Boxer Rebellion – กบฎนักมวย (1976, Chang Cheh)

เทียบกันในผู้กำกับหนังของชอว์บราเดอร์หลาย ๆ คน จางเชอะ น่าจะนับเป็นผู้กำกับที่สร้างหนังอิงประวัติศาสตร์ ออกมามากกว่าใครเพื่อน แต่ละเรื่องก็อิงมาก, อิงน้อย, อิงน้อยมากแตกต่างกันไป เพราะส่วนใหญ่แม้จะสร้างเรื่องราวจากเสี้ยวเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง แต่หนังของผู้กำกับระดับตำนาน ยังคงเลือกที่จะแทน้ำหนักไปให้กับบทบู๊และฉากต่อสู้เสียมากกว่า Boxer Rebellion คือหนังอิงประวัติศาสตร์อีกเรื่องของจางเชอะ ซึ่งก็ยังประกอบไปด้วยลีลาเดิม ๆ นะครับ ที่แม้ความเป็นหนังกังฟูยังคงเด่นชัด แต่ถือว่าเป็นงานที่ผู้กำกับรุ่นใหญ่ได้เสนอมุมมองส่วนตัว ต่อแง่มุมทางประวัติศาสตร์ได้พอสมควร จนกลายเป็นผลงานอีกเรื่องของเขาในกลุ่มนี้ดูมีความน่าสนใจในตัวเรื่องอยู่ไม่น้อยเลย

กบฎนักมวยเป็นเหตุการณ์ในในศตวรรษที่ 19 ที่ต่างชาติทั้งประเทศตะวันตกอย่าง อังกฤษ, เยอรมัน, รัสเซีย หรือเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นยังคงรุมทึ้ง มังกรจีน และเริ่มเข้ามามีบทบาทอิทธิผลในประเทศมากมาย ทั้งในแง่การค้า, การเมือง, การทหาร และวัฒนธรรม เมื่อกลุ่มมิชชันนารีเริ่มเข้าไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์

จนชาวจีนผู้รักชาติ ได้รวมตัวเคลื่อนไหวต่อต้านต่างชาติขึ้นภายใต้ชื่อ “กบฎนักมวย” ซึ่งกลุ่มคนฝึกกังฟู ที่ชื่อว่าศาสตร์อันล้ำลึกแห่งศิลปะการต่อสู้จีน จะสามารถต่อกรกับผู้รุกรานจาก ยุโรป อเมริกาและญี่ปุ่นได้กบฏนักมวย ได้ทำการลอบสังหารมิชชันนารีชาวตะวันตก ประณามชาวต่างชาติ และเผาโบสถ์ ฯลฯ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มกบฏนักมวย ได้รับการสนับสนุนจากซูสีไทเฮามาก ทั้งด้านการส่งทัพหลวงมาช่วยและเสริมอาวุธยุทธโธปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งหลังจากปราบกบฏนักมวยได้ไม่นานก็เกิดการโค่นล้มราชวงศ์ชิงขึ้น

แค่ชื่อว่า กบฎนักมวย ก็ดูจะเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งแล้วกับการถูกดัดแปลงเป็นหนังกังฟู นอกจากนั้นเนื้อเรื่องอันว่าด้วยความสิ้นศรัทธา ต่อความยิ่งใหญ่ของชาติจีน ยังเป็นเรื่องราวที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง จางเชอะ เองก็นำเสนอหนังไปในทางที่ยอมรับว่าความพ่ายแพ้แก่ต่างชาติ หาใช่มาจากความชั่วโหดเหี้ยม หรือละโมบโลภมากของฝ่ายตรงกันข้ามเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนสำคัญก็คือ อ่อนแอเปราะบางของชาวจีนเอง

ฟู่เซิง, ชิกวนชุน และ เหลียงเจียเหยิน รับบทเป็นสามพี่น้องที่ได้ข่าวลือของจอมยุทธ หลี่จงชิง (หวังหลงเหว่ย) แห่งสมาคมอี้เหอถวน ที่ตั้งตัวต่อต้านต่างชาติ ด้วยวิชาอาคมณ์แก่กล้า จนสามารถทานทนต่อปืนไฟของพวกฝรั่งได้ หวังเข้าร่วมและใช้สุดยอดเคล็บลับดังกล่าวในการขับไล่พวกต่างชาติ ทั้งสามกลับได้พบว่ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ และน้ำมนต์วิเศษของ อี้เหอถวน เป็นเพียงเรื่องโกหก เพื่อการปลุกใจ สามพี่น้องเห็นผลประโยชน์ร่วมกันจึงเข้าร่วมกับ อี้เหอถวน ในกองกำลังต่อต้านต่างชาติ

แต่แล้วทั้ง 3 ก็ได้พบกับความไม่ชอบมาพากลมากขึ้นเรื่อย ๆ จอมยุทธผู้กล้าหาญ (บรูซ ตง) ต้องเสียสละชีวิตในการต่อสู้ เช่นเดียวกับเพื่อนพี่น้องอีกหลายคน ที่สุดท้ายแล้วทั้งหมดดูจะมีค่าเป็นเพียงหมากเพื่อความก้าวหน้าส่วนตัวของ หลี่จงชิง ผู้นำแห่งอี้เหอถวนเอง

