Shaolin – เส้าหลิน สองใหญ่ (2011, Benny Chan) 5/5

Shaolin หนังกังฟูระดับ “อีพิค” ฟอร์มยักษ์ใหญ่, ระดมดาราคับคั้ง แฟนหนังจีนน่าจะไม่พลาดกัน ซึ่งตัวหนังทำออกมาได้ผิดคาด คือไม่ได้เน้นไปที่ฉากพะบู๊กันซะอย่างเดียว แต่ยังเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยการบีบคั้น สะเทือนใจ เรียกว่าไปได้ไกล และมีความลึกซึ้งมากอย่างที่หนังกังฟูเรื่องหนึ่งพึงจะมีได้ Read More

Shaolin Vs Lama (1983, Lee Tso-nam)

โคตรกังฟูคลาสสิคอีกเรื่อง ผมเองเพิ่งมีโอกาสได้ดูเป็นครั้งแรกเมื่อเร็วๆ นี้เลยขุดเอาบทวิจารณ์ของ คุณ Somyos ที่เคยเขียนไว้มาลงให้อ่านกันอีกครั้งครับ Read More

Big Trouble in Little China – มหัสจรรย์พ่อมดใต้โลก (1986, John Carpenter)

ในฮอลลีวูดประเภทติดกลิ่นจีน ที่สร้างกันออกมาอย่างต่อเนื่องในหลายสิบปีที่ผ่านมา Big Trouble In Little China ของ จอห์น คาร์เพนเตอร์ น่าจะจัดอยู่ในลำดับต้นๆ โดยเฉพาะความบันเทิง มากว่าไปนั้นยอดผู้กำกับท่านนี้ พิสูจน์ว่าในยุคทอปฟอร์มของเขาไม่ใช่เพียงแค่งานสยองขวัญเท่านั้นที่เชี่ยวชาญ แต่งานแนวตลาดป๊อปคอร์น คาร์เพนเตอร์ ยังสร้างออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ที่สำคัญไม่ได้ทิ้งเอกลักษณ์ลีลาส่วนตัวของตนไป

แจ็ค เบอร์ตัน (เคิร์ท รัซเซล) สิงห์รถบรรทุกเข้าไปพัวพันกับโลกใต้ดินของไช่น่าทาวน์ที่เต็มไปด้วย การต่อสู้ระหว่างความดีความเลว, วิทยายุทธ, เวทมนต์คาถา และความมหัสจรรย์พันลึก แบบที่ชาวตะวันตกไม่เคยล่วงรู้มาก่อนว่ามีอีกโลกซ่อนอยู่เพียงใต้จมูกของพวกเขา

Read More

Drunken Master 2 – ไอ้หนุ่มหมัดเมา 2 (1991, Lau Kar Leung)

โดย Somyos Thiamtawan

หลังจากความสำเร็จของหนังกังฟูย้อนยุคในช่วงต้นยุค 90 อย่าง ฟงไสหยก หรือ Iron Monkey เฉินหลง ก็เริ่มที่จะลองเปลี่ยนแนวทางการสร้างหนังตามกระแสบ้าง โดยการเพิ่มลวดสลิงเข้ามาช่วยเสริมท่วงท่าการต่อสู้ให้ดูหนักหน่วงรุนแรงมากขึ้น (จากแต่เดิมที่ใช้แค่แป้งฝุ่นหรือมุมกล้องช่วยเท่านั้น)

Read More

Drunken Master – ไอ้หนุ่มหมัดเมา (1977, Yuen Wo Ping)

โดย Somyos Thiamtawan

Drunken Master ถือเป็นหนังกังฟู+คอเมดี้ที่ดีที่สุดตลอดกาล และความสำเร็จของหนังก็มีอิทธิพลกับหนังฮ่องกงในช่วงปลายยุค 70 หลังจากที่ Snake in the Eagle’s Shadow(1978)โกยรายได้ไปอย่างมหาศาลแล้ว คราวนี้เฉินหลงก็ไม่รีรอที่จะอัดมุขตลกเฮฮาตามสไตล์และความอัจฉริยะทางร่างกายของเขาใส่ลงไปในหนังเรื่องใหม่ ภายใต้ผู้กำกับคนเดิมจากหนังเรื่องก่อนอย่าง หยวนหวูปิง

Read More

Summer Palace – วังวนหัวใจรัก (2006, Lou Ye)

Summer Palace ผลงานของผู้กำกับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ลู่เย่ สร้างชื่อในเสียงในระดับสากลด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่งหนังได้รับเลือกเข้าฉาย ในสายประกวดเทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อปี 2006 เช่นเดียวกับหนังการเมืองของจีน นับตั้งแต่รุ่นที่ 5 เป็นต้นมาที่ “การโดนแบนจากรัฐบาลจีน” กลายเป็นเครื่องหมายการค้า กลายเป็นการประกาศเกียรติคุณ

ผลงานของ ลูเย่ เป็นหนึ่งในงานที่ถูกโฆษณาด้วยความฮือฉาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโจ่งแจ้งในฉากทางเพศของตัวละคร แต่อย่างน้อยเนื้อในของหนังก็ยังทรงคุณค่า เขาเล่าเรื่องด้วยอารมณ์ความรู้สึก เป็นบทบันทึกแห่งยุคสมัย ความโดดเด่นที่แท้จริงของหนังก็คือ Summer Palace สามารถเล่าเรื่องความตึงเครียดทางการเมือง ของประเทศจีนในยุคเติ้งเสี่ยวผิง โดยฝ่านชีวิตของเด็กใจแตก สาวใจง่าย ผู้ที่กลายมาเป็นตัวแทนแห่งความรู้สึกแห่งหนุ่มสาวในยุคนั้นทุกคน Read More

