City of Life and Death (2009, Lu Chuen)

บาดแผลของสงคราม ตัวเลขผู้บาดเจ็บล้มตาย จำนวนมหาศาล สตรีมากมายถูกข่มขืน ความร้าวฉานระหว่างประเทศที่ยังไม่คลี่คลาย นับถึงตอนนี้เวลาได้ล่วงเลยมากกว่า 70 ปีแล้ว เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ที่นานกิงก็ยังไม่ถูกลืมเลือน เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเล่าด้วยหลากหลายวิธี ภาพข่าว หนังสือ และสารคดี เช่นเดียวกันกับภาพยนตร์ ที่ประเทศจีนเอง รวมถึงฮ่องกง แน่นอนมันยังคงไม่จบลง

ลู่ฉวนได้หยิบเอาเรื่องที่ยากจะลืมเลือน จากเหตุการณ์ที่นานกิงมาเล่าอีกครั้ง City of Life and Death ถ่ายทำในรูปแบบหนังขาวดำ เล่าเรื่องของหลากหลายผู้คน ในช่วงเวลาแห่งความวิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ City of Life and Death จะเป็นการฉายภาพเหตุการณ์หายนะครั้งนั้นในมุมมองของจีนเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ในมุมองอย่างที่เคยเป็นมาในการนำเสนอหนัง การเมือง และสงครามประเภทชาตินิยมเช่นเก่าก่อน แต่เป็นมุมที่แตกต่างออกไป

ในปี 1937 ญี่ปุ่นยกทัพขึ้นบุกสู่เมืองนานกิง และยึดครองได้สำเร็จ ในขณะนั้นนานกิงดำรงฐานะเป็นเมืองหลวงของรัฐบาลจีนก๊กมินตั๋ง ที่นำโดยนายพลเจียงไคเช็ค มีข้อถกเถียงมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว แน่นอนว่าความโหดร้ายของทหารญี่ปุ่น เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหนาแน่นมากที่สุด การสำรวจอดีตของนานกิงครั้งล่าสุดนี้โดย ลู่ฉวน

เรื่องราวดำเนินขึ้น ภายหลังเมื่อกองทัพญี่ปุ่นสามารถบุกเข้ายึดคลองนานกิงได้สำเร็จ ทหารเดินเท้า และรถถังเคลื่อนที่เข้ายึดครองพื้นที่ รูปหล่อของซุนยัดเซ็น ถูกทหารลูกพระอาทิตย์ท่ามกลางความโกลาหล และบรรยากาศแห่งการฆ่าฟัน หนัง City of Life and Death จับจุดต่างๆ ในนานกิงขณะนั้นบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครมากมาย ที่กระจายกันอยู่ตามจุดต่างๆ ของเมืองนานกิงที่ขณะนั้นได้แปรสภาพกลายเป็นซากประรักหักพัง เป็นทั้งเหยื่อ ผู้ถูกกระทำ และผู้สังเกตุการณ์ แวดล้อมเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้อยู่

หนังเปิดเรื่องด้วยฉฉากที่นานกิงแตกพ่าย นายทหารชาวจีน ลู่เจียงเสียง (หลิวเย่) ผู้บังคับหมู่ขนาดเล็ก ยันคงกำลังอันน้อยนิดของเขาต่อต้านทหารชาวญี่ปุ่นจำนวนมหาศาลต่อไป การต่อสู้ที่ไม่มีวันได้รับชัยชนะได้เริ่มต้นขึ้น และจบลงในเวลาไม่นาน เราถึงได้รู้ว่านานกิงในส่วนเล็กๆ ของเมืองที่ผู้คนที่ยังคงรอดชีวิตอยู่ ได้มารวมตัวกันกระจุกอยู่ที่ เขตที่เรียกว่า เซฟตี้ โซน (Safety Zone) เป็นเขตที่ชาวต่างชาติบาง รวมถึงพวกนักสวนศาสนาชาวคริตส์ และ John Rabe (John Paisley) นักธุรกิจชาวเยอรมัน สมาชิกพรรคนาซี ที่ได้ใช้อิทธิพลส่วนตัว คุ้มครองพลเรือนชาวจีนจำนวนมากเอาไว้ที่นี่

