A Chinese Ghost Story – โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า (1987, Ching Siu-Tung)

“โปเยโปโลเย” นั้น เป็นบทสวดภาษาทิเบต อ่านออกเสียงเป็นภาษาไทยว่า “ปัญญาบารมี ซึ่งหมายถึง คำภีร์ปรัชญาปารมิตา ในศาสนาพุทธนิกายมหายาญ (ข้อมูลจากคุณ นางสาวเย็นฤดี ในกระทู้ของ pantip.com ครับ) แต่สำหรับวงการภาพยนตร์ โปเยโปโลเย กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของหนังประเภทหนึ่ง ที่ผสมปนแปกันด้วยองค์ประกอบของความสนุกตื่นเต้น โรแมนติก และสยองขวัญ ฉีเคอะ ได้นำเรื่องเล่าปรัมปรามาแต่งสีกลิ่นเสียงใหม่ กลายเป็นตำนานบทหนึ่งแห่งวงการภาพยนตร์ฮ่องกง

นักศึกษาหนุ่ม ปีศาจสาว และนักพรษปราบปีศาจ กลายเป็นภาพจำอันหนึ่งของหนังฮ่องกงมาช้านาน เรื่องราวทำนองนี้มีที่มาจาก นักประพันธ์ชาวจีนในยุคสมัยศตวรรตที่ 17 นาม ผูสงหลิง ที่ได้กลายมาเป็นรากฐานแห่งวรรณกรรมแนวสยองขวัญ ยุคใหม่แบบฉบับของวัฒนธรรมจีนโดยเฉพาะ

ผูสงหลิง เกิดในสมัยราชวงศ์หมิง ที่มณฑลเสฉวน ในครอบครัวพ่อค้าวานิชที่ยากจนใช้ชีวิตตั้งแต่วัยหนุ่มตราบจนชราภาพ กับตำรับตำรา ตั้งแต่การพยายามสอบจอหงอนในช่วงวัยรุ่น และกลายเป็นอาจารย์สอนหนังสือเมื่อแก่ตัวลงไป อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ชายผู้นี้ ฝากชื่อไว้ในประวัติศาสตร์โลกก็คือโดยเฉพาะงานที่ชื่อว่า “เรื่องราวพิศดาร” งานเขียน และรวบรวมตำนานพื้นบ้านจำนานมากเกือบ 400 เรื่องของจีนเอาไว้ ซึ่งต่อมาถือว่าได้เป็นรากฐานสำคัญ และมีอิทธิพลอย่างสูงต่อการพัฒนาวรรณกรรมของจีน

https://i2.wp.com/img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/madeinhongkong/chineseghost1_1.jpg

งานของเขาถูกดัดแปลงเป็นหนัง และละครทีวีมากมายหลายเรื่อง แต่ความยิ่งใหญ่ของ ผูสงหลิง กับวงการภาพยนตร์จริงๆ นั้นเกิดขึ้นเมื่อ ผู้กำกับ/ผู้อำนวยการสร้างผู้ยิ่งใหญ่ อย่างฉีเคอะ ได้หยิบเอาเรื่องสั้นบทหนึ่งของ ผูสงหลิง มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ แต่แรงบันดาลใจที่แท้จริงกลับไม่ใช่นิยายต้นฉบับ แต่เป็นหนังเก่าชอว์บราเดอร์เรื่อง The Enchanted Shadow ที่ดัดแปลงมาจากงานของผูสงหลิง ซึ่งฉีเคอะประทับใจมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะบรรยากาศหลอนๆ ของหนังที่ทำให้เขานอนไม่หลับไปหลายวัน ฉีเคอะ ตัดสินใจเดินทางไปหา หลี่ฮั่นเสียง ผู้กำกับของหนังด้วยตัวเอง เพื่อขออนุญาตินำงานเก่าของท่านมาดัดแปลง

