The First Generation of Chinese Directors – ผู้กำกับรุ่นที่หนึ่งของจีน

หนังจีนได้เริ่มต้น และถูกพัฒนามากกว่า 100 ปีแล้ว ผู้กำกับรุ่นที่ 5 ได้รับการยกย่อง และสร้างชื่อปักธง หนังจีนลงบนประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของโลก ขณะที่รุ่นที่ 6 ก็กำลังสร้างชื่อในขณะนี้ ความสำเร็จดังกล่าวจะเกิดขึ้นมาได้เลย ถ้าปราศจากกลุ่มคนที่เรียกกันว่า “ผู้กำกับรุ่นที่หนึ่งของจีน” ผู้เริ่มต้น และหักร้างถางพง ให้หนังจีน เข้มแข็ง มีเอกลักษณ์ และยืนยันในจุดยืนทางการเมืองส่วนตัว อย่างที่เป็นในปัจจุบัน

ผู้กำกับรุ่นที่ 1 ของจีนหมายถึง ผู้กำกับที่เริ่มต้นงานตั้งแต่ยุค 1920s เป็นยุคที่หนังเล่าเรื่องกำเนิดในดินแดนมังกร อย่างแท้จริง เป็นผู้บุกเบิกการสร้างหนัง และก่อร่างสร้างอุตสหกรรมหนังในประเทศขึ้นมา นับเป็นช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก และมีอุปสรรคมากมาย อันสืบเนื่องมาจาก ความไร้ประสบการณ์ และทักษะการทำหนัง ผู้กำกับเหล่านี้ต้องเริ่มต้นงาน จากการศึกษา และทดลอง ด้วยตัวเอง

การถ่ายทำหนังของพวกเขา เป็นการดัดแปลงวิธีการเล่าเรื่อง และเทคนิคการแสดง มาจากการแสดงงิ้ว กล้องมักจะแช่อยู่ในตำแหน่งเดิม เกือบตลอดเรื่องของหนัง นอกเหนือไปจากนั้น ผู้กำกับยังนิยมสร้างฉาก ด้วยโครงสร้างของเวทีงิ้ว กระทั่งหยิบยืมเอา เอาอุปกรณ์ของเวทีงิ้วมาใช้ในหนัง เหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่ทำให้หนัง ประสบความสำเร็จทางรายได้ เพราะพื้นฐานที่อ้างอิง อารมณ์และความบันเทิงแบบ งิ้วเป็นต้นทุนสำคัญ

ที่สำคัญกว่าในเรื่องเทคนิคภาพยนตร์ ผู้กำกับรุ่นแรกของจีน สามารถพัฒนาให้หนังเป็นสื่อสะท้อน อุดมการณ์ทางการเมือง ของส่วนตัวคนทำหนังแต่ละครเอง

ในช่วงเวลาปี 1920 – 1930 นั้น เป็นจุดเริ่มต้นของประเทศจีนยุคใหม่ ประเทศคืบหน้าไปอย่างเชื่องช้า ความล้มเหลวของในการก่อตั้งรัฐบาลกลาง จนเกิดแตกแยก สืบเนียงจนกลายเป็นยุคที่เรียกกันว่า ยุคขุนศึก (The Warlords Era) ที่ผู้นำแต่ละท้องถิ่นเรืองอำนาจ โกงกิน กดขี่ กันทั่วทั่งแผ่นดิน ซึ่งอิทธิพลที่สำคัญต่อ ผู้กำกับรุ่นที่ 1 ของจีน ก็คือ สภาพความอ่อนแอของประเทศจีนในช่วงนั้นนั่นเอง

ผู้กำกับรุ่นที่ 1 กับความเคลื่อไนหววันที่ 4 พฤษภาคม

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้น ในเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า “ความเคลื่อนไหววันที่ 4 พฤษภาคม” (May Fourth Movement) ที่เกิดการประท้วงของนักศึกษากว่า 5,000 คนในปักกิ่ง เพื่อคัดค้านการประชุมที่แวร์ซายล์ในฝรั่งเศส (Treaty of Versailles) ที่รับรองสิทธิเหนือเมืองชานตุงของญี่ปุ่น การเดินขบวนที่แสดงความผิดหวังต่อรัฐาบล และสนับสนุนลัทธิชาตินิยม เป็นไปอย่างแข็งขัน และรุนแรง จนกระทั่งตัวแทนของจีน ไม่กล้าลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าว

เหตุการณ์ความเคลื่อนไหววันที่ 4 พฤษภาคม ได้ปลุกกระแสชาตินิยมขึ้นมาในประเทศจีน มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความคิดของเหล่าผู้กำกับ อันเป็นคนรุ่นใหม่ หนังของพวกเขามีน้ำเสียงแห่งการเชิดชูเชื้อชาติจีน ตั้งคำถามต่อความอ่อนแอของชนชั้นปกครอง ความล้มเหลวของการเริ่มต้นประเทศจีนในยุคใหม่ และการรุกรานจากต่างชาติ หนังของผู้กำกับรุ่นที่ 1 มีน้ำเสียงเชิดชูแนวคิดแบบประชาธิปไตย และต่อต้านการปกครองแบบศักดินา

