ถ้าพูดถึง Drunken Tai Chi ความน่าสนใจคงจะอยู่ตรงที่ นี้เป็นงานแจ้งเกิดของ พระเอกนักบู๊คนดัง Donnie Yen แจ้งเกิดในที่นี้ก็คืองานที่ Donnie Yen ได้รับบทนำเป็นครั้งแรก .ในทางตรงกันข้าม “แจ้งเกิน” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงงานที่สร้างให้เขา กลายเป็นพระเอกชื่อดังในชั่วเวลาข้ามคืน เพราะจากหนังทีรับบทนำเป็นครั้งแรกชีวิตดารากังฟูของเขา ต้องรอคอยอีกยาวนานกว่าจะพบกับชื่อเสียงอย่างที่สมควรได้รับ

Donnie Yen หรือ เจิ่นจื่อตัน ที่เราคุ้นเคยกันในอดีต เป็นคนเชื่อชายจีนเกิดที่เมืองกวนตงประเทศจีน แต่มาเติบโตมาในอเมริกา มีพ่อเป็นนักหนังสือพิม และแม่เป็นครูสอนมวยจีน (หลายๆ คนบอกว่านี้มันครอบครัวของฟงไซหยกชัดๆ) Donnie Yen ใช้ชีวิตวัยเด็ก จนถึงวัยรุ่นในอเมริกา ด้านหนึ่งเขาใช้ชีวิตเหมือนเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ อีกด้านหนึ่ง Donnie Yen เล่าเรียนวิชากังฟู หลายสาขา รวมถึงเทควันโด้มาตลอด

เมื่อมีโอกาศได้เดินทางมาฮ่องกง เขาได้พบกับหยวนวูปิง และร่วมเป็นหนึ่งในทีมสตั้นแมนของหยวนวูปิงตั้งแต่ปี 1981 มีผลงานตัวประกอบบ้างประปราย จนมาสบโอกาศได้รับบทนำครั้งแรกในหนังเรื่อง Drunken Tai Chi นี้เอง หลังจากนั้นชีวิตของเขาใช่ว่าจะโรยด้วยกรีบกุหลาบ Donnie Yen ใช้เวลากว่ายี่สอบปีในวงการ กับการเป็นพระเอกในหนังเกรดรอง หรือไม่ก็ตัวรองในหนังเกรดเอ ประสบความสำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง ในช่วงหลังถึงกับลองหันเหไปรับงานกำกับคิวบู๊ดูบ้าง พูดได้ว่าความโด่งดังของเขาในทุกวันนี้ เกิดจากการทำงานหนัก และอดทนอย่างยาวนาน กว่าจะมาถึงจุดที่ยืนอยู่ตอนนี้

Drunken Tai Chi นั้นดำเนินตามขนบหนังกังฟูแนวไอ้หนุ่ม ที่สร้างขึ้นกันอย่างดาดเดื่อนในช่วงเวลานั้น หลังความโด่งดังของ Drunken Master (ไอ้หนุ่มหมัดเมา) Donnie Yen รับบทเป็นไอ้หนุ่ม เฉิงตู้ ลูกชายของพ่อค้าในเมือง ขณะที่พี่ชายของเขาเป็นคนติดจะซื่อๆ นิ่งๆ ที่มักจะใช่เวลาส่วนใหญ่ในการช่วยงานการสร้างของทางบ้าน แต่เฉิงตู้ นั้นเป็นคนหนุ่มประเภท ใช้ชีวิตสนุกสนาน เฉิงตู้ ไปก่อเรื่องทะเลอะวิวาทกับ อาเซา (แมนดี้ เฉิน) ลูกชายของครูมวยคนหนึ่งในหมู่บ้าน

เรื่องราวเลยเถิดจนถึงเลือดตกยางออก จนถึงขั้น อาเซาต้องพิการกลายเป็นคนปัญญาอ่อน สร้างความโกรธแค้นแก่พ่อของเขา ถึงกับจ้างมือสังหาร (Yuen Shun-Yee) ให้มาจัดการ แต่ถือเป็นโชคดีในโชคร้าย เมื่อเฉิงตู้ ออกไปเที่ยวเล่นจึงรอดแก่การบองร้าย มือสังหารจอมโหดกลับสังหารพี่ชาย และบิดาของเขา พร้อมกับเผาบ้านจนกลายเป็นจุล เฉิงตู้ต้องหยบหนีไปอาศัยกับ ชายชรานักแสดงหุ่นกระบอก (Yuen Cheung-Yan) กับภรรยาตุ้ยนุ้ย (Lydia Shum) ที่แท้จริงแล้วทั้งคู่มีฝีมือทางมวยอันสูงส่ง และได้ถ่ายทอดหมัด ไทเก๊ก ให้กับเฉิงตู้เพื่อเอากลับไปแก้แค้น

