Hot Summer Days – ซัมเมอร์นั้น … ฉันรักเธอ (2010, Wing Shya, Tony Chan Kwok)

Hot Summer Days หนังรักโรแมนติกในแนวทางเดียวกับ Love Actually ที่ว่าด้วยเรื่องราวของคู่รักหลากหลายแบบหลายสไตล์ โดยผู้สร้างหนังชาวจีน ที่ประกอบไปด้วยนักแสดงจากทั้งไต้หวัน, จีนแผ่นดินใหญ่ และฮ่องกง เป็นงานของผู้กำกับหน้าใหม่ ที่มีพื้นฐานมาจากทีมงานในฝ่ายศิลปะ หนังจึงมีงานสร้างและภาพที่สวยงามน่าสนใจ แต่สำหรับเนื้อเรื่อง พูดสั้นได้ว่า Hot Summer Days ยังไม่จี๊ดพอ Read More

โฆษณา

Confucius – ขงจื้อมหากาพย์แห่งมหาบุรุษ (Hu Mei, 2010)

โจวเหวินฟะ ไม่เลือกที่จะรีเทิร์นวงการหนังจีนด้วย Red Cliff ของซี้เก่า แต่ขอเป็น ขงจื้อ ในหนังของผู้กำกับหญิงที่จับงานภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ซึ่งหมายความว่าเขาปฏิเสธจะรับบทเด่นในหนังสงครามฟอร์มยักษ์ เพื่อรับบทเป็นนักปราชญ์หนวดเครารุงรัง ที่มีแววว่าหนังจะเต็มไปด้วยบทพูด และม้วนตำรามากกว่ากระบี่ และการฆ่าฟันกัน

นักแสดงที่ยิ่งใหญ่มักจะเกิดขึ้นได้ด้วย การตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ ความกล้าเสี่ยง กับโปรเจ็คที่เต็มไปด้วยคำถาม ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จขึ้นมา มันจะทวีคูณเป็นสองเท่า แต่ไม่ใช่สำหรับ โจวเหวินฟะ กับหนังที่ชื่อว่า Confucius ที่กลายเป็นความล้มเหลวอีกครั้งของเขา กับหนังที่ดูเชย, น่าเบื่อ ไม่สามารถสร้างความฮือฮาใด ๆ แต่วงการภาพยนตร์ได้แม้แต่น้อย (ถ้าเราไม่นับข่าวเสีย ๆ ที่ว่าทางการจีนพยายามแย่งโรงจาก Avatar เพื่อเปิดโอกาสให้ Confucius ได้ฉาย จนสร้างภาพลบให้กับหนังแทน) Read More

14 Blades : 8 ดาบสังหาร 6 ดาบทรมาน (2010, Daniel Lee )

หลายคนน่าจะพอทราบอยู่แล้วว่าหนังเรื่องใหม่ของ ดอนนี่ เยน ที่ชื่อว่า 14 Blades นี้ดัดแปลงมาจากหนังคลาสสิคของชอว์บราเดอร์ ที่มีชื่อว่า Secret Service of the Imperial Court (ยอดองค์รักษ์เสื้อแพร) ซึ่งถ้าใครได้ดูหนังทั้งสองเรื่องแล้วก็คงจะพบว่า ไม่ได้มีส่วนคล้ายคลึงกันสักเท่าไหร่ นอกจากโครงสร้างบางส่วนเท่านั้น

ผู้กำกับ Daniel Lee ใส่ไอเดียของตัวเองเข้าไป จนได้รสชาติใหม่ๆ สิ่งแตกต่างอีกประการระหว่างหนังทั้งสองเวอร์ชั่นก็คือ Secret Service of the Imperial Court เป็นหนังกำลังภายในระดับคลาสสิคที่ทุกคนที่ชอบหนังแนวนี้ควรชม ขณะที่ 14 Blades เป็นงานที่พอฆ่าเวลาได้เท่านั้น Read More

Kungfu Cyborg: Metallic Attraction – กังฟูไซบอร์ก (Jeffry Lau, 2009)

Kung Fu Cyborg มีฉากหน้าเหมือนกับ Transformers ฉบับเมืองจีน แต่ในความเป็นจริง หนังเล่าเรื่องราวในแบบ ไอแซก อาซิมอฟ ตั้งคำถามถึงความหมายของคำว่า “มีชีวิต” ของตัวละครหุ่นยนต์ เป็นงานที่ ผู้กำกับคนเก่ง เจฟฟรีย์ เลา สร้างด้วยอิทธิพลจากทั้งนิยายวิทยาศาสตร์จากตะวันตก, วิชวลแบบการ์ตูนญี่ปุ่น และลีลาเล่าเรื่องแบบหนังฮ่องกงแท้ๆ Read More

