Review: Zhong Kui Snow Girl and The Dark Crystal (Peter Pau, 2015) 1.8/5 … “แฟนตาซีเลอะๆ” สไตล์จีนแผ่นดินใหญ่”


แฟนตาซีจีน ก็คือแฟนตาซีจีน Zhong Kui Snow Girl and The Dark Crystal เลอะเทอะไปด้วยเทคนิคพิเศษแบบไม่บันยะบันยัง บางฉากก็โอเค บางฉากก็เลวร้ายจนแทบจะทนดูไม่ได้ (ทั้งงานออกแบบ และคุณภาพ CG)

หนังหยิบเรื่องราวของ จงขุย แบบที่เราคุ้นๆ กันอยู่แล้วมาบิดใหม่ ในเรื่อง จงขุย ยังคงฆ่าตัวตายเพราะพลาดตำแหน่งจอหงวนเหมือนเดิม แต่หนังได้แต่งเรื่องเข้าไปใหม่เกี่ยวกับการคืนชีพขึ้นมาเป็นนักปราบปีศาจของ จงขุย ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างภพ เทพ และมาร

หนังไม่ได้เล่าเรื่องเทพปราบปีศาจอย่างที่คนดูคาดหวัง (มีเพียงฉากเดียวที่ จงขุย สู้กับจิ้งจอกเก้าหาง สั้นๆ ไม่กี่นาที แต่ดูดีกว่าหนังทั้งเรื่อง … ภาพตอน จงขุย หน้าเปื้อนเลือดนี่เท่ห์เลย!!!) แต่ไปเน้นสงครามเทพมารทำนองเดียวกับ ไซอิ๋ว ผสมเรื่องรักคนผีแบบ โปเยฯ ผลที่ออกมาคือไม่สนุก, ไม่ไปไหนซักทาง ทั้งไม่ซึ้ง, สู้ไม่มันส์ (ฉากสู้สุดท้าย โดยเฉพาะตอบจบนี้ง่อยมาก)

ถ้าใครชอบแฟนตาซีจีน (แบบผม) ก็คงดูหนังได้เรื่อยๆ ครับ มีดีไซน์อะไรแปลกตาหนังแนวนี้โดยทั่วไปอยู่บ้าง ถึงจะมีอะไรไม่เข้าท่าเยอะด้วยก็เถอะ แต่ที่ดีจริงๆ ก็คือพระเอก-นางเอก สวยหล่อกันมาก … หลีปิงปิง ประเสริฐอยู่แล้ว ส่วน เฉินคุน นี่ก็หล่อแล้วหล่ออีก หนวดเครารุงรังยังทำอะไรไม่ได้ ใครชอบดาราสองคนนี้ก็คงดูได้เพลินๆ แต่ถ้าพูดถึง บทบาทตัวละครของ วินสตัน เชา นี่น่าสนใจดี

ปีเตอร์ เปา นี่ตากล้องระดับออสการ์นะครับถ่ายหนังสวยๆ มาเยอะมาก แต่กำกับหนังทีไรแป๊กทุกที เรื่องก่อน The Touch นี่ทำ มิเชล โหยว ที่อาชีพกำลังรุ่งๆ ร่วงทันที

เทียบแล้วสนุกกว่า งูขาว เวอร์ชั่นล่าสุด แต่ยังไม่ดีเท่า โปเยฯ Painted Skin ทั้ง 2 ภาค ที่ เฉินคุน แสดงเช่นเดียวกัน

กำกับ : Peter Pau, Zhao Tianyu
บท : Zhao Tianyu, Qin Zhen, Shen Shiqi, Li Jie, Raymond Lei Jin, Eric Zhang
กำกับคิวบู๊ : Jacky Yeung
แสดงนำ : Aloys Chen, Li Bingbing, Winston Chao, Yang Zishan, Baobeier, Jike Junyi
เรตติ้ง : 1.9/5




Review: Rise of the Legend (Roy Chow, 2014) 1.9/5 … “น่าผิดหวัง! น่าผิดหวัง! น่าผิดหวัง!”