บัญทิตหนุ่ม หนิงไฉ่เฉิน (เลสลี่ จาง) ดั่นด้นเดินทางไกลรอนแรมไปตามเมืองต่างๆ เพื่องานการเก็บภาษี ในหมู่บ้านป่าเมืองเถื่อน ห่างไกลแห่งหนึ่งกลับต้องประสบกับปัญหาไม่สามารถเก็บเงินได้ สมุดบันทึกค่าเช่าถูกน้ำจนเปียกหมด เขาต้องอาศัยข้างแรมที่นี่ แต่ห้องพักโรงแรมล้วมมีคนเช่าเต็มจนหมด ทางเลือกเหลือเพียงแค่ วัดร้างปลายดอยเท่านั้นที่จะพอใช้พักอาศัยได้ วัดร้างแห่งนี้เป็นสถานที่ใหญ่โต ประกอบไปด้วยห้องหับมากมาย แต่ทั้งเปลี่ยว และเงียบสงัดชวนให้ขนหัวลุกเป็นยิ่งนัก แค่เสียงลม หรือประตูลั่นขึ้นมา ก็สร้างความตื่นตระหนกได้แล้วที่นั่น หนิงไฉ่เฉิน ต้องพบกับเรื่องประหลาดมากมาย ทั้งการต่อสู้ของยอดฝีมือ กับมือกระบี่นักพรต (อู๋หม่า)

ที่สำคัญไปกว่านั้นเขาได้พบกับ หญิงสาวลึกลับ เสี่ยวเชี่ยน (หวังจู่เสียน) ผู้นำพาให้หนิงไฉ่เฉิน ได้พบกับโลกที่เขาไม่เคยคิดว่ามีมาก่อน หญิงสาวปรากฏตัวในด้วยท่าทีที่เย้ายวน แบบที่ไม่ว่าชายใดก็ยากที่จะปฏิเสธได้ หนิงไฉ่เฉิน ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ต่อมาเขาถึงทราบว่า เสี่ยวเชี่ยน ผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นวิญญานแร่รอนไม่ถูกกักตัวไว้โดยเจ้าปีศาจต้นไม้ ไม่ให้ไปผุดไปเกิด และกลายเป็นเหยื่อล่อมนุษย์เพศชายที่ผ่านเข้ามาในอาญาบริเวณ เพื่อเป็นเหยื่ออันโอชะแก่เจ้าปีศาจ หนิงไฉ่เฉิน เมื่อได้ทราบเรื่องราวดังกล่าว จึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วย โดยได้รับความร่วมมือจากนักพรตปราบปีศาจ (อู๋หม่า) ผู้หวังจะกำหราบปีศาจที่สร้างความเดือดร้อน ให้กับผู้คนตนนี้เช่นเดียวกัน

https://i1.wp.com/img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/madeinhongkong/chineseghost1_6.jpg

A Chinese Ghost Story หนังเป็นงานที่ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้น “กระบี่วิเศษ” ของผูสงหลิง ที่แม้ไม่ได้ลงมากำกับหนังด้วยตัวเอง แต่บุคลิกลีลาแบบฉีเคอะก็ปรากฏอย่างชัดเจน ในแทบจะทุกอะณูของหนัง เขาและผู้กำกับตัวจริงอย่าง เฉิงเสี่ยวตง ได้สร้างปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ ด้วยการผสมองค์ประกอบหลากหลายแบบทั้ง เรื่องรักอันหวานซึ้ง เรื่องราวปรัมปราแบบดังเดิม หนังกำลังภายใน เทคนิคพิเศษยุคใหม่ และบรรยากาศแบบหนังผีตะวันตก หนักลายเป็นความแปลกใหม่แบบสุดๆ สำหรับหนังฮ่องกงในยุคนั้น

ในเมื่อครั้งแรกที่หนังออกฉาย A Chinese Ghost Story หนังกลายเป็นงานที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า วิสัยทัศน์ในวันนั้นของฉีเคอะ ลึกล้ำและไปไกลกว่าชาวบ้านชาวเมืองทั่วๆ ไปจริงๆ ของเฉพาะอย่างยิ่งความถนัดเป็นพิเศษในการ นำหนังรูปแบบเก่าๆ ของฮ่องกงมาดีไซท์ใหม่ให้ทันสมัย แต่ก็ยังกลมกล่อมไปด้วยรสชาติแบบเดิมๆ

