Detective Dee – The Mystery of Phantom Flame : ตี๋เหรินเจี๋ย ดาบทะลุคนไฟ (2010, Tsui Hark)

Detective Dee ผลงานใหม่ล่าสุดของ ฉีเคอะ ที่หวังกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง หลังจากล้มเหลวติดต่อกันมาหลายปีหลายเรื่อง ครั้งหนึ่งฉีเคอะเคยถูกเรียกว่าเป็น “สปีลเบิร์กแห่งเอเชีย” อาจเรียกได้ว่า 10 ปีที่ผ่านมา เขาแทบไม่มีหนังที่สร้างผลกระทบอะไรต่อวงการภาพยนตร์ได้เลย Detective Dee เป็นโอกาสอีกครั้งของผู้กำกับระดับลายคราม ที่จะกลับมายืนอยู่แถวหน้าอีกครั้ง

1. หนังเล่าเรื่องราวในสมัยราชวงศ์ถัง เมื่อสมเด็จจักรพรรดินีหวู (บูเช็คเทียน – รับบทโดย หลิวเจียหลิง) จะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิหญิงองค์แรก (และองค์เดียว) ของประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ยาวนานของราชวงศ์จีน ความในความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จึงเกิดเคลื่อนไต้น้ำมากมายในราชสำนัก และทางการทหาร เชื้อพระวงศ์บางคนเริ่มมีพฤติกรรมน่าสงสัย ในการสะสมกำลังทหารแบบมีพิรุจ แต่การเตรียมงานขึ้นสู่บัลลังก์ของพระนางหวูก็ยังดำเนินต่อไป จนกระทั่งเกิดเหตุพิสดาร กับการเสียชีวิตของข้าราชการคนสำคัญสองท่าน นายช่างใหญ่ผู้คุมงานก่อสร้างรูปหล่อโลหะขนาดยักษ์ของพระนาง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงแห่งสำนักงานศาลสูงสุด ต่างเสียชีวิตด้วยเหตุประหลาด มีไฟลุกท่วมตัว โดยไม่สามารถหาสาเหตุหรือหลักฐานใด ๆ ได้เลย

2. ตี๋เหรินเจี๋ย (หลิวเต๋อหัว) อดีตข้าราชการตงฉิน ผู้เคยต้องคดีร้ายแรงจากการวิจารณ์จักรพรรดินีหวูจนถูกจองจำกว่า 8 ปี ได้ถูกตามตัวโดยพระนางหวูให้มาทำคดีดังกล่าว เพื่อคลี่คลายความยุ่งยากก่อนถึงวันสำคัญ ในการทำงานของ ตี๋เหรินเจี๋ย ถูกติดตามช่วยเหลือ (และจับผิด) อย่างละเอียดโดย ซ่างกวนหลิงเอ๋อ (หลี่ปิงปิง) นางสนม, องค์รักษ์ และคนสนิทของพระนางหวู นอกจากนั้นยังมี ตงไหล (เติ้งเชา) มือปราบหนุ่มผู้เคลือบแคลงสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนชาทา (เหลียงเจียฮุย) หัวหน้างานผู้มีความสนิทสนมเป็นพิเศษกับ ตี๋เหรินเจี๋ย ก็คอยช่วยเหลือให้ข้อมูลที่ไม่มีใครทราบโดยเฉพาะหลักฐานของ ‘เต่าเพลิง’ แมลงลึกลับที่อาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต

3. Detective Dee ได้รับการโปรโมตในฐานะหนังเชอร์ล็อกโฮมส์แห่งเอเชีย ในทางของหนังนักสืบผลงานของฉีเคอะ มีเนื้อเรื่องที่พอไปวัดไปวาได้ อย่างไรก็ตามความลึกลับของหนังยังคงอยู่ในระดับที่ผู้ชมพอจะเดาได้ โดยเฉพาะในเรื่องของตัวของฆาตกร ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของหนัง เพราะในฐานะหนังนักสืบ Detective Dee ยังฉลาดน้อยเกินไป ลึกลับซับซ้อนน้อยเกินไป (เฉพาะในส่วนของคดีความ)

4. อย่างไรก็ตามกว่าเรื่องราวจะเดินทางไปถึงตอนนั้น เรื่องราวถูกถักทอขึ้นอย่างน่าสนใจ ฉีเคอะ สร้างโครงสร้างการปกครอง และความสัมพันธ์ของตัวละครได้อย่างน่าพึงพอใจ และดีพอที่จะทำให้หนังดึงดูดความสนใจของคนดู (อย่างผม) ไปจนตลอดรอดฝั่งได้

