The Wicked City – เมืองหน้าขน ใครจะโกนให้มันเกลี้ยง (1992)

ในต้นยุค 90 มีหนังฮ่องกงอยู่เรื่องนึง ที่ถ้าใครได้ยินชื่อแล้ว คงจะทำใจให้ลืมอยากซักหน่อย “เมืองหน้าขน ใครจะโกนให้มันเกลี้ยง” นั้นคือชื่อเรื่อง ผมเองเมื่อหนังแรกฉาย ก็ไม่ได้ดูหรือรับทราบข้อมูลอะไรหรอกนะครับ ตอนนั้นยังเด็กความสนใจในหนัง (โดยเฉพาะฮ่องกง) ยังอยู่ในระดับธรรมดา แต่ก็สะดุดใจกับชื่อหนังเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว คาดเดาจากชื่อพันนี้ ไม่โป๊ ก็ผี หลายปีต่อมาจึงได้ทราบว่านี้เป็นหนังวิทยาศาสตร์

หนังปะยี่ห้อฉีเคอะเอาไว้ แต่แท้จริงแล้วกำกับโดยผู้กำกับอีกท่าน คือ Peter Mak Kit-Tai ผู้กำกับเจ้าของผลงานเล็กๆ หลายๆ เรื่องในยุค 90 เพราะฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องนอกเหนือการคาดเดาว่า การควบคุม และไอเดียหลายๆ อย่างในหนังเป็นผลงานของใคร ถ้าไม่ใช่ตาฉีเคอะนั้นเอง เขามีเครดิตเป็นผู้อำนวยการสร้าง และเขียนบท แต่จริงๆ แล้วงานของผู้กำกับใหญ่ท่านนี้ มักจะครอบคุมไปถึง การออกแบบงานสร้าง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย หรือพูดอีกอย่างก็คือ ทุกแง่มุมของหนัง

สังเกตุจากเนื้อเรื่องทำนองนี้ คงไม่น่าแปลกใจนักถ้าบอกว่า ดัดแปลงมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น Wicked City (เวอร์ชั่น anime) กำกับโดยผู้กำกับอนิเมะชื่อดัง โยชิอากิ คาวาจิริ (Ninja Scroll, 1992) ที่ออกฉายก่อนหน้าหนังฮ่องกง 3 ปี โดยการ์ตูนก็ตัดแปลงมาจากนิยายแนวสยองขวัญของนักเขียน ฮิเดยูกิ คิคูจิ อีกต่อนึง

ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถเจาะจงเวลาที่แน่ชัดได้ ฮ่องกงถูกจู่โจมโดย “ปีศาจ” สิ่งมีชีวิตที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ ที่มีพลังอำนาจอันน่าสะพรึ่งกลัว ลำพังแค่อาวุธ และเจ้าหน้าที่ตำรวจธรรดมา ก็คงไม่สามารถจัดการกับพวกมันได้ จึงมีการตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมา ที่รวมรวมเทคโนโลยี บรรดามนุษย์ผู้มีความารถพิเศษ ที่สามารถต่อกรกับปีศาจเหล่านี้ได้

สองนักสืบหนุ่ม ที่เปลือกนอกเป็นพนักงานบริษัท และเซลแมน แต่เบื้องหลังของ อาเฉียง (จางเซียะโหย่ว) และอาหลง (หลี่หมิง) มีหน้าที่ต้องต่อสู้ปีศาจในฐานะ มือปราบจากหน่วยพิเศษต่อต้านปีศาจของญี่ปุ่น พวกเขาได้รับคำสั่งย้ายด่วน ให้กลับมาประจำที่ฮ่องกงเพื่อรับมือ กับความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ที่ฮ่องกงยาเสพติดประเภทใหม่กำลังระบาดหนัก ที่เรียกกันว่า “ยาความสุข” ถ้าใครกินเข้าไป จะเพิ่มพลัง และกระตุ้นสมอง แต่ถ้าไม่ได้รับยาต่อเนื่อง ผู้เสพจะคุ้มคลั่งจนเสียชีวิต หน่วยปราบปรามปีศาจของฮ่องกง ระแคะระคายว่ายานรกดังกล่าว อาจจะเกี่ยวข้องกับ หยวนต้าจง (เท็ตซึยะ นากาดาอิ) นักธุรกิจพันล้าน ที่จากการตรวจสอบพบว่าเขามีอายุถึง 150 ปีมีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะเป็น ปีศาจ