พูดได้ว่า Rise of The Legend เล่าเรื่องในแบบ “หวงเฟยหง บีกิน” เมื่อ “อาเฟย” (คนที่คุณรู้ว่าใคร) หนุ่มไร้ที่ไปที่มา ได้เข้าเมืองกวางโจว และรุ่งขึ้นมาในวงการนักเลงอย่างรวดเร็ว จนได้กลายเป็นลูกบุญธรรมคนที่ 4 ของหัวหน้าแก๊งเสือดำ (หงจินเป่า) และได้รับความไว้วางใจมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในเวลาเดียวกัน แก๊งเสือดำก็เกิดปัญหาขึ้นเรื่อยๆ ด้วย แกนนำคนสำคัญเริ่มเสียชีวิต แผนการต่างๆ ก็ถูกขัดขวาง และซ้ำร้ายได้เริ่มเกิดความบาดหมางในหมู่คณะ

ซึ่งไม่ต้องเดากันให้เสียเวลา อาเฟย นี่เองอยู่ที่เบื้องหลัง เขาและกลุ่มเด็กกำพร้า กำลังมีแผนการบางอย่าง ที่จะโค่นแก๊งมาเฟียที่กำลังทรงอิทธิพลที่สุดในกวางโจว โดยหนังเล่าเรื่องสลับอดีต และปัจจุบัน ก่อนจะเฉลยความจริงหลายๆ ประการ ไม่ว่าจะเป็น ชะตากรรมของหวงเฟยหง, ที่มาของเพลงมวยระดับสุดยอด และความผูกพันของเขากับผู้คนรอบด้าน

ผกก. Roy Chow Hin-Yeung และคนเขียนบท Christine To Chi-Long (เข้าใจว่าเป็นสามีภรรยากันด้วยครับ) ถึงขั้น “เขียนประวัติศาสร์” ให้กับ หวงเฟยหง ใหม่ เพื่อเล่าเรื่องก่อนที่เขาจะกลายเป็น “อาจารย์หวงแห่งฝอซาน” อย่างที่เรารู้กัน ซึ่งแม้เรื่องราวใหม่ๆ จะน่าสนใจอยู่บ้าง แต่กลับเล่าออกมาได้อย่างไร้พลัง, จืดชืด จนดูไม่น่าติดตามเลย คนดูก็คงยากจะเชื่อว่าเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นกับ หวงเฟยหง จริงๆ

ตัวละครต่างๆ แทบจะไม่มีเสน่ห์เลย … หงจินเป่า กลายเป็นตัวร้ายที่คนดูแทบจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรด้วย … ส่วนบท หวงเฟยหง ของ เอ็ดดี เผิง ก็ดูคลุมเครือจนไม่รู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่ … ตัวแวดล้อมก็บทน้อยกว่าจะสร้างสีสันให้กับหนังได้ ส่วนนางเอกทั้งสองคนบทน้อย และไม่มีอะไรน่าจดจำ

ปัญหาใหญ่จริงๆ ของหนัง ก็คือ คิวบู๊ที่ไม่มีอะไรน่าประทับใจ การใช้เทคนิคพิเศษอย่างฟุ่มเฟือย และโหนสลิงค์กันโดยไม่จำเป็น เข้าข่ายเป็นการทำลายคิวบู๊แบบหนังกังฟู … ฉากต่อสู้ตอนจบระหว่าง หงจินเป่า กับ เอ็ดดี เผิง นั้นเข้าขั้น “ไม่มีอะไรให้จำ”

หนังมีโปรดักชั่นยิ่งใหญ่เอาการ แต่ผู้กำกับก็มาตายน้ำตื้น ด้วยการอวดโปรดักชั่นอันหรูหราเหล่านั้นด้วยวิธีซ้ำๆ เดิม … หนังจะเริ่มแต่ละฉากด้วยภาพมุมสูง ค่อยๆ ไล่สถาปัตยกรรมต่างๆ กันอย่างละเอียดออ ทำแบบนี้กับทุกฉาก ดูแล้วซ้ำซากน่ารำคาญ

