยาของจิวยี่ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ในการหยุดยั้งสงครามด้วยมือของนางเอง

เช่นเดียวกันกับภาคแรก Red Cliff Part II อาจจะไม่ได้มีอะไรมาสร้างความแปลกใจมากนัก แต่จอห์น วู สามารถตอบสนองความคาดหวังต่อสามก๊กแบบดั่งเดิมได้อย่างสมบูรณ์ ฉากสำคัญทั้งหลายแหล่ยังอยู่ครบ นั้นรวมไปถึง ตอนประหารชัวมอและเตียวหุน กลอุบายหาธนูแสนดอก ขงเบ้งเรียกลม และทัพเรือของโจโฉ ตอนต่างๆ เหล่านี้อาจถูต้องคำถาม ถึงความสมจริงสมจังเมื่อครั้งเป็นตัวหนังสือ แต่การนำเสนอในหนังสามารถทำให้เราเชื่อได้ว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ

แนวคิดหลังในการนำวรรณกรรมสามก๊กมาขึ้นจอครั้งนี้ของจอห์น วู ก็คือ การดำเนินตามเจตนาดั่งเดิมของสามก๊ก โดยเฉพาะการวาดภาพอันยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน หนังไม่ได้ตามรอยรายละเอียดในทุกกระเบียดนิ้ว เรื่องปลีกย่อยบางประการถูกตัดออกเพื่อความเหมาะสม ผสานกันแนวคิดส่วนตัว แต่ในภาพรวม สามก๊กของจอห์น วู หยิบ องค์ประกอบบางส่วน ที่ต้องบอกว่าเป็นส่วนใหญ่อยู่เหมือนกัน ของสามก๊กฉบับงิ้วของหลอกวนตง โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำเสียงการยกย่องบูชา ชนชั้นผู้นำประนึ่งเทพเจ้า ที่เลือดเนื้อประกอบขึ้นมาด้วยอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัว หรือผลประโยชน์ของส่วนรวมก็ตาม

ความสำเร็จดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก ความสำเร็จในสังสรรค์ตัวละครอันมีสีสรรค์ และการนำเสนอพลังดาราอันเปี่ยมล้น ที่ตัวละครมากมายที่หนังนำเสนอสามารถขับดับพลัง และเสน่ห์ออกมาได้อย่างน่าชื่นชม แม้ผู้ที่ไม่ได้มีเวลาบนจอภาพมากนักอย่าง ชินโด นากามูระ (กำเหลง) หยูหลง (เล่าปี่) หูจุน (จูล่ง) รวมไปถึงนักแสดงโนเนมผู้รับบทเป็นเตียวหุย ขณะที่บทนำตกเป็นของสองหนุ่ม เหลียงเฉาเหว่ย และทาเคชิ คาเนชิโร่ ที่โดดเด่นซะจนเรียกได้ว่า Red Cliff Part II เป็นหนังของเขาทั้งสอง

ที่โดดเด่นเท่าเทียมกันเลยก็คือตัวละครโจโฉ จางเฟิงอี้ ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการ ทำให้ทุกๆ คนลืมชื่อของ เคน วาตานาเบ้ หรือเฉินเต้าหมิน ตัวเลือกก่อนหน้า (ที่ดังกว่าในวงกว้าง) สำหรับบทนี่ ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม่ขุนพลฝ่ายง่อ และจ๊ก ถูกนำเสนอย่างมีสีสรรค์ผิดกับตัวละครขุนพลฝ่ายวุย เพราะฝั่งวุยแค่มีโจโฉเพียงผู้เดียวก็เพียงพอ จางเฟงอี้ในบทสมุหนายกโจโฉ นักรบวัยชรา แสดงออกถึงความเปราะบางออกมาบ้าง ดูอ่อนไหวต่ออิสตรี ภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกร้าว ดุเดือด พรุ่งพลานไปด้วยพลัง และความรู้สึก จนกลายเป็นตัวละครที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องไปเลย

ในฝั่งของนักแสดงหญิง ที่ดูเหมือนจะมีความสำคัญในระดับรองในเรื่อง เอาเข้าจริงๆ แล้วก็มีบทบาทอยู่ไม่น้อย หลินจื่อหลิน ยังคงสร้างความประทับใจกับการปรากฏตัวบทจอภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ตัวละครเสี่ยวเกี้ยวดูน่าหลงไหลในทางรูปลักษณ์ภายนอก และน่าชื่นชมในจิตใจ