ในการสืบสวนเหตุกาณณ์ดังกล่าว สองมือปราบหนุ่ม ต้องเผชิญหน้ากับปีศาจมากมาย แต่นั้นก็ไม่สามารถเทียบเคียงได้ กับการที่ทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเอง อาเฉียงนั้นถึงแม้ภายนอกเขา จะดูแล้วไม่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป แต่แท้จริงเลือดที่ไหลอยู่ในตัวเขา เป็นของปีศาอยู่เสียครึ่งหนึ่ง เขาเป็นลูกที่เกิดจากความมนุษย์ และอมนุษย์

สิ่งนี้กลายเป็นเหมือน ตราบาปของเขามาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ได้รับการยอมรับจาก หัวหน้าหน่อยที่ชื่อว่า คายาม่า (หยวนวูปิง) ที่ดูจะจับผิดเขาอยู่เสมอ อาเฉียงมีเพียง เพื่อนสนิทอย่างอาหลง และ เจ้าหน้าที่สาวของหน่วยคนหนึ่ง (หลี่ยั่วถง) เท่านั้นที่ค่อยให้กำลังใจเขา

เช่นเดียวกับเพื่อนรัก อาหลง ก็พบปัญหาประเภทเดียวกัน ความวุ่นวายที่ตามมาจากอดีต และความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างคนกับปีศาจ ความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อน รักต้องห้ามระหว่างตัวเขา กับปีศาจสาว วินดี้ (หลี่เจียซิน) วันนี้ได้พบเธออีกครั้ง แต่ในฐานะหญิงข้างกาย หยวนต้าจง ปีศาจเฒ่า เหตุผลหนึ่งก็คือ วินดี้ ศรัทธาต่อแนวคิดการอยู่ร่วมกันระหว่างปีศาจ และมนุษย์ของหยวนต้าจง ปีศาจเฒ่านั้นถูกหวาดระแวงจากมนุษย์แต่แท้จริงแล้ว ตัวเขาเองกับพยายามแสวงหาแนวทางแห่ง สันติสุขมาโดยตลอด

ความวุ่นว่ายที่เกิดขึ้นนั้นแท้จริงแล้ว มาจากลูกชายของ หยวนต้าจง ที่ชื่อว่า ซุโด้ (รอย ชาง) ผู้เกลียดชังมนุษย์ และบูชาในสายเลือดปีศาจของตัวเอง เขารู้สึกผิดหวังในตัวของบิดา ที่ละทิ้งความเป็นปีศาจ และหันมาคืนดีกับพวกมนุษย์ ซุโด้ จึงวางแผนยึดอำนาจของบิดา เพื่อเปิดศึกกับมนุษย์ด้วยตัวเอง

ความน่าสนใจประการหนึ่งของ Wicked City ก็คือ การเชื่อมโยงเนื้อหาหลักของเรื่องที่ว่าด้วยสงครามของคน กับปีศาจ ไปกับความหวั่นวิตกของคนฮ่องกงต่อเหตุการณ์ “ส่งมอบอำนาจการปกครอง สู่จีนแผ่นดินใหญ่ในปี 1997” หันซ้ายหันขวาดูตัวละครในหนัง คงไม่มีอะไรแทนภาพจีนแผ่นดินใหญ่ (ในสายตาคนฮ่องกง) ในช่วงนั้น ได้ดีกว่า เหล่าปีศาจ ตัวละครที่รวมภาพพจน์หลายอย่างไว้ด้วยกัน ทั้ง น่าสยดสยอง บ้าคลั่ง ทรงพลังอำนาจ และรวมถึงน่าเย้ายวนในบางมุมมอง