หนังไร้อารมณ์ขันโดยสิ้นเชิง … ซึ่งน่าเสียดายเพราะพระเอกคนนี้เล่นบทกะล่อนเก่งพอสมควรเลย (เห็นมี หวังโจหลิน เล่นด้วยนึกว่าจะมีอะไรให้ฮากันบ้าง แต่จริงๆ ตัวนี้ผมชอบนะครับ แต่ก็มีอะไรให้จำบ้าง)

ฉากที่ดีที่สุด คือฉากที่ “อาเฟย” ได้ประกาศกับพี่น้องทุกคน และพูดชื่อตัวเองเป็นครั้งว่า “ข้า หวงเฟยหง ….” ตามมาด้วยดนตรีที่คุ้นเคย … ซึ่งคงเป็นความน่าประทับใจ เพราะทำให้คนดูนึกถึงหนัง หวงเฟยหง ตอนก่อนๆ โดยไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ Rise of the Legend เลย

เอ็ดดี เผิง ดูดีในบท หวงเฟยหง โปรดักชั่นก็ดูลงทุนมากๆ ดาราหลายๆ คนน่าสนใจ น่าเสียดายที่ผลออกมาไม่มีอะไรให้ประทับใจเลย คงให้คะแนนได้แค่ 1.9/5 เท่านั้นครับ

กำกับ : Roy Chow Hin-Yeung
บท : Christine To Chi-Long
กำกับคิวบู๊ : Corey Yuen Kwai
แสดงนำ : Eddie Peng Yu-Yan, Sammo Hung Kam-Bo, Wang Luodan, Jing Boran, Wong Cho-Lam, Angelababy, Tony Leung Ka-Fai, Zhang Jin, Feng Jiayi, Bryon Mann, Brian Siswojo, Qin Junjie, Gao Tai-Yu, Mike Leeder
เรตติ้ง : 1.9/5



Heavenly Legend – ศึกพิสดาร เทพยุทธไซอิ๋ว (Chen Chi-Hwa, 1999)

Heavenly Legend คล้ายจะเป็นบทแรก ๆ ของ “ไซอิ๋ว” ที่ว่าด้วยการกำเนิดของ “เห้งเจีย” ลิงวิเศษจากก้อนหิน แต่หลังจากนั้นหนังก็เล่าเรื่องราวประเภทที่ไม่มีในไซอิ๋วฉบับใด ๆ แน่นอน

Read More

The Lost Blademan (2011, Alan Mak, Felex Chong) 1.5/5

มีหลาย ๆ คนเคยเตือนเกี่ยวกับหนังเรื่องใหม่ของ Donnie Yen ที่ชื่อเรื่อง The Lost Blademan เอาไว้ว่าไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวนัก แต่ผมเองที่ขนาดหนัง Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon ซึ่งหลาย ๆ คนบ่น (และก่นด่า) กันก็ยังชอบได้ ก็เลยยังมีความคาดหวังจะหาความบันเทิงได้จาก หนังว่าด้วยเรื่องราวของกวนอูเรื่องนี้บ้าง … สุดท้ายที่ไม่ค่อยได้ตั้งความหวังเอาไว้ก็ยังต้องเรียกว่าผิดหวังจนได้ หลายปีมานี้ Donnie มีหนังดี ๆ ออกมาไม่น้อย น่าผิดหวังก็หลายเรื่อง แต่อาจจะพูดได้ว่า The Lost Blademan เป็นงานในยุคหลังที่ผมคิดว่าสนุกน้อยที่สุดของเขาแล้ว Read More

City Under Siege – ยึดเมืองแหวกมิติ (2010, Benny Chan) 1/5

ไม่ว่าโจทย์ของ City Under Siege หนังแอ็กชั่น/แฟนตาซี/ไซไฟ ที่มี กัวฟู่เฉิง แสดงนำเรื่องนี้จะคืออะไรระหว่าง การสร้างหนัง X-Men แบบฮ่องกง หรือ รื้อฟื้นบรรยากาศหนังแบบ “เมืองหน้าขนใครจะทำให้มันเกลี้ยง” ขึ้นมาอีกครั้ง ผลที่ออกมาก็คือล้มเหลวทั้งคู่ … หนังไม่มันส์, ไม่ฉลาด, ไม่ซาบซึ้ง, ไม่หลุดโลก เป็นความล้มเหลวอีกครั้งของผู้กำกับที่ผมไม่เคยเชื่อมือเลยที่ชื่อว่า … เบนนี่ ชาน Read More