ในสถานที่จำกัดผู้คนมากมายแออัดยัดเยียด และต่างดิ้นรนเอาชีวิตรอด คุณถัง (ฟานเหว่ย) เป็นเลขานุการส่วนตัวของ John Rabe เขาพยายามปกป้องครอบครัวที่ประกอบไปด้วย ภรรยา น้องสาว และลูกสาว อย่างเต็มความสามารถ ด้วยเส้นสายที่มี และทักษะทางภาษา แต่เมื่อเหตุการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้น ความพยายามของคุณถังยิ่งต้องยากเย็นขึ้น จนอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างการขายเพื่อนร่วมชาติ หรือชีวิตตนและครอบครัว เด็กสาวรุ่นคนหนึ่ง (เจียงอี้หยาน) ที่ไม่ได้แตกต่างอะไรกับหญิงวัยทั่วๆ ไป เธอรักที่จะแต่งตัว และมักจะต่อต้านสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต เธอปฏิเสธที่จะตัดผม ซึ่งจะปกป้องตัวเองจากการข่มขืน และทำหน้าตาเหมือนไม่หยี่หระต่อเหตุการณ์ แต่ เมื่อถึงช่วงวิกฤตเมื่อหญิงสาวชาวจีน ถูกบังคับขู่เข็น ให้ไปเป็นเครื่องบำบัดทางเพศเแก่ทหารญี่ปุ่น สาวน้อยกลับตัดสินใจอย่างกล้าหาญ

ในหมู่ทหารชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก โคโดคาว่า (ฮิเดโอะ นากาอิซุมิ) จ่าทหารหนุ่มคนหนึ่ง ก็ไม่แตกต่างอะไรกับเพื่อนๆ อีกนับพันนับหมื่น เขาเป็นคนหนุ่มชาวญี่ปุ่น ที่พึ่งได้เห็นโลกกว้างเป็นครั้งแรก ยินดีกับชัยชนะที่ได้มาอย่างง่ายดาย นับวันผ่านไป โคโดคาว่า เริ่มสงสัยในสงครามของตัวเอง และชัยชนะของประเทศ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือขัดขืนอะไรได้ ในเวลาเดียวกัน คุณเจียง (เกาหยวนหยวน) หญิงชาวจีนที่ได้รับการคุ้มครอง จากสถานะครูสอนศาสนาของเธอ พยายามช่วยเหลือชีวิตคนให้ได้มากที่สุด เป็นการดิ้นรนที่ดูเหมือนจะทำให้ชีวิตของเธอ เริ่มห่างจากความปลอดภัยขึ้นทุกที

City of Life and Death กลายเป็นความทะเยอทะยานครั้งใหม่ของ ลู่ฉวน ผู้กำกับชาวจีน ที่อาจจะมีผลงานก่อนหน้านี้เพียงแค่ 2 เรื่องแต่ก็ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในตลาดนานาชาติ โดยเฉพาะผลงานเรื่องที่แล้ว Kekexili: Mountain Patrolที่เล่าเรื่องของกลุ่มพรานลาดตระเวณที่คอยปกป้องละมั่ง ในเขตที่สูงชายแดนทิเบต การเล่าเรื่องที่ผสมบรรยากาศระหว่างหนัง และสารคดีของเขา กลายเป็นความโดดเด่นที่ไม่มีใครเหมือน ดูเหมือนเทคนิคนี้จะถูกปรับใช้ใน City of Life and Death ที่ให้ภาพอันสมจริง ภาพขาวดำที่ถูกใช้สร้างความใกล้เคียงกับหนังข่าว หรือสารคดี สร้างภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ และน่าเชื่อถือว่ามันได้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นจริงๆ