ภาพเมืองทันสมัยของฮ่องกง และเจริญรุ่งเรืองไปด้วยวัตถุของฮ่องกง ที่ถูกคุกคามด้วยอสูรกายน่าเกลียดน่ากลัว ถูกนำมาเปรียบเทียบ กับการเปลี่ยนแปลงทางการปกครองที่กำลังจะเกิดขึ้น น่าสนใจว่าสิ่งที่รุกรานฮ่องกงใน Wicked City ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความน่าเกลียดน่ากลัวของปีศาจ แต่การถูกรุกรานด้วยอำนาจเงิน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ก็เป็นสิ่งที่ถูกนำเสนอมาในหนังด้วย

การเปรียบเทียบในลักษณะนี้อาจจะดูเกินเหตุไปซักหน่อย แต่ความรู้สึกของคนฮ่องกง ในขณะนั้นที่กำลังถูกคุกคาม (ทางจิตใจ) ด้วยวันที่ 1 July 1997 มั่นก็เป็นสิ่งที่น่าหวั่นวิตกจริงๆ ตัวหนังนั้นฉายในปี 1992 นับเป็น 5 ปีก่อนเหตุการณ์คือเกาะ และ 5 ปีหลังเหตุการณ์ความรุนแรงที่เทียนอันเหมิน เรียกว่าอยู่กึ่งกลางระหว่างช่วง 10 ปีแห่งความหวั่นวิตกโดยแท้ ภาพลักษณ์ของจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงคุกลุ่นไปด้วย ความทรงจำด้านความรุนแรง จากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะเดียวกันวันที่ 1 July 1997 ก็ใกล้จะเป็นความจริงขึ้นทุกที

ตัวละครหัวหน้าของเผ่าพันธ์ปีศาจที่แสดงโดยดาราอมตะชาวญี่ปุ่น เท็ตซึยะ นากาดาอิ นั้นเป็นไปได้ไม่น้อยที่จะเป็นตัวแทนของ แนวคิดการเปิดประเทศ หรือรวมถึง แนวคิดประชาธิปไตยในจีน หยวนต้าจง เป็นผู้ที่ต้องการการอยู่รวมกันอย่างสันติ และประณีประนอม และ

เช่นเดียวกัน ถ้าเราเลือกที่จะมองไปในทิศทางนี้ ซุโด ก็ย่อมเป็นตัวแทนของแนวคิด ชาตินิยมแบบสุดขั่ว และอาจจะเลยเถิดไปถึง ภาพของความการใช้ความรุนแรงของรัฐบาลจีน ส่วนขณะที่ตัวละครของจางเซียะโหย่วที่ชื่อว่า อาเฉียง ดูจะเป็นภาพของ “ฮ่องกง” ที่ชัดเจนที่สุด เป็นภาพของฮ่องกงในฐานะ ส่วนหนึ่งของทุนนิยมของโลกด้วย กับบทลูกครึ่งปีศาจ ที่อยากเป็นคนเสียเต็มประดา

ตัวหนังนั้นจบลงด้วยการประณีประนอม สุดท้ายมนุษย์กับปีศาจไม่อาจอยู่ร่วมกัน แต่ก็ร่วมมือกันฝ่าฝันวิกฤติไปได้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง “คน” แล “ปีศาจ” ในหนังก็ดูจะสอดคล้องกับ ความเป็นจริงไม่น้อย ของฮ่องกง และจีนแผ่นดินใหญไม่น้อย โดยเฉพาะในมุมมองของภาคธุรกิจ ตัวอย่างไม่ต้องไปหาที่ใหนไกล ความตกต่ำทางธุรกิจของวงการภาพยนตร์ฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ก็ดูจะเป็นทางรอดของคนทำหนังฮ่องกงเอง ซึ่งถ้ามองในมุมของ Wicked City ก็คงจะประมาณว่า สุดท้ายก็เป็น “คน” แล้ว นั้นแหละ ที่เป็นฝ่ายบุกเข้าไปทำมาหากินในโลกของ “ปีศาจ” เสียเอง