Just Another Pandora Box : กังฟู 3 ก๊กไซอิ๋วแพนด้าหมัดเทวดา (Jeffry Lau, 2010)

Just Another Pandora’s Box หนังตลกรวมดาราของผู้กำกันหนังฮาเบอร์ต้น ๆ (ที่พักหลังมุกเริ่มฝืด) อย่าง เจฟฟรี เลา มีความน่าสนใจอยู่บ้างบางประการ จากทั้งการเป็นงานประเภท ‘หนังล้อหนัง’ ที่แฟน ๆ หนังจีนคงอยากเห็นงานอย่าง Red Cliff, House of Flying Daggers, CJ7 หรือ Kung Fu Panda โดนล้อเลียนแบบหนังฝรั่งดูบ้าง คำถามคือหนังจะฮาหรือฝืด ตอบกันชัด ๆ ตรงนี้เลยครับว่า ….. ฝืดดดดดดดดดดดดด สนิท Read More

Future X Cops (Wong Jing, 2010)

หวังจิง + ไซไฟ + เทคนิคคอมพิวเตอร์ + มุขตลกแบบฮ่องกง กลายเป็นส่วนผสม ที่หลายคนกังวลว่าจะออกมากลายเป็นหายนะ คิดสิ่งใดได้สิ่งนั้นครับ Future X Cops เป็นความพยายามอันล้มเหลวอีกครั้งของคนทำหนังฮ่องกง ในการริอ่านลองกับ “นิยายวิทยาศาสตร์”

Future X Cops  เป็นผลงานที่เต็มไปด้วย References จากงานดังๆ ของฮออลีวูดชนิด หรือญี่ปุ่น ให้แฟนหนังได้จับผิดกันตลอดทั้งเรื่อง ว่ามีส่วนใดที่ลอกเลียนมาจากงานจากเรื่องไหนบ้าง ความบันเทิงอันน้อยนิดที่พอจะมีอยู่บ้างในผลงานชิ้นนี้ก็คือความตลก ทั้งมุขตลกงี่เง่าสไตล์หวังจิง และความขบขันผิดที่ผิดทาง ซึ่งเกิดขึ้นมาโดยไม่ได้ดังใ จากความทันทุรัง ของทุกคนที่มีส่วนร่วมต่องานชิ้นนี้ Read More

Extreme Challenge (2001, Tung Wei) 1.5/5

ดูแล้วละเอียดของหนังที่ชื่อว่า Extreme Challenge แล้วมีความน่าสนใจอยู่หลายส่วน หนังมียอดผู้กำกับคิวบู๊ ตงเหว่ย เป็นผู้กำกับ นอกจากนั้นนี่คือหนังเรื่องท้ายๆ ของบริษัททำหนังในตำนานยุค Hong Kong Golden Age อย่าง Golden Harvest เป็นหนังที่ทางผู้สร้างหวังว่าจะสามารถบุกตลาดตะวันตกได้ ด้วยการทำหนังพูดภาษาอังกฤษ ใช้ดาราจากฮอลลีวูด มีการนำเสนอแปลกใหม่ แค่เป็นหนังฮ่องกงที่พูดถึงโลกอนาคตก็ดูแตกต่างจากชาวบ้านแล้ว แต่เมื่อได้ดูจริงๆ ต้องบอกว่าสุดท้ายแล้ว Extreme Challenge ก็เป็นเพียงแค่กลายเป็นเป็นความแปลกใหม่อันล้มเหลว อีกครั้งเท่านั้น Read More

The Moss (2008, Derek Kwok Chi-Kin)