City of Life and Death เริ่มต้นด้วยฉากสงครามรบพุ่งถ่ายทำด้วยรูปแบบของหนังสงครามยุคใหม่ ที่สร้างบรรยากาศแห่งความสมจริง ด้วยการให้ความสำคัญงานสร้างระดับชัดยอด และการบันทึกเสียง จำลองบรรยากาศกลางสมรภูมิรบออกมาได้อย่างสมจริง ความอึกทึกครึกโคร่ม และภาพการฆ่าแกงกลายเป็นความบันเทิงด้วยเทคนิคภาพยนตร์สมัยใหม่ ก่อนที่หนังจะคนดูไปสังเกตุการณ์หายนะที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

งานสร้าง และการถ่ายทำเป็นจุดที่น่าชมเชย การแสดงก็เป็นไปอย่างยอดเยี่ยม แต่ประเด็นที่น่าสนใจกว่าก็คือ มุมมองทางการเมืองต่อเหตุการณ์ดังกล่าวของหนัง ถ้า City of Life and Death ในยุคปัจจุบันเมื่อการเมือง และความขัดแย้งระหว่างประเทศ เมื่อประเทศจีน ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก อย่างสมบูรณ์แบบแล้วนั้นเอง ได้พัฒนาไปสู่ความซับซ้อน ความระมัดระวังกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด City of Life and Death ถูกสร้างออกมาด้วยมุมมองนี้ หนังพยายามมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยด้วยความเป็นธรรม มองหาความเป็นมนุษย์ในทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นพวกเรา คนจีนด้วยกันเอง หรือพวกเขาอย่างชาวญี่ปุ่นผู้รุกรานก็ตามที City of Life and Death ไม่ได้เรียกร้องความสนใจให้กับชนชาติตัวเอง หรือกล่าวโทษประเทศญี่ปุ่น หากแต่มีเป้าหมายในการแสดงความเสียใจต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น อันเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ของมนุษย์โดยรวมทั้งหมด

ลู่ฉวน ถูกวิจารณ์จากหลายทางถึงมุมมองทางการเมืองภายใต้งานชิ้นนี้ของเขา โดยเฉพาะเมื่อหนังดูจะ “เบามือ” จนถึงการแก่ต่างต่อผู้รุกรานอย่างญี่ปุ่น จนตัวผู้กำกับเองถูกวิจารณ์อย่างหนักจากในประเทศ บานปลายจนไปถึงการเรียกร้องให้ระงับฉาย และขู่ฆ่าผู้กำกับกันเลย ขณะที่ในมุมมองจากภายนอก แม้หนังจะได้รับคำวิจารณ์ค่อนข้างดี ก็ยังมีเสียงจำนวนไม่น้อย ที่ถูกถากถางว่า หนังดูจะหมกมุ่นอยู่กับแนวคิดสมานฉันท์ จนพาหนังให้หลุดจากความสมจริง และความโหดเหี้ยมที่แท้จริงของนานกิงไปไม่น้อย

City of Life and Death ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยน หน้าฉากแห่งประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ครั้งสำคัญของโลก ให้กลายเป็นความบันเทิง ที่น่าเชื่อถือ หนังมีช่วงเวลาอันสนุกตื่นเต้นแบบหนังแอ็กชั่น ความสะเทือนใจ และช่วงเวลาแห่งความหวัง เห็นได้ชัดว่า City of Life and Death เป็นงานที่ผ่านกระบวนการคิดอันละเอียดถี่ถ้วนมาไม่น้อย ที่น่าสนใจหนังได้เปิดเผยความคลี่คลายของ ความแข็งกร้าวแบบจีนลงไปมาก ท่าทีชาตินิยมอันไร้เหตุผลได้ลดทอนลงไป ข้อพิสูจน์จากความสำเร็จทางรายได้ของหนัง และการสนับสนุนจาก ตัวแทนพรรคคอมมิวนิสท์น่าจะเป็นบทพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี

  • Credits
    จัดจำหน่าย – China Film Group
    กำกับ – Lu Chuan
    อำนวยการสร้าง – Lu Chuan, Han Sanping, John Chong
    บทภาพยนตร์ – Lu Chuan
    ถ่ายภาพ – Cao Yu
    ตัดต่อ – Teng Yu
    ดนตรีประกอบ – Liu Tong
    กำกับศิลป์ – Liu Weixin, Dorothee von Bodelschwingh
    ออกแบบเครื่องแต่งกาย – Katja Kirn
    แสดงนำ – Hideo Nakaizumi, Liu Ye, Fan Wei, Gao Yuanyuan, Jiang Yiyan, Ryu Kohata, Liu Bin, John Paisley, Beverly Peckhous, Qin Lan, Yao Di, Zhao Yisui
  • Rating – 4.5/5

10 thoughts on “City of Life and Death (2009, Lu Chuen)

    1. ที่เมืองจีนมีแผ่นออกมาแล้ว ซึ่งก็หมายความว่ามีคน Rip มาเอาลงเน็ตแล้ว ลองดูตามเว็บปล่อยหนังต่างๆ หาได้ไม่ค่อยยากครับ

  1. ได้ดูแล้ว สมจริงมาก เป็นธรรมชาติมากไม่เหมือนว่าดูหนังเหมือนอยู่ในเหตุการนั้นจริง
    บีบคั้นอารมณ์มากติงหน่อยจุดเล็กๆ ตอนที่รบกันแล้วนักแสดงที่เป็น ทหารกระโดดลงมาจากชั้นสองทำได้ไม่เนียนเท่าที่ควรตอนถึงพื้น อย่างอื่นผมให้ห้าดาวดีเท่ากับหนังฮอลิวูด

  2. อยากให้ทุกคนได้ดูเห็นฝีมือการกำกับแล้วต้องบอกเลย ว่าเท่าๆกับสปิลเบอร์กเลยส่วนหนังที่ทำเรื่องนานกิง ของผู้กำกับชาวเยอรมันนั้นต่างชั้นกันมาก ไม่ว่าเรื่องของอารมณ์ตัวประกอบกับนักแสดงเทียบกัน ไม่ติดการแสดงของเขายังแสดงให้เห็นว่า ฝรั่งนั้นเหมือนเทพมาโปรดสัตว์ผู้ทุกข์ยาก ตัวประกอบชาวจีนเล่นไม่สมจริงเหมือนเซ็งๆ
    ผมเริ่มชักอยากจะติดตามผลงานการกำกับของเขาที่ชื่อลู่ฉวนแล้วสิ

  3. สุดยอดครับ ผู้กำกับสร้างหนังได้ละเมียด บีบคั้นอารมณ์ได้ชะงัด แสดงความเป็นตัวตนของมนุษย์ที่มี ดี ชั่ว อยู่ในตัวทุกคน ความผิดถูกมิได้อยู่ที่ทหาร แต่อยู่ที่ผู้นำในขณะนั้น เด็กๆชาวญี่ปุ่นถูกปลูกฝังถูกล้างสมองและถูกฝึกให้เป็นนักรบตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนที่จะประกาศสงครามไปทั่วเอเซีย เป้าหมายแรกคือ จีน จีนเสมือนประตูบานใหญ่ของเอเซีย เด็กญี่ปุ่นถูกเสี้ยมสอนให้เกลียดชัง คนจีน ชาวจีน และประเทศจีน จีนถือว่าเป็นปรปักษ์ต่อญี่ปุ่น ฉะนั้นญี่ปุ่นจึงต้องลงมือฝึกและเคี่ยวกรำเด็กๆเพื่อเป้าหมายในวันข้างหน้าที่ยิ่งใหญ่รออยู่ ดั่งสโลแกนหรูๆที่ญี่ปุ่นกล่าวเอาไว้ว่า “เราจะเป็นผู้ปลดปล่อยเอเซีย” ความเห่อเหิม ความเกลียดชังได้ถาโถมเข้า “นานกิง” ในปี 1937

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s