Wicked City เป็นหนึ่งในความทะเยอทะยาน ครั้งสำคัญของฉีเคอะ นอกจาก ประเภทของหนัง เนื้อหา แล้วลุกลามมาถึงงานสร้างที่ทำออกมาได้มีสไตล์ ที่มีจุดมุ่งมายสำคัญ ในการสร้างบรรยากาศ ภาพจินตนการประเภทที่เราคุ้นชินกันดีในแบบ anime หรือ manga ในรูปแบบของคนแสดง (ที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Live Action Anime)ด้วยความช่วยเหลือจาก งานภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ จากผลงานของ Andrew Lau (ผู้กำกับ Infernal Affairs) ที่เล่นมุมภาพแปลกๆ ได้อย่างน่าสนใจ และการออกแบบฉากต่อสู้ได้พิศดารดีแท้

แต่จุดที่น่าจดจำที่สุดของหนังคงจะหนีไม่พ้น การออกแบบงานสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปรรดาสัตว์ประหลาด และการใช้พลังวิเศษ ที่ดีมีสีสรรค์เข้าท่าดี ไม่ว่าจะเป็น ปีศาจน้ำ ปีศาจแมงมุม ปีศาจสิ่งของ งานเอฟเฟคนั้นทางฮ่องกงเป็นคนทำเอง (โดยบริษัทที่ชื่อว่า Cinefax Workshop Co., Ltd. ของฉีเคอะเอง) ต่างจากงานประเภทเดียวกันหลายๆ เรื่องที่มักจะจ้างบริษัท จากญี่ปุ่น หรืออเมริกา มาทำให้ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเอามาดูกันในวันนี้แล้ว ก็ต้องประสบปัญหากับการตกยุคอย่างหลีกเลื่องไม่ได้

ภาพส่วนใหญ่ของหนัง จะปกคลุมไปด้วยความืด (ที่ออกสีน้ำเงินๆ) ในแบบฟิลม์นัวร์ ผสมกับเอฟเฟคแบบโบราณ ประเภทหุ่นจำลอง ชุดยาง ซ้อนภาพ รวมๆ แล้วภาพของหนัง ดูมัน และมั่ว ดีแท้ และถึงแม้หนังจะเด่นไปด้วยเอฟเฟคตระการตา แต่ก็ต้องชมเชยนักแสดงทุกคนด้วยว่าเล่นได้ดี ดีในที่นี้ก็คงไม่ได้หมายความว่างานแสดงของพวกเขา จะสามารถไปได้รางวี้รางวัลจากเวทีประกวดใดๆ แต่เป็นการแสดงที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสวมบทบาทเป็นตัวการ์ตูน ที่ต้องอาศัยการแสดงแบบโอเวอร์ๆ เป็นสำคัญ ซึ่งคนที่ทำได้ดีเป็นพิเศษ ก็เห็นจะเป็น รอย ชาง และ เท็ตซึยะ นากาดาอิ ที่รับบทเป็นพ่อลูกปีศาจในเรื่อง นอกจากนั้นยังมีดาราสาวสวยอย่าง หลี่เจียซิน และหลี่ยั่วถง (เซียวเหล่งนึ่งยุค 90) เป็นสีสรรค์สำคัญของหนัง

ตัวละครที่หลุดโลกที่สุดตัวหนึ่งก็คือ ปีศาจสาวผู้แปลงกายเป็นสิ่งของได้ ในฉากหนึ่งของเรื่อง เจ๊แกแปลงร่างเป็นโต๊พินบอลเพื่อร่วมรักกับตัวละครของ รอย ชาง (เฮียแกก็แสดงไปได้ มีเซ็กกับโต๊พินบอล) เช่นเดียวกันฉากต่อสู้อัน บ้าคลั่งที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากจบของเรื่อง ตัวละครเอก อาหลง กับอาเฉียง เท็คทีมกับสองปีศาจ วินดี้ และหยวนต้าจง ต่อสู้กับ ซูโด บนตึกระฟ้าโดยมีบรรดาตำรวจพลังจิตเป็นสักขีพยาน อาเฉียงถูกดึงความเป็นปีศาจออกมาจนเสียสติ ขณะที่สองพ่อลูกปีศาจก็สู้กับอย่างบ้าคลั่งบนยอดตึก ดึงเครื่องบินโปอิ้งมาฟาดฟันกัน