ปี 2007 ดีเร็ก กัวะ สร้างชื่อด้วยผลงานเรื่อง The Pye-Dog ที่นำเรื่องราวซ้ำซาก อย่างเรื่องโจรกับตำรวจ มาเล่าด้วยลีลาที่น่าสนใจ ปีนี่ 2008 ดีเร็ก กัวะ กลับมากับงานใหม่ ที่มีลีลาหลายๆ อย่างคล้ายเดิม

The Moss ยังคงเล่าเรื่องอาชญากรรม ที่มีฉากหลังเป็น ชุมชนเมืองอันสกปรก ของชนชั้นล่างในฮ่องกง ผู้คนล้วนป่วยไข้ไม่ทางร่างกาย ก็จิตใจ ตัวละครนั้นวนเวียนอยู่กับ บุคคลที่ไม่น่าคบหา ทั้งโสเภณี จิ๊กโก๋กระจอก ตำรวจขี่ช้อ ในสภาพแวดล้อม ที่ปกคลุมไปด้วยขี้สนิม และความมืด ผสมอารมณ์แบบเหนือจริงลงไป เนรมิตฮ่องกงให้กลายเป็นเมืองขยะ ที่ดูมีเสน่ห์น่าหลงไหล

สิ่งที่แตกต่างก็คือ ขณะที่ The Pye-Dog ทำให้ ดีเร็ก กัวะ กลายเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ ที่หลายคนจับตามอง ในฐานะกลายเป็นคนหวังใหม่ (อีกคน) ของวงการหนังฮ่องกง ขณะที่ The Moss แทบจะเรียกได้ว่าเป็นงานแจ้งดับ ทำให้เราต้องมาคิดใหม่ว่า ผู้กำกับหน้าใหม่แห่งความหวังคนนี้ จของปลอมทำเหมือน รึเปล่า Read More

Missing (2008, Tsui Hark)

พี่ใหญ่แห่งคนทำหนังฮ่องกง ในยุคปัจจุบันอย่าง ฉีเคอะ นั้นได้ชื่อว่าทำหนังมาแล้วทุกแนว ที่มากไปกว่านั้นเขามักจะเป็นผู้นำกระแส แผ้วทางให้คนอื่นได้เดิน ตั้งแต่ เปิดศักราชหนังบู๊ดวลปืน ด้วยโหดเลวดี, หนังกำลังภายในกับเดชคัมภีร์เทวดา, หนังกังฟูกับหวงเฟยหง, หนังผีย้อนยุคกับโปเย

หนังเหล่า นั้นเป็นงานที่อยู่ระหว่างยุค 80 – 90 แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2000 ชื่อของฉีเคอะ ดูจะคลายมนต์ขลังไปมาก และดูเหมือนเขาจะ ตกอยู่ในสภาพของผู้ตามบ้างแล้ว

งานขิ้นใหม่ของฉีเคอะที่ชื่อว่า Missing มีรูปลักษณ์ภายนอก เป็นงานประเภทสยองขวัญยุคใหม่ แบบเดียวกับหนังประเภท The Eye หรือ Ring ที่แฟนหนังบางคนให้จำกัดความไว้ว่า “คนเห็นผี” เป็นหนังแนวที่ให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศอันลีลับ เส้นแบ่งที่คลุมเคลือของสิ่งที่เรียกว่าผี วิญญาน Missing เป็นหนังผีคนเห็นผีในแบบของฉีเคอะ Read More

Shaolin Girl – นักเตะสาวเสี้ยวลิ้มยี่ (2008, Katsuyuki Motohiro)

จากข้อมูลต่างๆ ที่ได้ดูกันแบบผิวเผินแล้ว เราสามารถคาดเดาอะไรกับหนังเรื่อง Shaolin Girl บ้าง เริ่มจากชื่อเรื่องทั้งไทย และอังกฤษ ที่พอจะสื่อได้ว่า นี่เป็นหนังที่น่าจะมีอะไรคล้ายๆ บวกต่อเนื่องจากหนัง Shaolin Soccers หรือ นักเตะเสี่ยวลิ้มยี่ มาบ้างไม่มากก็น้อย นอกจากนั้นจากใบปิด เรายังได้รู้ว่า Shaolin Girl น่าจะปรับเปลี่ยนจากกีฬาผู้ชายอย่าง ฟุตบอล มาเป็นกีฬาที่ดูเหมาะกว่ากับ ผู้หญิงอย่าง ลาครอส Read More