ในหนังที่มีความยาวถึง 2 ชั่วโมง 17 นาที จางเชอะเล่าเรื่องความวุ่นวายของประเทศจีนจากทั้งความเปราะบางภายใน และการรุกรานของต่างชาติ ผ่านตัวละคร 3 ตัวของเขา ตัวเรื่องยังดูให้ความใส่ใจกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เห็นจากการแทรกภาพถ่ายของเหตุการณ์จึงไว้ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งเหตุได้ชัดว่าจางเชอะมองเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยความเศร้า และผิดหวัง หนังพูดถึงความพ่ายแพ้, และความอ่อนแอของชาวจีนเป็นหลัง กลุ่มกบฎนักมวยจึงกลายเป็นกลุ่มกบฎที่ดูสิ้นหวัง และสกปรก เต็มไปด้วยการกระทำอันไร้เหตุผล และควบคุมไม่ได้

ช่วงครึ่งแรกของ Boxer Rebellion หนังทำท่าว่าจะไปได้สวย ด้วยการด้วยการหันมาวิพากษ์ความอ่อนแอของชาวจีนด้วยกันเอง กลุ่มกบฎนักมวยที่เต็มไปด้วยความกลวงงมงาย, ซูฉีไทเฮา ซึ่งดูจะมองความขัดแย้งการรบพุ่งเป็นเพียงเรื่องงิ้ว ตนเองเหมือนคนนอก กว่าจะรู้ว่าสงครามเป็นของจริง ภัยมาถึงตัวพระนาง ซูฉีไทเฮา ก็ต้องทิ้งพระเกียรติ และชุดทรงอันหรูหรา เหลือเพียงเสื้อผ้าของสามัญชนเพื่อการหลบหนีเท่านั้น

แต่สุดท้ายแล้ว โดยรวมแล้ว Boxer Rebellion ไม่ได้ไปไกลกว่าหนังกังฟูโดยทั่วไปเป็นเห็นได้ชัดเจนอะไรนัก สัดส่วนระหว่างคิวบู๊ขายของ กับเนื้อหาที่ผู้กำกับต้องการนำเสนอจริง ๆ ยังคงออกมาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ หนังดูจะเดินไปข้างหน้าได้ดีในช่วงของครึ่งแรก แต่ในครึ่งหลัง เรื่องกลับเริ่มเข้าอีหรอบเดิม กับการยัดเยียดบทตัวโกงอันไร้ความเป็นมนุษย์ให้กลับตัวละครต่างชาติ เพื่อใส่คิวบู๊อันเป็นจุดขายสำคัญได้สะดวกขึ้น ฉากพะบู๊ใน Boxer Rebellion ที่ดูแลโดย หลิวเจียเหลียง เจ้าเก่า ซึ่งเน้นไปในทางความสมจรังสมจัง ประเภทการต่อสู้ในสนามรบ ที่อาจไม่ถูกใจคอกังฟูแท้ ๆ เท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าดีตามมาตรฐานของ หลิวเจียเหลียง และจางเชอะ

อย่างไรก็ตาม Boxer Rebellion ยังเป็นงานที่ออกมาน่าพอใจอยู่ดี แม้หนังจะไม่ได้สมบูรณ์แบบในแง่ของเนื้อเรื่อง แต่รายละเอียดสิ่งละอันพันละน้อยที่ จางเชอะ ใส่เข้ามายังมีหลาย ๆ ตอนหลาย ๆ ตัวละคร ที่มีความน่าสนใจ การเสนอภาพของชาวจีนที่มีปฏิกิริยาต่อกาารุกรานของต่างชาติในแบบต่าง ๆ กัน ตัวละครของ ชิกวนชุน เป็นตัวละครของแทนสายตาของคนดู ที่ไม่สามารถเลือกได้ว่าในช่วงที่ย่ำแย่ที่สุดของประวัติศาสตร์จีน อะไรกันแน่ที่เลวร้ายกว่ากันระหว่างศัตรูที่ไร้ความปราณี และเพื่อนร่วมชาติที่เริ่มทำรายกันเอง

ฉากสำคัญต่อหนึ่งของเรื่องก็ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ เป็นตอนที่กลุ่มกบฎนักมวยต้องเข้สาธิตวิชากังฟู ที่ไม่ยี่หระต่อคมดาบคม กระสุนปืนของพวกเขา ต่อหน้าพระที่นั่ง ซึ่งแท้จริงแล้วทั้งคนดู และตัวละครเอกทั้ง 3 ต่างทราบดีว่า วิชาที่ว่าเป็นเพียงเรื่องโกหกหลอกเด็กเท่านั้น การสาธิตวิชาจึงเป็นเพียงการเล่นกายกรรมตบตา ที่ต้องใช้ชีวิตเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนเพื่อความสมจริงสมจัง

กำกับ – จางเชอะ
แสดงนำ – Alexander Fu Sheng, Liang Chia-Jen, Chi Kwan Chun, Li Li-Hua, Hu Chin, Richard Harrison, Jenny Tsang
Rating – 4/5

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s