Lee Rock 1&2- ตำรวจตัดตำรวจ ภาค 1&2 (1991, Lawrence Ah Mon)

Lee Rock เป็นหนังแนวอาชญากรรมที่สร้างตามเทรน “หนังอิงประวัติศาสตร์ฮ่องกง” ที่นิยมกันอยู่ช่วงสั้นๆ ในต้นยุค 90 ที่ถูกเปิดศักราชด้วยหนังเจ้าพ่อสุดดังเรื่อง To Be Number One (เป๋ห่าวเป็นเจ้าพ่อ) หรือหนังชุด Casino Tycoon (ฟ้านี้ใหญ่ได้คนเดียว) ที่เล่าเรื่องนายราชานักพนันแห่งมาเก๊า สแตนลี่ โห งานเหล่านี้เป็นหนังอิพิคแบบฮ่องกง เนื้อเรื่องอันเป็นส่วนตัวของของฮ่องกงเอง เล่าเรื่องช่วงยุค 40 – 60 ที่ฮ่องกงเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว จนกลายมาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน

ด้วยดาราสุดฮ็อตในยุคนั้น อย่างหลิวเต๋อหัว (ที่ยังคงความฮ็อตได้มาถึงปัจจุบัน) ที่ต้องแสดงเป็นตัวละครตั้งแต่ยุคหนุ่มแน่นเข้าช่วงกลางคน และถึงวัยไม่ใกล้ฝั่ง Lee Rock กลายเป็นหนังที่ทำเงินมหาศาล สองภาคเก็บไปถึง 50 ล้านเหรียญฮ่องกง หนังอำนวยการสร้างโดย หวังจิง ซึ่งเลือกให้ผู้กำกับดาวรุ่งในขณะนั้นอย่าง Lawrence Ah Mon ที่โด่งดังสุดๆ กับหนังจิ๊กโก๋วัยรุ่นสุดเรียลริสติก Gang (1988) เป็นคนกุมบังเหียนเล่าเรื่องราว

Lee Rock เล่าเรื่องชีวิตของนายตำรวจคนสำคัญของฮ่องกง สารวัตรเหลยเล่อ ที่ ครอบคลุมในชีวิตหลายแง่มุมของเขา ความรักที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงสองคน เส้นทางการขึ้นสู่อำนาจในกรมตำรวจ กินเวลายาวหน้าหลายทศวรรต

เด็กหนุ่มบ้านนอก เหลยเล่อ (หลิวเต๋อหัว) ได้เข้ามาอาศัยยังฮ่องกง และเลือกที่จะทำงานหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นตำรวจ หลังจากได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวด (เกาสง มาแสดงรับเชิญเป็นครูฝึกตำรวจของพระเอก) ท่ามกลางการทุจริตคอร์รับชั่นของตำรวจ ตั้งแต่ขั้นผู้น้อย ไปจนถึงผู้หญิง เหลยเล่อ พยายามรักษาอุดมคตีของคนเองเอาไว้ พยายามซื่อตรงกับหน้าที่ ไม่เอาเปรียบคนอื่นๆ ทำมาหากิน ด้วยความยากลำบาก

เหลยเล่อ ได้พบกับอาเสีย (ซิวซู่เจิน) ลูกสาวร้านขายของเล็กๆ หญิงที่เขาตั้งเป่าหมายไว้ว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกัน แม้จะมีอุปสรรค์ที่พ่อของฝ่ายหญิงที่ดูถูกดูแคลนและเกลียดชั่งตำรวจ ยิ่งตำรวจที่หาเงินไม่เป็นอย่างเขาแล้ว ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ จนกระทั่งเกิดไฟใหม่ครั้งใหญ่ขึ้นในย่านที่อยู่อาศัยของทั้งสอง ครอบครัวของอาเสียเสียชีวิตจนหมด ส่วนตัวเธอเองก็ถูกเอาตัวไปอยู่กับญาติที่เมืองจีน โดยไม่ได้มีโอกาสร่ำรากันกับคนรักเป็นครั้งสุดท้ายเลยด้วยซ้ำไป