5. Detective Dee เป็นเรื่องของการเมือง, เป็นเรื่องของความขัดแย้งในราชสำนัก, เป็นเรื่องความการเมืองระหว่างเพศ หนังน่าสนใจตรงที่วางตัวละคร ตี๋เหรินเจี๋ย ไว้ที่ตำแหน่ง ‘คนในอยากออก’ หรือกล่าวคือ เป็นฟันเฟืองตัวหนึ่ง (หรืออย่างน้อยก็เคยเป็น) ในความขัดแย้ง ที่พยายามกันตัวเองออกมาจากเรื่องทั้งหมด เพื่อทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ แน่นอนว่าเขาทำไม่ได้ ทำให้เรื่องทั้งหมดยุ่งยากขึ้นไปอีก

6. หนังยังประกอบการแสดง และนักแสดงที่ยอดเยี่ยม (ซึ่งเป็นจุดแข็งในหนังของฉีเคอะอย่างเสมอมา) สำหรับนักแสดงในเรื่องผมอยากจะเอ่ยถึงนักแสดงหญิงทั้งสองคนก่อน หลิวเจียหลิง และหลี่ปิงปิง ให้การแสดงที่ยอดเยี่ยม และแน่นอนว่าผู้หญิงในหนังของฉีเคอะไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา แต่เป็นระดับวีรสตรี (ดูตัวอย่างได้จาก โปเย, ซูซัน, ม่านประเพณี, Seven Swords) ตัวละครหญิงทั้งสองใน Detective Dee จึงเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งความลึกลับ และน่าหวาดระแวง ซึ่งฉากปะทะทางอารมณ์และคารมของนักแสดงหญิงทั้งสอง กับหลิวเต๋อหัว ก็เป็นอีกไฮไลท์สำคัญของหนัง พูดถึงประวัติศาสตร์การทำงานที่ผ่านมาฉีเคอะมักจะนิยมไปที่ตัวละครประเภทวีระบุรุษ, วีระสตรี แต่ในขณะที่ตัวละครชายของฉีเคอะดูจะเป็นพวกหมกมุ่นกับอุดมคติส่วนตัวจนน่ารำคาญ ตัวละครหญิงของเขากลับเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและซับซ้อน พระนางหวู และฉางคงหลิงเอ๋อ ก็มีคุณสมบัติข้อนี้อย่างเต็มเปี่ยม

7. หลิวเต๋อหัว ไปได้ดีกับบท ตี๋เหรินเจี๋ย หลังจากหนังสองเรื่องล่าสุดของเขา (Looking for A Star, Future X Cop) ไม่ใช่งานที่น่าประทับใจนัก หลิวเป็นดาราแบบดาราจริง ๆ คือส่วนใหญ่เล่นเรื่องไหนก็มีบุคลิกที่คล้าย ๆ กันไปหมด บางคนไม่ชอบแต่ผมชอบนักแสดงลักษณะนี้นะครับ ในกรณีของหลิวเต๋อหัวเขาแสดงหนังด้วยเสน่ห์และลีลาส่วนตัว เป็นพลังในแบบที่คนอื่นไม่มีทางเหมือน

8. ที่จะลืมไม่ได้ก็คือ เติ้งเชา นักแสดงหนุ่มหน้าจืดแห่งวงบันเทิงจีน ก็โดดเด่นเหลือเกินกับบทสมบท ‘มือปราบเผือก’ ตงไหล ซึ่งถือว่ามีบทบาทต่อตัวเรื่องอยู่พอสมควร แต่ที่น่าสนใจกว่าก็คือการออกแบบคาร์แร็คเตอร์ตัวละครตัวนี้ออกมาได้อย่างน่าสนใจ นอกจากผิวกายและสีผมที่ขาวเผือกอย่างผิดปกติแล้ว ยังมีลีลาท่าทางแปลกประหลาด และอาวุธที่บันเจิดสุด ๆ