The Clones of Bruce Lee (1977, Joseph Kong)

ในค่ำวันที่ 20 กรกฎาคม ปี 1973 รถพยาบาลนำตัวร่างของชายผู้หนึ่งส่ง โรงพยาบาลฮ่องกงอย่างเร่งด่วน คนไข้เกิดโรงหัวใจล้มเหลว อย่างเร่งด้วน โดยไม่ทราบสาเหตุ น่าเสียดายการรักษาไม่อาจทำได้ เพราะเขาได้เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบายแล้ว สิ่งที่สร้างความแตกตื่นแก่หมอ และพยาบาล ก็คือ ชายดังกล่าวก็คือ “บรูซ ลี” หรือ “หลี่เสี่ยวหลง” ราชานักบู๊ขวัญใจ ของคนฮ่องกง ไม่สิของคนทั่งโลกนั่นเอง The Clones of Bruce Lee บอกเล่าถงเรื่องราวลึกลับ ที่ถูกปิดซ้อนไว้หลังจากความตาย อันยิ่งใหญ่ กลับซ้อนไว้ด้วยแผนการน่าสะพรึงกลัว Read More

The Hidden Power Of Dragon Sabre – ลูกมังกรหยก 3 (1984, Chor Yuen)

ไอเดียการสร้างภาคต่อ (หรือภาคก่อนหน้า) ขยายความนิยายดั่งเดิมของกิมย้ง นั้นไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่อะไรนัก โดยเฉพาะนิยายชุดมังกรหยก ที่มีผู้แต่งต่อเสริมเรื่องเกินต้นฉบับไปมากมาย ที่คุ้นชินกัน ก็มีอย่าง หนังเรื่อง Ashes of Time ของหว่องกาไว และหนังกับนิยายประเภท “ก่อนเกิดเหตุ” ของมังกรหยกอีกหลายเรื่อง หนัง และนิยายประเภทนี้ อาจจะไมทำให้แฟนเดนดายของกิมย้ง ยอมรับทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่แนวคิดประเภทนี้ก็ถือเป็นเรื่องน่าสนุกอยู่ไม่น้อย เพราะงานของกิมย้งนั้นยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยเรื่องราวซับซ้อน เกี่ยวพันธ์กับตัวละครมากมาย อีกทั้งเชื่อมโยงเรื่องแต่ง กับเรื่องจริงได้อย่างแนบเนียน งานของเขาเหมือนทิ้งช่องว่างไว้ รอการต่อยอดได้อีกมากมากมาย

The Hidden Power Of Dragon Sabre หรือ ลูกมังกรหยกภาค 3 เป็นงานประเภท “หลังเกิดเหตุ” ของหนังชุด ลูกมังกรหยก (ดัดแปลงจาก ดาบมังกรหยก) ที่ชอว์บราเดอร์เคยสร้างไว้ 2 ภาคจบเมื่อปี 1980 หนังเล่าเรื่องการผจญภัยครั้งใหม่ ของเตียบ่อกี้ บทบาทของเขาต่อบัลลังฮ่องเต้ของจูหยวนจาง ตลอดจนชตากรรมของตัวละครอย่าง จิวจี้เยียก ซ่งแชจือ เจี่ยซุง และเผ่าพันธ์มงโกล ฟังดูน่าสนใจนะครับ แต่กลายเป็นว่าหนังกลับออกมาเละตุ้มเปะ เป็นงานที่น่าลืม จะเรียกว่าประวัติด่างพร้อยในการทำงานของ ฉู่หยวน ตี้หลุง และเอ๋อตงเซิน ในวันที่ชอว์บราเดอร์ใกล้ปิดตัวลงก็ไม่ผิดนัก

Read More