ปัญหาสำคัญของหนังมีอยู่จุดเดียว แต่เป็นจุดที่ใหญ่มากก็คือ ภาพรวมของหนังที่ออกมานั้น ห่างไกลจากความลงตัวเหลือเกิน ส่งผลถึงคำถามถึงคุณค่าทางด้านความบันเทิงของหนัง ดูแล้วไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบเคียงกับเงานอื่นๆ ของฉีเคอะ (ซึ่งปกติงานของเขาก็ค่อนข้างขาดความลงตัว หรือพูดอีกอย่างว่าไม่ค่อยเนียน อยู่แล้ว) ฉีเคอะดูจะมันมือไปซักหน่อยกับการสร้าง ดูเหมือนครั้งนี้ลูกบ้าของเขาจะไปไกลเลยเถิด จนทำให้งานออกมามั่วๆ อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการเล่าเรื่องที่หลายส่วนหลายตอนมีลักษณะของ ความไม่ชัดเจน หรือไม่สมเหตุสมผล อยู่เรื่อยๆ

Wicked City ถูกเทียบเคียงกับหนังไซไฟอมตะอย่าง Blade Runner อยู่เหมือนกัน แนวทางการผสมผสานความเป็นไซไฟ และฟิมล์นัวร์ และเนื้อหาประเภทความขัดแย้งกับมนุษย์ กับสิ่งคล้ายมนุษย์ (ในกรณีของ Blade Runner ก็คือหุ่นยน) อย่างไรก็ตามถ้าพูดถึงเรื่องคุณค่า ไม่ว่าจะเทียบกันด้านใด Wicked City นั้นคงไม่สามารถเทียบชั้นงานของของผู้กำกับ ริดลี่ สก๊อต ได้ Wicked City เต็มไปด้วยข้อพกพร่อง และความไม่ลงตัว จนออกมากลายเป็นงานที่เรียกว่า “มั่ว” อยู่ไม่น้อย แต่อย่างน้อย หนังเรื่องหนึ่งของฉีเคอะเรื่องนี้ ก็คงเป็นงานที่ทำใจลืมได้ยาก ทั้งเนื้อหา งานสร้าง ว่าไปจนถึงชื่อไทยกันเลย

  • Credits
    บริษัท – Film Workshop Co., Ltd.,
    อำนวยการสร้าง – Tsui Hark
    กำกับ – Peter Chan Ho Sun
    บทภาพยนตร์ – Tsui Hark
    ถ่ายภาพ – Joe Chan Kwong Hung, Andrew Lau Wai Keung
    กำกับศิลป์ – Eddie Ma Poon Chiu
    กำกับคิวบู๊ – Chris Lee Kin Sang
    แสดงนำ – Leon Lai Ming, Jacky Cheung Hok Yau, Michelle Reis, Tatsuya Nakadai, Roy Cheung Yiu Yeung, Yuen Woo Ping, Carman Lee Yeuk Tung
  • Thailand Distribution – เข้าฉายในเมืองไทยชื่อ “เมืองหน้าขน ใครจะโกนให้มันเกลี้ยง”
  • Rating – 4/5
Advertisements

2 thoughts on “The Wicked City – เมืองหน้าขน ใครจะโกนให้มันเกลี้ยง (1992)

  1. จำชื่อหนังได้ ถึงขั้นจำได้ว่าได้ดูหนังชื่อนี้แ้ล้วแน่ๆ แต่ไหงผมกลับนึกอะไรในหนังไม่ออกเลยก็ไม่รู้ 55 /FILMSICK

  2. ชื่อผิดไปคำนึงครับ เมืองหน้าขน ใครจะทำให้มันเกลี้ยง ไมใช่โกนครับ อันนี้เป็นชื่อที่ใช้ตอนเข้าโรงแน่นอนครับ นำเข้าโดยนนทนันท์ เข้าฉายในไทยเดือนพฤศจิกายน จำพ.ศ.ไม่ได้ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s