9. สุดท้ายแล้วแน่นอนว่างานของ ฉีเคอะ นั่นความโดดเด่นที่แท้จริงหาใช่อยู่ที่เนื้อหาหรือบทภาพยนตร์ แต่เป็นการสร้างวิชวลอันน่าตื่นตาตื่นใจ วิสัยทัศน์ในการวาดภาพที่แปลกแตกต่าง ทั้งฉาก, เสื้อผ้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ (ฉีเคอะ ไม่ใช่ผู้กำกับในแบบเดียวกับ อังลี หรือ จางอี้โหมว ที่กระดิกเท้ารอ และปล่อยให้งานออกแบบเป็นหน้าที่ของทีมงาน ‘ระดับโลก’ แต่ผู้กำกับชาวฮ่องกงระดับตำนานผู้ยังมีลมหายใจท่านนี้ ลงไปคลุกคลีกับขั้นตอนของการออกแบบงานสร้างอย่าง ด้วยตนเอง ) ซึ่งความโดดเด่นข้อนี้ยังปรากฏอยู่อย่างชัดเจนใน Detective Dee อันเป็นที่มาของคำวิจารณ์ว่าหนังมีงานภาพที่น่าสนใจ แต่เนื้อเรื่องน่าเบื่อหน่าย ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นข้อวิจารณ์ที่มีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่สำหรับผมภาพรวมของบรรยากาศ และโปรดักชั่น เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Detective Dee น่าสนใจ ผมเชื่อว่ามันไม่เพียงเป็นความสวยงามทางตา แต่ยังมีเรื่องราวอยู่ในนั้นได้

10. หงจินเป่า รับหน้าที่กำกับคิวบู๊ ผลงานครั้งนี้ไม่อาจเทียบเท่ากับสิ่งที่ ดาราแอ็กชั่น/ผู้กำกับคิวบู๊แถวหน้าของวงการคนนี้ เคยทำมาใน Ip Man ทั้งสองภาค เพราะน้ำหนักความโดดเด่นของฉากต่อสู้พะบู๊ใน Detective Dee อยู่ที่การดีไซน์อาวุธยุทโธปกรณ์อันสุดพิสดารในหนัง ผ้าพริ้วถูกนำมาใช้อีกครั้ง แต่ดาวเด่นของจริงในงานนี้คือกระบองอาญาสิทธิ์ที่ตัวละครของหลิวเต๋อหัวใช้

11. ในฐานะ ฉีเคอะแฟนบอย ผมพอใจใน Detective Dee ถ้าเทียบแล้วความพอใจดังกล่าวอาจจะน้อยกว่าในตอนของ Seven Swords อยู่เล็กน้อย (ซึ่งเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัว) แต่ในด้านของคุณภาพโดยรวมต้องยอมรับว่า Detective Dee มีคุณภาพดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เป็นหนังของฉีเคอะที่ดีที่สุดในหลาย ๆ ปีมานี้เลย

กำกับ: ฉีเคอะ
บทภาพยนตร์: Chen Kuo Fu
กำกับคิวบู๊: หงจินเป่า
แสดงนำ: Andy Lau Tak Wah, Tony Leung Ka Fai, Carina Lau Kar Ling, Li Bing Bing, Deng Chao, Richard Ng Yiu Hon, Du Yiheng, Yao Lu
Rating: 4.5/5

Advertisements

15 thoughts on “Detective Dee – The Mystery of Phantom Flame : ตี๋เหรินเจี๋ย ดาบทะลุคนไฟ (2010, Tsui Hark)

  1. ไปดูมาแล้วค่ะถูกต้องทุกอย่างเลยค่ะ แต่ยังไงหนังในด้วยใจของดิฉันก้อคือSeven Swords อยู่ดี
    ว่าแล้วไปเปิดดูอีกซักหนึ่งรอบดีกว่า ไปดูด้วยกันไหมค่ะ?….5555 แหมแต่อยากได้ตอนที่ไม่ตัดทอนอยู่ดีนั่นแหละ…

  2. น่าดูดีนะครับ เสียดายหนังฮ่องกง มันไม่popเท่าเมื่อก่อนแล้ว
    ตอนนี้เฮียหลิว อายุเท่าไหร่แล้วครับเนี่ย

  3. ไปดูมาแล้วครับถึงจะไม่ยอดเยี่ยมที่สุดแต่นี่คืองานคืนฟอร์มของฉีเคอะที่สุดแล้ว ดูบทที่หลี่ปิงปิงเล่นแล้วทำให้นึกถึง
    ตงฟางปุ๊กป้ายซะงั้นฉีเคอะน่าจะทำให้ตัวละครตัวนี้เป็นปริศนาไปเลยว่าชายหรือหญิงประเด็นรักสามเศร้าก็น่าจะสอดแทรกเข้ามาได้ ในส่วนของตงไหลยอดเยี่ยมครับดูไม่น่าไว้วางใจ ..ชอบตอนที่เฮียหลิวเจอเฮียเหลียงเป็นธรรมชาติจริงๆเหมือนเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันมานาน ก็ขอถามซะเลยว่างานสุดท้ายที่ทั้งคู่พบกันก่อนเรื่องนี้คือเรื่องอะไร