อย่างไรก็ตามหนังส่วนใหญ่ในช่วงนี้ มีพื้นฐานเป็นหนังแนวพานิชย์ เสียส่วนใหญ่ แนวต่างๆ ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงนี้ เพื่อตอบสนองความบันเทิงเป็นหลัก ตั้งแต่หนังที่อ้างอิงรูปของงิ้วแบบเต็มที่ หนังอิงประวัติศาสตร์ หนังตลก ไปจนถึงหนังผีหนังแฟนตาซีกันเลยทีเดียว

ผู้กำกับที่อยู่ในกลุ่ม ผู้กำกับรุ่นที่ 1 นั้นได้แก่ ตันตู่อวี้, หยางเสี่ยวจง และเจ้าจุยเหวิน หรือเหล่าผู้กำกับที่ทำงานตั้งแต่ต้น ไปจนถึงจบยุค 1920s แต่คนที่ถือว่า แกนหลัก ได้แก่ คนทำหนังสองท่านที่ถูกเรียกขานกันว่า จางกับเจิ้ง (Zhang and Zheng) ทั้งสองเป็นผู้พัฒนาหนังจีนให้ก้าวไปสู่ความ เป็นอุตสหกรรม และใช้หนังในฐานะ เครื่องมือในการแสดงออกทางการเมือง

จางจื่อฉวน ผู้กำกับคนแรก แห่งผู้กำกับรุ่นแรกของจีน

หนังเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งยุคเริ่มต้นวงการหนังจีนก็คือ The Burning of the Red Lotus Temple (1928) งานดัดแปลงมาจากนิยายกำลังภายในเรื่อง “เรื่องเล่าของยอดนักกระบี่” (The Tale Of The Extraordinary Swordsman) หนังเล่าเรื่องของ จอมยุทธ การช่วยเหลือพวกพ้อง ที่ถูกจับขังไว้ใน วัด ที่เต็มไปด้วยกับดัก The Burning of the Red Lotus Temple มีความยาวถึง 27 ชั่วโมง ถูกแบ่งเป็น 18 ตอน ฉายตั้งแต่ปี 1928 จนถึง 1931 สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า The Burning of the Red Lotus Templeเป็นหนึ่งในหนังกำลังภายในเรื่องแรกๆ ของโลก หนังประสบความสำเร็จทางรายได้อย่างสูง และเป็นหนังที่ทำเงินสูงสุดในช่วงยุคก่อนสงคราม

The Burning of the Red Lotus Temple หนึ่งในผลงานมากมายที่ประสบความสำเร็จทางรายได้ ของ ผู้กำกับ จางจื่อฉวน (Zhang Shichuan) และเขาถูกเรียกว่าเป็น “ผู้กำกับคนแรก แห่งผู้กำกับรุ่นแรกของจีน” มีพื้นแพเป็นคน หนิงเป่า หลังจากบิดาเสียชีวิต จางจื่อฉวน ได้ย้ายไปอยู่เซี่ยงไฮ้เมื่ออายุ 16 จนจบศึกษา เริ่มต้นทำงานที่นี่ เขามีความกระตือรือร้นในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จนกระทั่งได้มีโอกาศทำงานในบริษัทฝรั่ง จนกระทั่งได้มีโอกาส ได้ทำงานในบริษัทหนังจากต่างประเทศ

อาชีพคนทำหนังของจีนคนแรกของจางจื่อฉวน เริ่มต้นที่ตรงนั้น จากลูกจ้างในบริษัทฝรั่ง จนได้มีโอกาศทำหนังสั้น หนังเรื่องยาว หนังของ จางจื่อฉวน เป็นหนังตลาดที่ครองใจชาวจีน นอกจากจะเป็นผู้กำกับผู้กำกับคนแรก แห่งผู้กำกับรุ่นแรกของจีน เขายังอาจเรียกว่าเป็น ผู้กำกับหนังบล็อคบาสเตอร์คนแรกของจีนด้วยก็วาได้ ผลงาน และบริษัททำหนังของเขาที่ประกอบด้วยผู้กำกับฝีมือดีมากมาย ได้มีส่วนสำคัญในการ สถาปณาอุสหกรรมหนังในเซียงไฮ้ อันเป็นจุดเริ่มต้นของ หนังจีนอันมั่นคง