ฟังเรื่องดูแล้วก็ถือว่าธรรมดาไม่ได้มีอะไรพิเศษพิศดารให้น่าสนใจ แต่ถ้าใครได้ดูตัวหนังจริงๆ ต้องบอกว่า Drunken Tai Chi นั้นเป็นหนังกังฟูหยุดโลกได้เรื่องนึงเลย หนังเต็มไปด้วยฉากตลกบ้าบอ ที่พูดได้ว่าไม่ได้เข้าอะไรกับเนื้อเรื่องเลย ทำให้หนังกลายเป็นส่วนผสมของ หนังกังฟูสุดบ้า คิวบู๊สุดยอด เนื้อเรื่องสุดมั่ว

เหตุความปั่นป่วน เลอะเทอะของหนังเรื่องนี้น่าจะมาจากทีมงานสร้างที่ชื่อว่า “Yuen Clan” ทีมงานสร้างหนังกังฟูชื่อดังในยุค 80 ของหยวนวูปิง เล่าเรื่องย้อนเวลากลับไปช่วงปลาย 70 หลังความสำเร็จของ Drunken Master สองกลจักรสำคัญทั้งเบื้องหน้า และเบื้อหลังอย่าง เฉินหลง กับหยวนวูปิง ก็แย้งย้ายกันไปคนละทาง เฉินหลงนั้นอย่างที่รู้กัน เขาเข้าร่วมกับบริษัท Golden Harvest ตามคำชวนของ เลนนาร์ด โห ฟอร์มทีมงานสตั้นแมน Sing Ga Ban สร้างหนังของตัวเอง โด่งดังกันไป

ด้านหยวนวูปิงนั้น หันมารวบรวมทีมงานเพื่อสร้างหนังป้อนยังบริษัทอิสระทั้งหลาย โดยทืมงานก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นบรรดาน้องชายของเขา และลูกศิษย์ที่ชื่อว่า Donnie Yen จริงๆ แล้วงานของ Yuen Clan ก็ไม่ได้โดดเด่นสร้างความฮือฮาอะไรมากมาย นอกจากสร้างหนังกังฟูตามกระแส ตามยุคสมัยไปเรื่อย ส่วนใหญ่ก็เป็นหนังกึ่งกลางกึ่งเล็ก ที่ไม่ค่อยจะมีดาราเกรดเอมาแสดงนำให้ซักเท่าไหร่ (นอกจากหยวนเปียวใน Champion) ทั้งหนังกังฟูแนวธรรมดาหนักไปทางเคร่งเครียดอย่าง A Legend of Fighter หนังกังฟูตลกสมัยใหม่ Champion หนังกังฟูผีปนอภินิหารเน้นเอฟเฟคตามกระแส ผีกัด ที่สร้างออกมาหลายเรื่องเลยทั้ง Shaolin Drunkard, Taosiam Drunkard, A Miracle Fighter หนังแอ็กชั่นบู๊เลือดเดือดตามอย่างวิ่งสู้ฟัด อย่าง In The Line of Duty รวมทั้งหนังกังฟูตลกอย่าง Drunken Tai Chi ด้วย

ในยุค 2000 ชื่อของหยวนวูปิงอาจจะทำให้นึกถึงหนังกำลังภายในฟอร์มใหญ่ ที่เต็มไปด้วยคิวบู๊ที่งดงาม เปื่ยมไปด้วยความเป็นศิลปะ ดูสูงส่ง อย่าง Crouching Tiger Hidden Dragon หรือ Hero แต่คิวบู๊ของเขาในยุค 80 นั้นคือความสุดขั่ว!!! หยวนวูปิงยัดเอาคิวบู๊แปลกๆ หลายอย่างที่ถูกคิดออกมาใส่เข้าไปในหนังแบบไม่มีเวลาให้คนดูหายใจ ใส่อุปกรณ์แปลกๆ เข้ามาโดยไม่ได้สนใจนักว่ามันเข้ากับตัวหนัง มีความสมเหตุสมผล หรือเพื่อการเล่าเรื่องอะไรเท่าไหร่ คิวบู๊ทั้งหลายเหมือนจะใส่มาเพื่อโชว์ทักษะของบรรดาดารา และทีมสตั้นในเรื่อง