ชีวิตในเรื่องงานของเขาเริ่มก้าวหน้าอย่างช้าๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เข้าไปอยู่ในหน่วย CID สังกัดในหน่อยของ จ่าตง (กวานไห่ซัน) ตำรวจรุ่นเก่าสุดเก๋า ที่สอนให้ตำรวจหนุ่ม รู้จักกับการทำงาน และจัดการกับความสกปรก ภายใต้การดูแลของจ่าตง เหลยเล่อ กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ซึ่งไปขวางหูขวางตาตำรวจผู้ยิ่งใหญ่ในวงนักเลงฮ่องกงอย่าง จ่าวาน (ฉินเผ่ย) เข้าอย่างจัง

(อธิบายกันเล็กน้อย ว่ายศจ่าอาจจะดูธรรมดาในบ้านเรา แต่ในหนังเรื่อง Lee Rock แล้วดูเหมือนจะมีอำนาจ และความรับผิดชอบที่สูงทีเดียว ได้รับมอบหมายให้ดูแลเขตต่างๆ ในฮ่องกง ซึ่งต้องควบคุมและผสานผลประโยชน์กับ ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ในแต่ละท้องที่ด้วย)

หลังจากจ่าตงต้องเกษียรออกไปตามวัย เป็นเวลาเดียวกับที่อำนาจของจ่าวาน เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เหลเล่อจึงถูกย้ายไปประจำยังโรงพักนอกเมืองที่งานส่วนใหญ่วุ่นวายอยู่กับเรื่อง ไก่หาย หรือวัวถูกรถชน ที่ความตื่นเต้น หรือความก้าวหน้าในอาชีพ แทบจะเป็นศูนย์

หลังจากตกต่ำอยู่ได้ม่นาน ในที่สุดโชคก็กลับมาเป็นของเหลยเล่ออีกครั้ง เมื่อเขามีโอกาสได้พบกับ ลูกสาวของเจ้าพ่อแก๊งปลาเงิน (จางเหมี่ยน) จากความหมั่นใส่กลายเป็นความรัก จนกระทั่งทั้งสองได้ตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน ด้วยอิทธิพลของพ่อตา เขาได้กลับมาประจำการในตัวเมืองอีกครั้ง และเริ่มต้นสร้างฐานอำนาจ จัดระเบียบการเก็บส่วย ให้เป็นธรรม และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

เนื้อเรื่องของหนังภาคแรกจบลงที่การกลับมาเจอกันอีกครั้งของ เหลยเล่อ และอาเสีย ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง พร้อมกับเปิดเผยความจริงเรื่องลูกชายที่เกิดจากทั้งสอง หนังภาคสองเสนอเรื่องราวของ เหลยเล่อ กับความรุ่งเรื่องก้าวหน้าจนกลายเป็นผู้ใหญ่ในกรมตำรวจ ที่ได้รับมอบในคดีใหญ่ และหน้าที่สำคัญ ซึ่งนำมาทั้งอำนาจ และเงินตรา

เมื่อเหลยเล่อแก่ตัวลง เขากลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกับความอ่อนล้าแบบชายชราก็เข้ามาเยือน อำนาจที่มีอยู่กำลังถูกท้ายทายจาก จ่าวานคู่ปรับเก่า รวมถึงลูกชาย (กัวะฟู่เฉิง) ที่เกิดจากคนรักเก่าที่บัดนี้เติบใหญ่ และเหมือนจะไม่เห็นด้วยกับวิถีทางของพ่อ

ผมเองไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ว่า คนต้นเรื่องอย่าง ผู้กองเหลยเล่อตัวจริง นั้นได้มีส่วนร่วม หรืออนุญาติในถ่ายทอดเรื่องราวของเขาให้ ได้ใกล้เคียงความเป็นจริงแค่ใหน อย่างน้อยมันก็ดูมีความสมจริงสมจัง ไม่ได้แบ่งแยกดำขาว หรือเชิดชูตัวละครเอกของเรื่อง รายละเอียด และเหตุการณ์จริงในช่วงเวลาต่างๆ ของฮ่องกงถูกเลือกใช้ เพื่อสร้างน้ำหนักให้กับเรื่องราว ทั้งไฟใหม้ครั้งใหญ่ เหตุการณ์ประท้วง และปัญหายาเสพติดในฮ่องกง