เจิ้งเจิ้งชิว หนังคือสื่อทางการเมือง

เจิ้งเจิ้งชิว (Zheng Zhengqiu) มีพื้นแพเป็นคนเซี่ยงไฮ้โดยกำเนิด เขาเป็นบุตรของพ่อค้าฝิ่น ซึ่งพยายามผลักดันให้เขาเข้ารับราชการในรัฐบาลของแมนจู เพื่อความสะดวกทางธุรกิจ แต่เจิ้งเจิ้งชิวซึ่งไม่ได้มีความศรัทธาในรัฐบาล อันเสื่อมโทรม และเต็มไปด้วยความทุจริตคอร์รับชั่น เลยแม้แต่น้อย ตัดสินใจเลือกเส้นทาง ของงานด้านศิลปะแทน หลังจากจบการศึกษาในปี 1910 เจิ้งเจิ้งชิว เริ่มผลิตงานเขียนออกมา ที่มีประเทศสิทธิมนุษย์ชน เขาวิจารณ์งานละครของจีนในช่วงนั้นด้วยความคิดแบบก้าวหน้า ที่เข้าเชื่อว่าศิลปะ ควรจะมีบทบาทในการช่วยเหลือให้ประเทศหลุดพ้นจากความตกต่ำ

แตกต่างจากจางจื่อฉวน ซึ่งทำหนังตอบสนองรสนิยมของคนจีนในยุคนั้น เจิ้งเจิ้งชิว มีความคิดว่าหนังควรจะนำความคิดของคนดู ทั้งสองร่วมกันตั้งบริษัทภาพยนตร์ Mingxing (Star) Film Company ที่มีอิทธิพลอย่างสูงในเซียงไฮ้ ทั้งต่ออุสหกรรม และการพัฒนาในภาพยนตร์ เป็นสื่อที่สะท้อนความเป็นจริงของสังคม และผลักดันแนวคิดทางการเมืองของคนทำหนัง

เขามีส่วนในด้านงานเขียนบท ในหนังที่สำคัญๆ แห่งยุคหลายเรื่องรวมถึง The Burning of the Red Lotus Temple และCheng the Fruit Seller (1923) หนังสั้นขนาด 30 นาที เป็นหนึ่งในหนังยุคแรกๆ ของจีนที่ยังคงหลงเหลือฟิล์มอยู่ หนังมีความยาวขนาด 30 นาที นอกจากจะเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์จีนแล้ว ยังประสบความสำเร็จสูงเมื่อแรกออกฉาย และเคยกำกับ หนังของ หยวนหลิงอี้เรื่อง The White Cloud Pagoda (1928)

อย่างไรก็ตามงานทีสำคัญที่สุดของ เจิ้งเจิ้งชิว ก็คือ หนังเรื่อง Twin Sisters (1934) ที่เล่าเรื่องของเด็กสาวพี่น้องฝาแฝดสอง ซึ่งผลัดพลากจากกัน นำมาซึ่งความแตกต่างกันในชีวิตแบบสิ้นเชิง หนังนำแสดงแนวคิดแบบซ้ายจัด โจมตีชนชั้นนำ และผู้มีอันจะกิน ว่าเต็มไปด้วยความฉ่อฉล ทุจริต ขณะเดียวกัน ชนชั้น ล่างผู้ตกเป็นเหยื่อ นั้นเป็นคนชายขอบ ผู้ทำงานหนัก ซื่อสัตย์ และมีน้ำใจ

น่าเสียดาย เจิ้งเจิ้งชิว เสียชีวิตในปีเดียวหลังจาก Twin Sisters อันเป็นปีเดียวกับการเสียชีวิตของนางเอกดังแห่งยุค หยวนหลิงอี้ นับว่าปี 1935 เป็นปีแห่งการสูญเสีย จะเรียกว่าเป็นปีที่ปิดยุคแห่งหนังจีนยุคแรก ก็คงไม่ผิดนัก

Sources: Tvtropes.org, Chineseculture.org, Shanghai Culture

Advertisements

3 thoughts on “The First Generation of Chinese Directors – ผู้กำกับรุ่นที่หนึ่งของจีน

  1. เป็นบทความที่ยอดเยี่ยมมากครับ
    อัพเดทอีกนะครับ ๆ
    เห็นแล้วก็ยากจะเชื่อนะครับว่า Burning of the Red Lotus Temple (ไม่ทราบว่า เป็นเรื่องเดียวกับ Burning of the Red Lotus Monestary รึเปล่าครับ) เป็นหนังจีนเรื่องแรกของโลก เพราะเท่าที่ดูจากคลิปแล้ว นับว่า “ใช้ได้” นะครับ

    1. คิดว่าไม่ใช่นะครับ Burning of the Red Lotus Monestary น่าจะเป็นหนังฮ่องกง (พูดกวางตุ้ง) สร้างออกมาสองรอบ ยุค 50 กับ 60 อันหลังนี้มี หลิวเจียเหลียง เล่นด้วย

  2. จีนมีผู้กำกับเป็นรุ่นๆ แล้วแต่ละรุ่นรวมถึงผู้กำกับฮ่องกงด้วยหรือเปล่าคะ
    คุ้นเคยกับหนังฮ่องกงมากกว่านะคะ มีความรุ้สึกว่าทำสนุกทำได้มันส์มาตั้งแต่จำความได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s