สำหรับสาวอีกคนในเรื่อง ที่ในสื่อโฆษณา ตัวอย่าง และภาพนิ่ง อาจสร้างความวิตกกังวลให้กับแฟนๆ ของเจ้าเหว่ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีอยู่มากมายในเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ ว่าบทบาทของเธอในเรื่องจะมีอยู่มากน้อยเพียงไร ที่สุดแล้วก็ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เจ้าเหว่ยยังคงสามารถเปล่งประกายไดในหนังเรื่องนี้ แม้จะถูกจำกัดได้ด้วยเวลา และบทบาท ที่ไม่ใช่ตัวนำก็ตามที การผูกเรื่องให้ ซุนซ่างเสียงปลอมตัวเป็นชายเข้าไปปะปนกับทหาร ในทัพโจโฉอาจจะดูเหลือเชื่อไปหน่อย แต่บทบาท และพัฒนาการของตัวละครซุนเซียงซางก็นับว่าน่าสนใจยิ่ง จากองค์หญิงรักสนุก ในภาคนี้นางได้พบกับความจริงของสงคราม ที่นอกจากจะไม่สนุก ยังสร้างความบอบช้ำในจิตใจของนางไม่น้อย

หนังพยายามนำเสนอเรื่องราวของสันติภาพ ความไร้สาระของสงคราม และการฆ่าแกงกัน ที่สุดท้ายไม่ได้มีใครเป็นผู้ชนะที่แท้จริง เนื้อหาทำนองนี้ปรากฏอยู่บ่อยครั้งในหนังของ จอห์น วู และก็คงจะเป็นอีกครั้งที่มันจะถูกตั้งคำถามเชิงกล่าว เฉกเช่นเดียวกับ ผู้กำกับรุ่นครู (ที่เป็นทั้งคู่โดยตรง และโดยอ้อมของ จอห์น วู เอง) ไม่ว่าจะเป็น จางเชอะ หรือ แซม พากินพาร์ ที่มุ่งในการทำหนังเสนอความรุนแรงเพื่อต่อต้านความรุนแรง Red Cliff Part II นำเสนอเรื่องทำนองนี้ผ่านคำพูดของตัวละคร แสดงภาพซากศพกองเผนิน การแต่ก็เป็นเรื่องน่าสงสัยอยู่เหมือนเดิมว่า การสร้าง ความรุนแรงอันงดงาม

ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม สิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างแน่นอนก็คือ Red Cliff Part II ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการ สร้างความตื่นตาตื่นใจในฉากสงครามของหนัง ที่น่าจดจำที่สุดก็คือ ฉากสงครามสำคัญที่สุดของเรื่องที่กินเวลายาวนานกว่า 40 นาที ที่มีความสร้างสรรค์ต่อเนื่อง ไม่ทำให้คนดูต้องเบื่อหน่าย หรือเบือนหน้าหนีเพราะความซ้ำซากของฉากต่อสู้แต่อย่างไร

Red Cliff Part II เป็นงานพาณิชที่สร้างมาเพื่อความบันเทิงล้วนๆ จอห์น วู สามารถตอบโจทย์ในข้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สมบูรณ์อย่างที่หนังของจอห์น วู ควรจะเป็น สมบูรณ์อย่างที่หนังเรื่องสามก๊กควรจะเป็น

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง –
    China Entertainment Film Production, CMC Movie Corporation, Milestone Pictures Production
    กำกับ – John Woo
    อำนวยการสร้าง – Hon San Ping, Zhang Da Xing
    บทภาพยนตร์ – Chan Khan, Kuo Cheng, Sheng Heyu, John Woo
    ถ่ายภาพ – Lu Yue
    ตัดต่อ – Angie Lam, Hongyu Yang
    ดนตรีประกอบ – Tarô Iwashiro
    ออกแบบเสื้อผ้า – Timmy Yip
    กำกับคิวบู๊ – Deon Lam Dik On, Corey Yuen Kwai
    แสดงนำ – Tony Leung Chiu Wai, Kaneshiro Takeshi, Chang Chen, Zhang Feng Yi, Hu Jun, Lin Chi Ling, Vicky Zhao Wei David Tong Da Wei Suen Chun, Song Jia
  • Thailand distributions – เข้าฉายในเมืองไทยโดย มงคลเมเจอร์ ใช้ชื่อว่า “สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ ภาคสอง” ในวันที่ 22 มกราคม 2552
  • Rating – 4.5/5

