Review: SPL II: A Time for Consequences (Cheang Pou-soi, 2015) 4/5 …. “น่าพอใจ! สมการรอคอย! แต่ดีที่สุดของ “จา” รึเปล่า?”

หนังจีนเรื่องแรกในชีวิตของ “จา พนม” ที่งานนี้พูดได้ว่าเป็นพระเอกเต็มตัวคู่กับ “อู๋จิง” แต่เทียบกันแล้วก็ต้องยอมรับว่า จา บทน้อยกว่านิดๆ … และหนังไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับ SPL 1 แต่อย่างใด

พูดเรื่องความเป็นหนัง SPL II น่าจะเป็นหนังของ จา พนม ที่มีเนื้อเรื่องเป็นเรื่องเป็นราวมากที่สุด จา แสดงเป็น “ชัย” ผู้คุมคุกที่ลูกสาวกำลังปวยหนัก รอความหวังผู้บริจาคไขกระดูกที่เข้ากับร่างกายของเธอได้ …. ส่วน อู๋จิง เป็น “คิต” ตำรวจสายลับที่แฝงตัวเข้าไปแก๊งค้ามนุษย์ ที่แผนแตก เกิดความผิดพลาด จนเขาถูกจับได้ และโดนจับยัดคุกในเมืองไทย ที่ลูกน้องแก๊งมาเฟียคอยดูแลอยู่ … แต่ความเป็นไปได้ 1 ใน ล้านก็เกิดขึ้นจนได้ เพราะ คิต คือคนที่มีไขกระดูกตรงกับลูกของชัยนั่นเอง

หนังอาจจะไม่ได้เล่าเรื่องที่สุดยอดอะไร แต่อย่างน้อยก็ยังปั้นตัวละครออกมาได้ดี สำหรับหนังบู๊ “เรื่อง” ไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญที่สุด แต่ตัวละครคือสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ถ้าปั้นออกมาไม่ดี การต่อสู้มันก็จะไม่มีความหมายอะไร ซึ่งในจุดนี้ถือว่า SPL II สอบผ่านครับ

Cheang Pou-soi เล่าหนังออกมามีลูกล่อลูกชนพอสมควร มีการใช้เทคนิคหลายๆ อย่าง ทั้งเล่าเรื่องไม่ตามลำดับเวลา, ตัดสลับเหตุการณ์, เล่นภาพลองเทคแบบดูแล้วก็ชวนให้ทึ่งว่า “มึงถ่ายกันยังไงเนี่ย” …. SPL II คุมโทนหนังได้ดูดีมีระดับเหนือหนังแนวนี้ทั่วๆ ไป ปัญหาเกิดขึ้นนิดหน่อย บางฉากเหมือน ผกก. อยากจะโชว์ออฟเทคนิคอะไรบางอย่างจนเกินควร

หลังถูกปรามาสว่าคงเล่นบทอะไรไม่ได้นอกจากบทบ้านนอกเข้ากรุงแบบ องค์บาก หรือ ต้มยำกุ้ง จา พนม ดูจะแสดงได้เป็นชิ้นเป็นอันเป็นครั้งแรกในหนังเรื่องนี้ ส่วน อู๋จิง ก็ไปได้ดีกับบทตำรวจติดยาในเรื่อง แต่คนที่เด่นจริงๆ ดันเป็น “แม็กซ์ จางจิ้น” เจ้าของบท ผู้คุมคุกมาดเนียบสูทเรียบ ที่ดูทั้งเท่ห์ทั้งโรคจิต ออกมาเมื่อไหร่ก็เด่นทุกฉาก กลบรัศมีสองพระเอกไปบ้างเหมือนกัน