เทคนิคพิเศษมากมายถูกนำมาใช้เพื่อสร้างโลกแห่งภูติผีปีศาจ ที่ดูแล้วสมจริงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน A Chinese Ghost Story จึงสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของ ชายหนุ่มธรรมดา ที่ติดอยู่ในโลกแห่งความจริง และจิตนาการ ได้อย่างน่าเชื่อถือ มีกันตั้งแต่ฉากโหนสลิงค์ ไปจนถึงปีศาจหน้าตาประหลาด ซอมบี้สต๊อปโมชั่น และสัตว์ประหลาดยักษ์ใหญ่ในแบบหนังญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว งานภาพก็เป็นสิ่งที่ A Chinese Ghost Story ให้ความสำคัญมากๆ หนังถ่ายภาพ และจัดแสดงได้สวยงามอย่างยิ่ง

ความเอาจริงเอาจัง และทะเยอทะยานทางด้านเทคนิคนั้นสามารถ มองเห็นได้จากการสร้างสรรค์ปีศาจต้นไม้ ที่รวมเอาเทคนิคหลายอย่างเพื่อสร้างความสมจริง น่าตื่นตาตื่นใจ ให้กับตัวละครภูติผีตัวนี้ ทั้งการสร้างหุ่นยาง ใช้การเคลื่อนกล้อง จำลองมุมมอง สร้างภาพลิ้นปีศาจ ทะลุทะลวงเข้าไปในร่างกาย อวัยวะภายในของคน  จนร่างกายที่เต่งตึงเหียวเฉากลายเป็นหนังหุ้มกระดูกอย่างรวดเร็ว (ไอเดียการเคลื่อนกล้องของหนัง ต่อมาได้ถูกหยิบยืมไปใช้ ในหนัง Evil Dead 2 ของผู้กำกับ Sam Raim ด้วย)

https://i2.wp.com/img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/madeinhongkong/chineseghost1_4.jpg

แน่นอนว่า A Chinese Ghost Story ประสบความสำเร็จในการสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจทางภาพ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จ และยังคงเป็นที่จดจำมาถึงทุกวันนี้ ไม่ได้เกิดจากความหวือหวา หรือเทคนิคพิเศษใดๆ แต่เป็นเสน่ห์ของนักแสดงนำทั้งสอง ที่ถูกเลือกได้อย่างเหมาะเจาะลงตัวเหลือเกิน เลสลี่ จาง ฉีกภาพพระเอกในหนังยอดยุคของฮ่องกงในเวลานั้น ที่มักจะโออวดความเป็นชาย แบบออกนอกหน้า ตรงกันข้ามกับบัณฑิฒหนุ่ม หนิงไฉ่เฉิน ที่ทั้งอ่อนแอ และเปราะบาง ขณะที่หวังจู่เสียน ปรากฏกายในแบบที่เรียกว่าสวยจนชายใดๆ ก็ไม่อาจหยุดใจได้ไหว

นอกจากเสน่ห์อันรุนแรงแล้ว เคมีอันเข้ากันอย่างกลมกล่อมเป็นอย่างยิ่ง ของผู้แสดงนำทั้งสองยังนำมาซึ่งความลื่นไหลลงตัวของหนัง ตัวละครของเลสลี่ จาง ดูเป็นพระเอกผู้อ่อนแอ เปราะบาง แต่ก็มีความมุ่งมั่น และความตั้งมั่นแบบเพศชาย ขณะที่ผีสาวแสนสวย ตัวละครของหวังจู่เสียน เต็มไปด้วยอิทฤกษ์ พลังในการต่อสู้ แต่ก็อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ แบบผู้หญิงในหนังกำลังภายในโดยทั่วไป

ส่วนที่ลืมไม่ได้ก็คือ ดารารุ่นเก๋าอย่าง อู๋หม๋า กับบทจอมยุทธปราบปีศาจ ผู้ขมั่งเวทย์ ร่ายกระบี่ และร้องเพลงแร็ป เช่นเดียวกับหวังจู่เสียน หนังจากเสร็จสิ้นจากหนังเรื่องนี้ อู๋หม่าก็ดูเหมือนว่าจะหากันอยู่กับหนังประเภท “ผีสาวทรงเสน่ห์” ไปอีกหลายปีกับการทั้งรับบทนักปราบผีจนเป็นภาพจำ รวมถึงลงทุนสร้างและกำกับหนังประเภทนี้ออกมาด้วยกันหลายเรื่อง

https://i2.wp.com/img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/madeinhongkong/chineseghost1_2.jpg