9 thoughts on “Red Cliff Part II – สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ 2 (2009, John Woo)

  1. ดูแล้วเฉย ๆ ครับ เพราะเนื้อหาเพี้ยน ๆ ไปจาก นวนิยายสามก๊กพอสมควร กลายเป็นว่าเน้นบทบาทไปที่ จิวยี่ กับ ขงเบ้ง สองคนเท่านั้นเอง

    ทั้ง ๆ ที่ตามนวนิยายตอนนี้ คนแย่งซีน น่าจะเป็น กวนอู ที่ปล่อยโจโฉ ตั้ง 3 ครั้ง

    อีกอย่าง บทของเจ้าเว่ย ถ้าไม่มีก็ไม่เสียหายอะไร กลายเป็นว่า ทหารโจโฉตั้งมากมาย แต่กลับไม่สามารถจับตัว น้องสาวซุนกวน ที่ปลอมเป็นสายสืบได้เลย

    ผมว่า ผกก.เอนเอียงมากเกินไปนะครับ

  2. ถ้าคิดเสียว่านี่คือ “สามก๊ก ฉบับ จอห์น วู” โดยพยายามลืมๆ สามก๊กฉบับเดิมไปเสีย ไม่ต้องนึกถึงความเป็นจริงในสนามรบ หนังก็สนุกมากครับ เป็นการตีความหลายอย่างแบบผู้กำกับคนนี้เอามากๆ

  3. ยังไม่ได้ดูนะครับ
    แต่คิดว่าจะไปดูเร็ว ๆ นี้
    เห็นเพื่อนบอกว่า สนุกในระดับเดียวกับภาคแรก

    โดยส่วนตัว ได้ดูภาคแรกแล้ว
    ชอบการแสดงของ จางเฟิงอี้ มาก
    เหมาะสมกับบทโจโฉอย่างที่คุณ ar ว่าจริง ๆ

    ว่าแต่ Yip Man จะเข้าเมืองไทยมั้ยครับเนี่ย
    ดูไร้วี่แววจัง

  4. ดูแล้ว บท โจโฉ ส่งนักแสดง มากๆ มีทั้ง หลักปกครองให้ลูกน้อง ถวายชีวิตให้ สมกับเป็น นักแสดง ใหญ่ของจีน แต่ ตอนจบ ไม่น่าเป็น จิวยี่ ปล่อยโจโฉ ไปน่า จะ หลบหนีออกมาได้มากกว่า เพราะ ฆ่ากันขนาดนี้ ยังปล่อยกลับไปอีก ทำให้นึกถึง ช่วงหลัง จาก ที่ สุดท้าย รวม 3 ก๊กได้ สุหม่าเจียว ตี กังตั๋งได้ โดย ที่ไม่ ต้องเสีย ไพร่พล มาก เพราะ อ๋อง ไม่มีคุณธรรม ผม ยิ่งดูก็ สงสารคนจีน ทำสงครามกันมากกว่าชาติใดในโลกเลย เรียกจ้าวสงครามก็ไม่ผิด คงอีกนานกล่าจะมี มหากาพย์อย่างนี้มาให้ดูอีก

  5. แต่ผมว่าภาคแรกสนุกกว่า แต่ที่ต้องซูฮกคือการแสดงของจางเฟิงอี้ บอกตรงๆผมแอบเอาใจช่วยโจโฉอยู่ถึงอยากจะให้แพ้แต่ก็ไม่อยากให้แพ้แบบหมดรูปขนาดนี้

  6. ตามอ่านมานานแล้ว พึ่งเคยตอบครับ

    อยากบอกว่า”ชอบมากๆ”ครับ ชอบมากกว่าภาคแรก หนังดีเหนือกว่าที่คาดไปมาก การกำกับของจอห์น วู ทั้งการแสดงและฉากแอ็คชั่นถือว่า”สุดยอด” ผมไม่เคยดูหนังรวมดาราที่นักแสดงทุกคนเด่นเท่ากันและน่าจดจำทุกๆคนอย่างนี้มาก่อนเลย ฉากแอ็คชั่นก็ทั้งมันส์และยิ่งใหญ่สมราคา “สุดยอด”ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s