SPL II ยังมีดาราเล่นกันเยอะจริงๆ กู๋เทียนเล่อ เป็นหัวหน้าตัวร้ายที่ดูทั้งวิปริตทั้งน่าสงสาร, เยิ่นต๊ะหัว เป็นตำรวจรุ่นเก๋ากุญแจสำคัญของเรื่อง ที่ต้องบอกว่าบทแบบนี้พี่เยิ่นแกน่าจะเล่นมาร้อยกว่ารอบแล้ว หนังยังมีดาราวัยรุ่น Babyjohn Choi มารับบทเป็นตำรวจหนุ่ม (ผู้โชคร้าย) ส่วนสาวเซ็กส์ Candy Yuen ก็โผล่มาซีเควนนึงด้วย แม้บทจะไม่มากแต่ก็น่าจดจำทีเดียว (เรื่องนี้ไม่มีโชว์) คนที่เป็นอายุลับจริงๆ ของหนังก็คือ พี่วิโรจน์ “เคนโล” แซ่โว้ ที่เล่นเป็นลูกพี่ จา พนม นอกจากจะพูดไทยทั้งเรื่องแล้วบทก็ยังเด่นจริงๆ

สำหรับคิวบู๊ …. ใครรำคาญคิวบู๊แนวเหินเวหาโหนสลิงแบบผม (และสหายหลายๆ ท่าน) คงต้องทำใจกันล่วงหน้านิดหน่อย เพราะผกก. คิวบู๊ Nicky Li แกสายเล่นสลิงค์อยู่แล้ว เรียกว่าบินกันสนุกเย … โอเคว่าหนังมีฉากบู๊ดีๆ อยู่หลายฉาก … แต่ปัญหาสำหรับผมก็คือยังไม่มีฉากไหนที่ถึงขั้น “สุดยอด” อย่าง 3 ฉากของ SPL ภาคแรก … สำหรับ จา พนม ดูจะเสียเปรียบดาราร่วมบู๊อีกสองคน ตรงที่ผกก. คิวบู๊ดูจะยังไม่ค่อยเข้าขากับ จา เท่าไหร่นัก จึงดูไม่สามารถสร้างซีนเจ๋งให้ จา ได้เท่าที่ คุณพันนา เคยทำมา … เข้าใจว่าคิวบูีหลายๆ ฉากออกแบบมาสำหรับการฉายระบบ 3D เมื่อมาดูแบบธรรมดาๆ ก็คงดร็อปไปบ้างพอสมควร

ฉากบู๊ผมชอบที่สุดในหนังกลับกลายเป็นฉาก “มือมีด” ที่ไม่ได้มี จา พนม, อู๋จิง และ จางจิ้น มีส่วนร่วมอยู่เลย

SPL II อาจจะดีลำดับต้นๆ ของ จา พนม แต่สำหรับการเป็น “หนังบู๊” ผมยังชอบความสดใหม่ของ “องค์บาก” มากกว่าครับ … และแน่นอนว่า SPL II ยังถือว่าห่างจาก SPL I อยู่ประมาณช่วงตัวนึง

กำกับ : Soi Cheang Pou-Soi
บท : Jill Leung Lai-Yin, Wong Ying
กำกับคิวบู๊ : Li Chung-Chi
แสดงนำ : Tony Jaa, Wu Jing, Zhang Jin, Louis Koo Tin-Lok, Simon Yam Tat-Wah, Unda Kunteera Yhordchanng, Ken Lo Wai-Kwong, Jun Kung, Babyjohn Choi, Philip Keung Ho-Man, Ai Wai, Dominic Lam Ka-Wah, Candy Yuen Ka-Man, Zhang Chi, Aaron Chow Chi-Kwan, Law Wing-Cheong, an
เรตติ้ง : 4.0/5




โฆษณา

City Under Siege – ยึดเมืองแหวกมิติ (2010, Benny Chan) 1/5

ไม่ว่าโจทย์ของ City Under Siege หนังแอ็กชั่น/แฟนตาซี/ไซไฟ ที่มี กัวฟู่เฉิง แสดงนำเรื่องนี้จะคืออะไรระหว่าง การสร้างหนัง X-Men แบบฮ่องกง หรือ รื้อฟื้นบรรยากาศหนังแบบ “เมืองหน้าขนใครจะทำให้มันเกลี้ยง” ขึ้นมาอีกครั้ง ผลที่ออกมาก็คือล้มเหลวทั้งคู่ … หนังไม่มันส์, ไม่ฉลาด, ไม่ซาบซึ้ง, ไม่หลุดโลก เป็นความล้มเหลวอีกครั้งของผู้กำกับที่ผมไม่เคยเชื่อมือเลยที่ชื่อว่า … เบนนี่ ชาน Read More

