ไม่ว่าโจทย์ของ City Under Siege หนังแอ็กชั่น/แฟนตาซี/ไซไฟ ที่มี กัวฟู่เฉิง แสดงนำเรื่องนี้จะคืออะไรระหว่าง การสร้างหนัง X-Men แบบฮ่องกง หรือ รื้อฟื้นบรรยากาศหนังแบบ “เมืองหน้าขนใครจะทำให้มันเกลี้ยง” ขึ้นมาอีกครั้ง ผลที่ออกมาก็คือล้มเหลวทั้งคู่ … หนังไม่มันส์, ไม่ฉลาด, ไม่ซาบซึ้ง, ไม่หลุดโลก เป็นความล้มเหลวอีกครั้งของผู้กำกับที่ผมไม่เคยเชื่อมือเลยที่ชื่อว่า … เบนนี่ ชาน

1. หนังเล่าเรื่องของกลุ่มนักแสดงคณะละครสัตว์ ที่ได้ค้นพบสมบัติในถ้ำโบราณ เหมือนเปิดออกมาควันกลับพวยพุ่งใส่พวกเขา กลายเป็นสิ่งที่ทำให้รายกายของทุกคนเกิดความแปลง

2. กัวฟู่เฉิง รับบทเป็นตัวละครที่มีชื่อว่า ซันนี่ ลูกชายของอดีตนักปามีดผู้ยิ่งใหญ่ ที่มีสภาพเป็นเพียงตัวตลกในคณะกายกรรม ซันนี่ โดนควันเข้าไปเป็นคนแรก และยังถูกคนอื่น ๆ พยามฆ่าตายเพื่อปิดปากการบุกถ้ำสมบัติในครั้งนี้ เขาถูกโยนลงทะเลไปและพื้นขึ้นมาบนชายฝั่งฮ่องกง พร้อมกับรายการที่อืดอ้วนอย่างผิดปกติ

3. ขณะเดียวกันกลุ่มนักแสดงคณะกายกรรมคนอื่น ๆ ที่นำโดย ดารานักปามืด (คอลิน จู) กลับมีพละกำลังเพิ่มขึ้นจนเรียกว่าเหนือมนุษย์ ในเวลาเดียวกันลักษณะร่างกายภาพนอกของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ผมร่วง, กล้ามเนื้อร่างกายปูดโปน ขณะที่ฝ่ายของ ซันนี่ ร่างกายกลับเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะเดียวกันพลังกายและศักยภาพทางร่างกายก็ยังเพิ่มพูลขึ้นเช่นเดียวกัน เขายังมีโอกาสช่วยจับโจรปล้นธนาคาร จนได้พบกับนักข่าวสาว “แอนเจิล” (ซูฉี) และกลายเป็นคนดังระดับชาติ

4. สุดท้าย ซันนี่ กลายเป็นเป้าหมายของอดีตเพื่อนเก่า กลุ่มนักแสดงกายกรรม ที่ขณะนี้รายการแทบจะห่างไกลไปจากความเป็นมนุษย์ขึ้นเรื่อย ๆ และคิดว่าเลือดของ ซันนี่ จะเป็นยาที่สามารถช่วยให้พวกเขากลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้งได้

5. ปัญหาของ City Under Siege มีอยู่ด้วยกันหลายประการ ทั้งความเชยของเรื่องราวและบทภาพยนตร์, ซับพล็อตที่วุ่นวาย, งานออกแบบ (โดยเฉพาะการออกแบบมนุษย์กลายพันธุ์) ที่ดูไม่น่าสนใจ, ตัวละครซ้ำซากจำเจ, คิวบู๊นาเบื่อและน่ารำคาญ, พูดรวม ๆ ว่าเป็นงานจับฉ่ายที่เอาดีทางไหนไม่ได้ซักทาง … ผมมีความรู้สึกว่าผู้สร้างอยากจะทำหนังแบบ X-Men แต่ยังหน้าบางเกินกว่าที่จะลอกมาทั้งดุ้น จึงพยายามใส่ไอเดียใหม่ ๆ เข้าไปมากมาย ซึ่งต้องพูดตรง ๆ ว่าไม่มีไอเดียไหนเลยที่เข้าท่า

6. หนังพยายามใช้เรื่อง “การปามีด” ที่ทั้งตัวเอก และตัวร้ายใช้เป็นอาวุธประจำตัวเข้ามาเพื่ออธิบายอะไรบางอย่าง แต่มันไม่ได้ชัดเจนพอ และไม่มีคุณค่าที่จะขบคิดถึงด้วย

7. สำหรับดาราสาว ซูฉี แสดงเป็นนักข่าวสาวตกรุ่น ที่การได้พบกับมนุษย์กลายพันธุ์ฮีโร่อย่างพระเอกกลับทำให้อาชีพหน้าที่การงานของเธอมีแววกลับมารุ่ง เป็นตัวละครที่ไม่ได้มีความพิเศษอะไรนัก นอกจากนั้นพล็อตรองที่ตัวร้ายหลงรักเธออย่างหัวปักหัวปำก็ดูไม่ค่อยมีเหตุผลนัก … ส่วนตัวผมคิดว่าเรื่องราวที่ตัวละครของเธอกำลังตกกระป๋องจากงานอ่านข่าว หลังโดนรุ่นใหม่มาแรง (สาวเซ็กซี่ โจวซิ่วนา) เขี่ยทิ้งออกจะดูน่าสนใจกว่าด้วยซ้ำ

8. แทบไม่มีอะไรดีเลยเหรอ ? ไม่ถึงขั้นนั้นเสียทีเดียวครับ อย่างน้อยตัวละครนายตำรวจหนุ่มที่คอยให้ความช่วยเหลือพระเอก ก็พอจะมีความเท่ห์ และรายละเอียดต่าง ๆ ของตัวละครที่พอจะน่าจดจำอยู่บ้าง นอกจากนั้น นักแสดงหนุ่มอู๋จิ่ง ที่สวมบทบาทเป็นตัวละครตัวนี้ยังได้โชว์ลีลาคิวบู๊สวย ๆ เจ๋ง ๆ โดยไม่ต้องทำหน้าท่าทางเป็นตัวประหลาดเหมือนกับนักแสดงคนอื่น ๆ ในเรื่อง ทำให้ช่วงเวลาทุกวินาทีที่มีเขาอยู่ในหนัง พอจะสร้างความบันเทิงขึ้นมาได้บ้าง …

หนังพยายามจะอธิบายตรรกะเหตุผลอะไรเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ตัวละครแปลก ๆ ตำรวจจอมยุทธที่ไม่ค่อยมีแบล็คกราวน์อะไรมากมาย นอกจากโคตรเก่ง และกำลังจะวิวาห์กับตำรวจหญิงคู่หูของเขา (จางจิงชู) ตัวนี้กลับดูน่าสนใจกว่าใครเพื่อน

1/5 (City Under Siege เป็นเหมือนกับ Future X Cop ของปีนี่ แตกต่างกันที่หนังไซไฟโลกอนาคตของหลิวเต๋อหัวเรื่องนั้นเป็นหนังห่วย ๆ ที่พอจะสร้างความบันเทิงได้บ้าง แตกต่างกับหนังของกัวฟู่เฉินเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง)


Advertisements