  4. ถ้าจำไม่ผิด ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับนักการเมือง อิทธิพล ใช่ไหมครับ แต่จำชื่อเรื่องไม่ได้

  5. ฉีเคอะคืนฟอร์มหน่อยๆ..แต่ไม่ที่สุด หากไม่ได้หลิว มาแสดง หนังอาจจะเป้ก!อีก ตัวละครน่าสนใจจริงๆคือบทของหลี่ปิงปิงกับคนเผือกตงไหล..ว่าจะออกมาทิศทางไหน หลี่ปิงปิง ทายถูกเพราะหนังหลิว เกือบทุกเรื่อง ไม่พระเอกหรือนางเอกจะต้องตาย..(เรียกนางเอกเพราะรักพระเอก) คนเผือกตงไหล..จะรักนางเอกหรือแค่คู่กัดทางความคิด น่าเสนอออกมาเลย การสืบคดีทำได้ไม่น่าสนใจเท่าไร(ความเห็นส่วนตัว เพราะหลงไหลกับตัวละครมากกว่า)หลิว..ก็ยังเหมือนเดิม ยังงัยก้อยังงั้น..เป็นเอกลักษณ์ดี..หนังดูสนุกครับบบบบ

  6. คนไม่แตก นรกแตก..จำได้แต่ชื่อเรื่องนะครับคุ้นมากๆแต่กับจำเรื่องราวไม่ได้ช่วยขยายหน่อยได้มั๊ยครับ

  7. หนังปี 1997 ทำเงินในฮ่องกง 18.2 ล้านเหรียญ อันดับ 3 ของปีเลยนะนั้น…เป็นเรื่องราวของนายตำรวจหนุ่ม(หลิวเต๋อหัว)ตามจับนักการเมืองใหญ่(เหลียงเจียฮุย)เค้าโครงจากเรื่องจริงของใต้หวัน …ตอนจบตำรวจหนุ่มเราก็สอบได้เป็นอัยการใต้หวัน และได้แต่งงานกับนางเอก จำได้แค่นี้แหละ..

  8. ขอบคุณ คุณตะหลิวครับ พอบอกว่าเป็นหนังตำรวจจับโจรยิ่งไปกันใหญ่เลยเพราะฮ่องกงขึ้นชื่อว่าผลิตหนังแนวนี้มากที่สุดในโลก แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าตัวเอง(คง)พลาดหนังเรื่องนี้ได้อย่างไรคงต้องตามหามาดู..

  9. หนังมันเก่านะ ค่ายหนังนำลงแผ่น จะเปลี่ยนชื่อไทยบ้าง อย่างค่ายโรส เป็น คนเดือด เมืองเถื่อน ของ อีวีเอส เป็นชื่อเดิมนะ ให้ดูชื่อภาษาปะกิตแล้วกัน..

  10. อลังการงานสร้าง สมเป็นหนังฉีเคอะ ทุกอย่างหรูหรามาก คิดว่าหรูหรากว่าที่สมัยนั้นบูเช็คเทียนสั่งทำซะอีก ผูกเรื่องได้สนุกตั้งแต่ต้นเรื่อง จนถึงใกล้จบเรื่อง แต่ตอนจบคิดว่าเป็นส่วนที่ทำให้ลดทอนคุณภาพของหนังในภาพรวมไปหลายแต้มเลย

  11. ทำไมต้องเทียบว่าเป็น “เชอร์ล็อค โฮล์มส์” แห่งเอเชีย ทั้งที่ ตี๋เหรินเจี๋ย เกิดก่อนตั้งเป็นพันๆปี อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่มีอยู่จริง ไม่เหมือน “เชอร์ล็อค โฮล์มส์” ที่เป็นแค่เรื่องแต่ง แต่ถึงอย่างนั้น คนแต่งเรื่อง “เชอร์ล็อค โฮล์มส์” ก้อเกิดหลัง ตี๋เหรินเจี๋ย อยู่ดี คุณน่าจะบอกว่า “เชอร์ล็อค โฮล์มส์” เก่งเหมือน “ตี๋เหรินเจี๋ย” ด้วยซ้ำไป หรือพูดว่า “เชอร์ล็อค โฮล์มส์” เป็น ต๋เหรินเจี๋ยแห่งตะวันตก ……….

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s