A Chinese Ghost Story ประสบความสำเร็จทางการเงินเป็นอย่างมหาศาล หนังตามติดมาด้วยภาคต่ออีกถึงสองสามภาค รวมทั้งหนังประเภท “ผีสาว” ให้กลายเป็นกระแสในวงการหนังฮ๋องกงอยู่พรรคใหญ่ๆ นอกจากนั้น A Chinese Ghost Story ยังนำมาซึ่งความโด่งดังในตลาดต่างประเทศ แต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือหนังได้สร้างให้ A Chinese Ghost Story เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของอุตสหกรรมหนังฮ่องกง ฉีเคอะ และเฉิงเสี่ยวตง กลายเป็นผู้เปิดศักราชใหม่ให้กับหนังกำลังภายในยุคใหม่ ที่ถึงพร้อมทั้งคุณค่าทางศิลปะ และความบันเทิง

แต่ถ้าจะมีใครได้รับผลประโยชน์จากหนังเรื่องนี้มากที่สุด คนผู้นั้นจะต้องกลายเป็นนางเอกสาว หวังจู่เสียน อย่างแน่นอน ดาราสาวชาวไต้หวัน ชนิดที่ว่าเมื่อคิดถึง A Chinese Ghost Story ก็ต้องคิดถึงหวังจู่เสียน และคิดถึงหวังจู่เสียน ก็ต้องคิดถึง A Chinese Ghost Story เป็นอันดับแรก หวังจู่เสียนเกิดเมื่อวันที่ วันที่ 31 มกราคม 1967 ที่เมืองไทเปประเทศไต้หวัน มีพ่อเป็นอดีตนักบาสเก็ตบอลอาชีพ ที่ครั้งหนึ่งเคยพยายามผลักดันให้ลูกสาว ให้เป็นนักกีฬาอาชีพด้วยเช่นเดียวกัน สมัยที่ยังเป็นสาวน้อยอายุเพียง 14 หวังจู่เสียนไม่ได้ล้มเหลวกับการเล่นนักกีฬาซะทีเดียวนัก อย่างน้อยเธอมีโอกาสได้ถ่ายโฆษณาเครื่องกีฬา และกลายเป็นใบเปิกทางให้กับงานในวงการบันเทิงไปโดยปริยาย

หลังจากทำงานที่ไต้หวันมาซักระยะ หวังจู่เสียน ได้โอกาสจากงานที่ฮ่องกงและกลายเป็นดาราหญิงแถวหน้าคนหนึ่งของวงการ มีโอกาสร่วมงานกับดาราชาวชั้นนำแห่งยุคทั้ง โจวเหวินฟะ, เอ๋อตงเซิน หรือเคนนี่ บีแต่จุดเปลี่ยนในอาชีพจริงๆ ของเธอเกิดขึ้นในปี 1987 เมื่อฉีเคอะมีดำริที่จะสร้างหนังเรื่อง A Chinese Ghost Story เขาควานหานักแสดงทั่วเกาะฮ่องกงแต่ก็ไม่ได้ตัวเลือกที่โดนใจซักที จนกระทั่งในวันหนึ่งมีโทรศัพย์จากดาราสาวผู้หนึ่ง แสดงความจำนงที่จะขอทดสอบหน้ากล้องสำหรับบทนำในหนังเรื่อง A Chinese Ghost Story สาวคนนั้นก็คือ หวังจู่เสียน นั้นเอง หวังจู่เสียน กลายเป็นดาราอันดับต้นๆ ของฮ่องกงอยู่หลายปี จนกระทั่งถอนตัวจากวงการไปตามอายุขัยของดาราหญิง เมื่อวัยย่างเข้า 30 กลางๆ ไปใช้ชีวิตที่ประเทศแคนนาดา