Lee Rock นำเสนอการกระโจนสู่โลกแห่งสีเทาของตัวเอก ได้อย่างน่าเชื่อถือ ตัวเอกนั้นเริ่มต้นอย่างตำรวจในอุดมคติ ที่เถรตรง ซื่อสัตย์ จนอาจจะไม่สามรถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ความยิ่งใหญ่ของเขาล้วนได้มาจากความสกปรก แต่งงานกับลูกสาวของผู้มีอิทธิพล สุดท้ายเหมือนหนังจะตั้งคำถามถึงเรื่อง ความหมายของความถูกต้อง วิธีการจัดการกับความเลวร้าย ด้วยความเป็นจริงที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง กับวิถีในทางอุดมคติ

หนังนำเสนอภาพของการบังคับใช้กฏหมายในฮ่องกง การโดยตำรวจที่ไม่สามารถยืนยัด้วยกฏหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องลงไปเล่นเกมส์แย้งชิงอำนาจ เช่นเดียวกับพวกนอกฏหมาย ขณะที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ ที่ถูกส่งมายังประเทศอนานิคมอย่างอังกฤษ เป็นเพียงผู้อยู่วงนอก

น่าเสียดายที่ Lee Rock ยังคงให้เวลาส่วนหนึ่งของหนัง ไปกับฉากประเภทสร้างความบันเทิง ด้วยลูกไม้ เก่าๆ แบบหนังฮ่องกงยุค 90 ทั้งฉากจีบสาว พ่อแง่แม่งอน เรื่องรักสามเส้า ตัวละครตัวร้ายประเภทโคตรเลวแบบพิมพ์นิยม และโดยเฉพาะการประเคนฉากบู๊อันดุเดือด ยืดยาว เข้ามาทำลายความต่อเนื่องของเรื่อง

การแสดงเป็นตัวละครที่แก่กว่าอายุจริงของหลิวเต๋อหัว ยังคงดูออกอย่างจัดเจนว่าเป็นแค่ “การแสดง” ผสมกับการแต่งหน้าที่ไม่ได้ช่วยให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นมาเลย และโดยส่วนตัวของผมคิดว่าหนังภาคแรกนั้นดูดี มีพลัง มีเนื้อหา กว่าภาคสองอย่างเห็นได้ชัด

  • Credits
    บริษัทผู้สร้าง
    – Golden Harvest, Win’s Movie Production & Co
    อำนวยการสร้าง – Jimmy Heung Wa Sing, Wong Jing
    กำกับ – Lawrence Ah Mon
    บทภาพยนตร์ – Chan Man Keung
    ถ่ายภาพ – Andrew Lau Wai Keung, Gigo Lee Ji Hang
    ตัดต่อ – Chow Gung Shing
    กำกับศิลป์ – Jason Mok Siu Kei
    ออกแบบเครื่องแต่งกาย – Man Yun Mei, Eddie Mok Kwan Kit
    กำกับคิวบู๊ – Paul Wong Kwan, Corey Yuen Kwai, Ridley Tsui Po Wah
    แสดงนำ – Andy Lau Tak-Wah, Cheung Man, Chingmy Yau Suk-Ching, Ng Man-Tat, Paul Chun Pui, Kwan Hoi-San, Chan Wai-Man, Tam Sin-Hung, James Tien Chun, Lung Fong, Victor Hon Kwan, Lee Siu-Kei, Wong Yat-Fei, Eddy Ko Hung
  • Thailand Distribution – เข้าฉายในเมืองไทยใช้ชื่อว่า “ตำรวจตัดคำรวจ” ออกแผ่น DVD VCD มาหลายเจ้าตั้งแต่ APS EVS และ Lion Heart
  • DVD – แผ่นที่ผมดูเป็นของ Lion Heart คุณภาพภาพ และเสียงดีมาก นอกจากนั้นหนังยังเป็นฉบับเต็ม ที่มีความยาวหนังสองภาคถึง 4 ชั่วโมงด้วย สิ่งตำหนินิดหน่อยก็คือ บทพากย์และซับไตเติล ที่เรียกชื่อตัวละครบางตัว แต่แตกต่างกันซะอย่างงั้น
  • Rating – 4/5

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s