Mismatched Couples (Yuen Wo-Ping, 1985)

Mismatched Couples เปิดฉากด้วยท่าเต้นแบรกแดนซ์ของ ดอนนี่ เยน aka เจินจื่อตัน aka อาจารย์ยิปมัน ในวัยหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวกับบทตลกในแบบที่เราคงไม่ได้เห็นบ่อยนัก ในหนังของเขาในปัจจุบัน ผลงานของปรามจารย์กังฟู หยวนวูปิง เรื่องนี้มีจุดขายสำคัญที่สุดก็คือ วัฒนธรรมวัยรุ่นยุค 80s เป็นงานเก่า ๆ ประหลาด ๆ ของยอดนักบู๊ดาวเด่นยุคปัจจุบันนี้ที่น่าสนใจดีเหมือนกัน Read More

Black Cat – หัวใจเธอมันน่ากราบ (1991, Stephen Shin)

Black Cat หรือ หัวใจเธอมันน่ากราบ ผลงานแจ้งเกิดของนางเอกสาวเหลียงเจิ้น และเป็นหนึ่งใน หนังประเภท สาวกับปืน (Girl With Gun) ที่หลายๆ คนยังคงจำได้ Read More

Connected – โฟนอินมรณะ (2008, Benny Chan Mu-Sing)

Connected หนังแอ็กชั่นทริลเลอร์ ฟอร์มใหญ่อีกเรื่องจากฮ่องกงปี 2008 ที่ระดมดาราดังๆ จากทั้งฮ่องกง ไต้หวัน และแผ่นดินใหญ่ ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือที่มาของตัวเรื่อง ที่นี้นับเป็นครั้งแรกๆ ที่ทางผู้สร้างหนังฮ่องกง เป็นฝ่ายซื้อลิขสิทธิ์หนังอเมริกันมารีเมกบ้าง Read More

The Magic Crystal – 3 ซ..ซ่าส์ ซิ่งส์ ซิงส์ (1987, Wong Jing)

หนังบู๊เรื่องหนึ่งในยุค ที่เรียกกันว่า “Golden Age” ของยุคทอง ของฮ่องกง กำกับโดยผู้กำกับที่ชื่อว่า หวังจิง เห็นชื่อนี้ ในยุคนั้น การันตีได้สองอย่าง หนึ่งหนังออกมาบ้าบอคอโป่ง ไม่สนหลักตรรกะ หรือศาสตร์ทางภาพยนตร์อะไรให้เสียเวลา สองหนังเรื่องนั้นพอจะดูสนุก ดูฆ่าเวลาได้ เป็นอย่างดี ประเภทดูปุ๊ปลืมปัป คุณสมบัติสองประการนี้ก็พอจะ ไปกันได้กับหนังเรื่อง The Magic Crystal แต่ที่มากไปกว่านั้นหนังยังมีคิวบู๊ระดับเทพแถมมาให้ด้วย Read More

The Country of Beauties – พิศวาสเมืองแม่ม่าย (1981, Ulysses Au-Yeung Jun)

The Country of Beauties เริ่มต้นด้วยคำบรรยายอรัมภบท ที่เล่าถึงยุคสมัยจีนโบราณ เมื่อฮ่องเต้เนรเทศองค์ฮองเฮา ให้ไปอาศัยอยูบนเกาะห่างไกล ด้วยความโกรธแค้น พระนางก่อตั้งเมืองที่มีแต่ประชากรสตรีเพศ สั่งสอนให้มีความเกลียดชั่งในบุรุษ จนสืบทอดกันมายาวนานกว่า 23 ชั่วคน

หนังแนวเมืองแม่ม่าย หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่าพวก Amazon เป็นตำนานของเมืองที่มีแต่ผู้หญิง ที่เล่าสืบต่อกันมาตั้งแต่ยุคกรีก เอามาดัดแปลงใส่เนื้อหาวัฒนธรรมความเป็นจีนเข้าไป หนังเป็นผลงานสร้างของทางไต้หวัน ที่ประกันได้ว่าหลุดโลกแน่นอน Read More