Legendary Assassin (2008, Wu Jing & Nicky Li)

อู๋จิง เป็นดารากังฟูที่ได้รับกาคาดหวัง ว่าจะมาเป็นตัวแทนของหลี่เหลียงเจี๋ย ส่วน นิกกี้ ลี หรือ หลี่จงจื่อ เป็นอดีตสตั้นแมน ที่ผันตัวเองกลายเป็นผู้กำกับคิวบู๊มาแรงแห่งยุค Legendary Assassin เป็นผลงานชิ้นใหม่ของทั้งคู่ ที่เคยร่วมกันกันมาหลายต่อหลายครั้ง ในฐานะผู้กำกับคิวบู๊ และนักแสดง แต่ครั้งนี้ทั้งสองได้รับเครดิตในฐานะผู้กำกับพ่วงเข้าไปด้วย

หลังจากแจ้งเกิดรอบสองจากบทร้ายใน SPL แล้ว งานช่วงหลังของเขายังห่างไกลเหลือเกินจากคำว่าน่าพอใจ ไล่กันมาตั้งแต่ Fatal Contact, Twin Effect จนมาถึง Fatal Move (ซึ่งก็กำกับคิวบู๊โดย นิกกี้ ลี ทุกเรื่อง) ที่ทั้งหมดนำเสนอคิวบู๊อันน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ล้มเหลวในแง่ภาพรวมของคุณภาพความเป็นหนัง ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายเมื่อ Legendary Assassin ยังคงไม่สามรรถหลุดรอดจากปัญหาเดิมๆ เหล่านี้ไปได้ Read More

Champions (2008, Tsui Siu-Ming)

หนังกังฟูเรื่อง Champions สร้างออกมาด้วยเหตุผลเดียวก็คือการตามกระแส ทั้งกระแสหนังกังฟูที่กำลังมาแรง รวมถึงกระแสสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างบรรยากาศแห่งการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่ถูกนำมาเป็นฉากหลัง ที่เล่าเรื่องราวของกลุ่มนักกีฬา และคนฝึกหมัดมวย ที่ร่วมมือกันในการประกาศก้อง ถึงความยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน

โดยภาพรวมแล้ว Champions มีคุณภาพอยุ่ในระดับ พอจะดูเอาสนุกได้ คิวบู๊ที่ออกแบบได้สร้างสรรค์อาจจะเป็นจุดบวกของเรื่อง แต่เนื้อหาที่ออกไปทางน้ำเน่า การเน้นประเด็นชาตินิยมจนเลยเถิด ก็สร้างความน่าเบื่อหน่ายไม่น้อย โดยสรุปต้องบอกว่าพอดูได้ แต่ไม่มีอะไรใหม่ และไม่มีอะไรให้จำจดมากนัก Read More

Butterfly Lovers – ม่านประเพณี ตำนานรักกระบี่ผีเสื้อ (2008, Jingle Ma Chor-Sing)

ตำนานรักสุดอมตะอย่าง ม่านประเพณี เรื่องราวความรักของสองหนุ่มสาว เหลียงซันป๋อ และจูอิงไถ ที่คลาสสิคที่สุดก็คือฉบับ ชอว์บราเดอร์ที่นำแสดงโดย เล่อตี้ และหลินปอ ขณะที่วัยรุ่นยุคที่แล้ว (อย่างผม) ภาพของนิยายเรื่องนี้ถูกแทนที่ด้วยสองดาราหนุ่มสาวชื่อดังในยุค 90 อย่าง หยังไฉ่หนี และอู๋ฉีหลง ในหนังม่านประเพณีที่สร้างโดย ฉีเคอะ ที่ไม่ได้มีคุณภาพโดดเด่นด้านใดเป็นพิเศษ แต่เสน่ห์ และเคมีที่เข้ากันได้อย่างลงตัวของคู่พระนาง ก็ทำให้หนังเป็นที่จดจำสำหรับใครหลายๆ คน

ในปี 2008 ทางผู้สร้างหนังชาวฮ่องกง ถึงคราวไห้หยิบเอาวรรณกรรมเรื่องนี้มาสร้างอีกครั้ง โดยโจทย์หลักครั้งนี้มีอยู่ด้วยกันสองประการ หนึ่งวัยรุ่น และสองกำลังภายใน ม่านประเพณีเวอร์ชั่นบู๊หน้าใส จึงถูกกำเนิดขึ้นมา ด้วยการกำกับของ ผู้กำกับหนังตลาดชื่อดัง อย่าง จิงเกิล หม่า (หม่าฉู่ซิ่ง) และมีเฉิงเสี่ยวตงรับหน้าที่กำกับคิวบู๊ Read More