เวลาอาจจะล่วงเลิยไปกว่า 20 ปีแล้ว แต่ ความล้ำยุกของหนัง ความงามของหวังจู่เสียน และบทสวดโปเยโปโลเย ยังไม่อาจถูกลืมเลือนเมื่อ กล่าวถึงวงการหนังฮ่องกงยุคทอง

https://i0.wp.com/img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/madeinhongkong/chineseghost1_3.jpg

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง
    – Film Workshop
    กำกับ – Ching Siu-Tung
    อำนวยการสร้าง – Tsui Hark
    กำกับภาพ – Poon Hang-Sang Tom Lau Moon-Tong Lee Ga Go Wong Wing Hung
    ตัดต่อ – San Aau Shing Chin Chip Cho
    ดนตรีประกอบ – James Wong Jim Romeo Diaz
    กำกับศิลป์ – Hai Chung Man
    กำกับคิวบู๊ – Ching Siu-Tung Alan Chui Chung San Lau Chi Ho Wu Chi-Lung Phillip Kwok
    แสดงนำ – Leslie Cheung Kwok-Wing, Joey Wong Cho-Yin, Wu Ma, Lau Siu-Ming, Lin Wei, David Wu Dai-Wai
  • Thailand Distribution – เข้าฉายในเมืองไทยใช้ชื่อว่า โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า ออกแผ่น VDO DVD VCD มาแล้วรอบมาก
  • Sequels – A Chinese Ghost Story II, A Chinese Ghost Story III, A Chinese Ghost Story: Tsui Hark Animation
  • Rating – 5/5

ภาพจำจาก A Chinese Ghost Story

หลายๆ คนนึกถึงโปเยแล้วจะนึกถึงภาพนี้นะครับ จูบใต้น้ำชวนสยิว

ฉากตกน้ำตกท่า กลางเรื่องที่หวังจู่เสียนยั่วยวนได้เซ็กซี่่สุดๆ

ผีดิบสต็อบโมชั่นที่ดูในยุคนี้แล้ว กะหลั่วสุดๆ แต่ตอนที่หนังออกฉายก็ถือว่าเป็นความก้าวหน้า อันหนึ่งของวงการหนังฮ่องกงเหมือนกัน

หม้อตุ๋นหัวคน

ฉากแอ็กชั่นตลุยเมืองผีตอนท้ายเรื่อง ดูมืดๆ มัวๆ ไปแต่หน่อย แต่ก็โชว์คิวบู๊ กับเทคนิคพิเศษกระจาย

ปีศาจต้นไม้ที่เหมือนหลุดมาจากหนังเอเลี่ยน

อาวุธของมันก็คือ ลิ้นที่ทั้งยาวทั้งเยอะ

ขุดหม้อกระดูก ฉากเล็กๆ แต่หลายคนโดยเฉพาะผมจำได้ดี เพราะดูหนังครั้งแรก (ตอนมาฉาย หนังจีนเช้าวันเสาร์ช่อง 7 เปิดมาก็ฉากนี้เลย

ฉากศาลตอนกลางๆ เรื่องอาจจะไม่มีความสำคัญอะไรนัก แต่ผู้พิภากษาจอมกวนสองคนนี้ คือผู้ยิ่งใหญ่ของวงการหนังฮ่องกง คนขวาก็คือหวังจิง ผู้กำกับ/ผู้อำนวยการสร้างชื่อดัง ส่วนคนขวา เดวิด วู มือตัดต่อระดับตำนาน ที่มีงานคลาสสิคอยู่ในมือแทบนักกันไม่ไหวตั้งแต่ โหดเลวดี, ผิดสวยดุ ณ เป๋ไก๋, เดชคัมภีร์เทวดา รวมไปถึง สามก๊กที่พึ่งฉายไปด้วย

ภาพสุดท้ายแต่เป็นภาพแรกๆ ของหวังจู่เสียนที่ปรากฏในหนัง ผีสาวผมปลิว ที่ทั้งเซ็กซี่, น่ารัก, น่าค้นหา ภาพนี้ภาพเดียวอีกสิบปีก็ไม่ลืม

https://i0.wp.com/img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/madeinhongkong/chineseghost1_5.jpg

7 thoughts on “A Chinese Ghost Story – โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า (1987, Ching Siu-Tung)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s