ทั้งการใช้พลุไฟ หุ่นกระบอกต่างๆ ทั้งปล่อยกงจักร พ่นน้ำมัน และหุ่นนักมวย (อันนี้ใครเกิดรุ่นเดียวกับผมอาจจะเคยเล่น จากการแถมของรองเท้านักเรียนยี่ห้อหนึ่ง เป็นจิงโจ้ต่อมวยได้) ฉากบู๊ระหว่างพระเอกกับสาวอ้วน และที่คนพูดถึงกันมากก็คือ ฉากเต้นแบรกแดนซ์ และจักยานบีเอ็มเอ็กซ์ นัยว่าอย่างไงก็ได้ดารากังฟูอิมพอร์ทมาจากอเมริกามาแล้ว ก็ต้องแสดงให้โลกเห็นกันหน่อย โดยไม่ได้สนใจ ว่ามันจะเข้ากับแนวเรื่องหรือไม่ ที่สำคัญที่สุดถึงจะดูมั่วๆ ไปบ้าง คิวบู๊หลายๆ แบบในหนังก็สร้างความบังเทิงได้ไม่น้อย ฉากเหล่านี้นอกจากจะเป็นการโชว์ความสามารถของนักแสดง ก็ยังดูตลกดี ไม่น้อย

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีส่วนที่เรียกได้ว่า “ออกทะเล” ไปกับฉากบู๊บ้าๆ บอๆ ประเภทนี้ แต่หยวนวูปิงก็ไม่ละเลยคิวบู๊ในแบบขนบเดิมๆ ฉากต่อตีด้วยหมัด และเท้า ตามแบบฉบับของหนังประเภทนี้ โดยเฉพาะฉากบู๊ระหว่างพระเอก Donnie Yen และสองตำนานกังฟูอย่าง หวังเต้า กับ หยวนชุนหยี ในฉากท้ายเรื่อง ดูมันส์ และรุนแรงไม่แพ้งานอื่นๆ ของเขา Donnie Yen นอกจากจะได้โชว์มวยจีนสวยๆ ยังได้แสดงถึงความแข็งแกร่งของร่างกาย และการแสดงท่าทางผาดโผด ที่แม้จะไม่ได้หวือหว่าเท่ากับดารากังฟู ประเภทที่มาจากโรงเรียนงิ้ว แต่ก็ทำได้ไม่เลวเลย ใครเป็นแฟนหนังกังฟู ก็คงจะพอใจกับทั้ง จำนวน และคุณภาพ ของฉากบู๊ Drunken Tai Chi อยู่ไม่น้อย จุดนึงที่อาจจะเป็นข้อด้อยของคิวบู๊ในหนังความเหนือจริงในฉากต่างๆ

ตัวหยวนวูปิง เองถึงแม้จะมีพื้นแพมาจากการกำกับคิวบู๊ แต่ก็พยายาม ไม่ละเลยในส่วนของบทภาพยนตร์ไป ถ้าวัดกันตามมาตรฐาน Drunken Tai Chi นั้นคงเป็นหนังที่มีเนื้อเรื่องไม่ได้เข้าท่าเข้าทางอะไรมากมาย แต่ในฐานะหนังกังฟูยุค 80 ก็ถือว่าหนังพยายามใส่แง่มุมอื่นๆ นอกจากความบู๊ หรือตลก ลงไปบ้างโดยเฉพาะการเน้นเรื่องความรักของพ่อกับลูก หนังมีตัวร้ายที่รักลูกสุดๆ อยู่ถึงสองตัว ทั้งครูมวย (แสดงโดยหวังเต้า) วัยชราที่ชีวิต เหมือนสิ้นสุดลงเพราะลูกชายคนเดียวต้องเป็นคนพิการ และมือสังหาร (หยวนชุนหยี) เพื่อเลี้ยงลูกน้อง จนต้องยอมรับงานผิดกฏหมาย หยวนวูปิงพยายามสร้างตัวร้ายสองตัวนี้ให้ดูมีน้ำหนัก ไม่ได้ทำเลยไปเพราะใจรัก เหมือนหนังกังฟูทั่วๆ ไป แต่มีเหตุกดดันให้ต้องทำ

Drunken Tai Chi นั้นห่างไกลจากคำว่าหนังดีอยู่หลายคืบหลายศอก แม้กระทั่งเทียบในแนวหนังเดียวกัน ก็พูดได้อย่างไม่เต็มปากว่าหนังสมบูรณ์พร้อม แต่หนังก็ดูสนุกเอามากๆ มุขตลกบ้าๆ บอๆ ที่อาจจะเชยไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ฝืดเหมือนหนังกังฟูบางเรื่อง การแสดงบทตลกของ Donnie Yen ดูลื่นไหล เช่นเดียวกันกับคิวบู๊ในระดับสุดยอด และที่สำคัญที่สุด ในฐานะเป็นหนังแจ้งเกิดของซุปเปอร์สตาร์ ก็ทำให้ Durnken Tai Chi เป็นงานที่ไม่น่ามองข้ามเลย

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง
    – Dragon Group Film Co., Ltd.
    กำกับ – Yuen Wo Ping
    บทภาพยนตร์ – Yuen Wo Ping
    กำกับคิวบู๊ – Yuen Clan
    แสดงนำ – Donnie Yen, Yuen Cheung Yan, Lydia Shum, Yuen Hsin Yi, Yuen Yat Chor, Wong Tao
  • Rating – 3.5/5
Advertisements