A Chinese Ghost Story – โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า (1987, Ching Siu-Tung)

“โปเยโปโลเย” นั้น เป็นบทสวดภาษาทิเบต อ่านออกเสียงเป็นภาษาไทยว่า “ปัญญาบารมี ซึ่งหมายถึง คำภีร์ปรัชญาปารมิตา ในศาสนาพุทธนิกายมหายาญ (ข้อมูลจากคุณ นางสาวเย็นฤดี ในกระทู้ของ pantip.com ครับ) แต่สำหรับวงการภาพยนตร์ โปเยโปโลเย กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของหนังประเภทหนึ่ง ที่ผสมปนแปกันด้วยองค์ประกอบของความสนุกตื่นเต้น โรแมนติก และสยองขวัญ ฉีเคอะ ได้นำเรื่องเล่าปรัมปรามาแต่งสีกลิ่นเสียงใหม่ กลายเป็นตำนานบทหนึ่งแห่งวงการภาพยนตร์ฮ่องกง Read More

The Way We Are (Ann Hui On-Wah, 2008)

The Way We Are ผลงานใหม่ของแอนฮุย ได้รับรางวัลจากหลายเวที และถูกยกย่องจากหลายสำนัก ให้เป็นหนังฮ่องกงที่น่าสนใจที่สุดเรื่องหนึ่งในปี 2008 กับหนังที่พูดถึงชีวิตปกติธรรมดา ของของชนชั้นสามัญในฮ่องกงได้อย่างงดงาม

ในขณะที่ ผู้กำกับรุ่นเดียวกันส่วนใหญ่ถ้าไม่หายหน้าหาตา หมดรุ่นหมดไฟไปกันหมดแล้ว แอน ฮุย ยังคงรักษาสถานภาพณ์ ความสม่ำเสมอ และรักษาความน่าสนใจอยู่ได้ งานใหม่ของเธอ The Way We Are ยังคงพูดถึงเรื่องราวชีวิต ของหญิงวัยหมดประจำเดือน เช่นเดียวกับงานชิ้นก่อน (Post Modern-Life of My Aunt) Read More

The Lunatics (1986, Derek Yee)

The Lunatics เป็นผลงานกำกับเรื่องแรกของ เอ๋อตงเซิง หนังเปลี่ยนสถานภาพของเขาจาก พระเอกหนุ่มหนังกำลังภายใน (ที่กำลังเริ่มตกรุ่น) มาเป็นผู้กำกับหนังแถวหน้าของฮ่องกง (และยังคงเป็นอยู่จนถึงทุกวันนี้) หนังเรื่องนี้แตกต่างจากงานช่วงหลัง หรือพูดอีกอย่างว่างานที่ทำให้เอ๋อตงเซิน โด่งดัง อย่างหนังรักโรแมนติก The Lunatics เป็นหนังชีวิตที่มีเนื้อหาซีเรียสจริงจัง และมีท่ทีประณีประนอมน้อยมาก Read More

The Sword of Swords – ฤทธิ์ไอ้บอด (1969, Ching Gong)

The Sword of Swords เล่าเรื่องโดยมีดาบเป็นตัวต้นเหตุ “ดาบเหนือดาบ” ยอดดาบวิเศษ ที่ผ่านสมรภูมิมามากมาย โดยเฉพาะเป็นดาบที่นักรบผู้กล้าใช้เพื่อต่อกรกับ ผู้รุกรานต่อต่างชาติ และได้รับชัยชนะปราบศัตรูให้ล่าถอยไปมากมาย ดาบเหนือดาบ ไม่ใช่เป็นเพียงศาสตรายุทธ แต่หมายถึงความรุ่งเรือง หรือดับสิ้น ของประเทศชาติ Read More

Master of the Flying Guillotine – เดชไอ้ด้วนผจญฤทธิ์จักรพญายม (1976, Jimmy Wang Yu)

ไม่มีสิ่งใดที่จะจับจิตจับใจ จินตนาการของแฟนหนังกำลังภายในได้เท่ากับ อาวุธเพชฌฆาตแสนครีเอตนาม จักรพญายม หรือที่ฝรั่งเรียกกันด้วยชื่อสุดเก๋ว่า Flying Guillotine ในโลกภาพยนตร์ยุคเทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยกราฟฟิคคอมพิวเตอร์ อาจทำให้อาวุธชนิดนี้ดูด้อยค่า

ผิดกับปี 1974 เมื่อตัวละครจอมยุทธ์สุดดังที่แฟนหนังกำลังภายในเรียกกันติดปากว่า “ไอ้ด้วน” ซึ่งแสดงโดย จิมมี่ หวังอยู่ ต้องมาเผชิญหน้ากับอาวุธนรกชนิดนี้เป็นครั้งแรกใน Master of the Flying Guillotine หนังกังฟูที่อุดมไปด้วยฉากแอคชั่นต่อสู้ ยาวเหยียดและเปี่ยมเสน่ห์ที่สุด เรื่องหนึ่งเท่าที่เคยมีมาในโลกเซลลูลอยด์ ทำให้หนังทุนสร้างต่ำต้อยเรื่องนี้ กลายเป็นคัลต์คลาสสิคที่ ประสบความสำเร็จมากที่สุดของหวังอยู่ไปโดยปริยาย Read More

The Secret Rivals (1976, Ng See-Yuen)

โดย Somyos Thiamtawan

นอกเหนือจากสองยักษ์ใหญ่อย่าง ชอว์บราเธอร์ส และโกลเด้น ฮาร์เวสต์แล้ว แวดวงหนังฮ่องกงในช่วงทศวรรษ 70 ยังมีสตูดิโอภาพยนตร์อิสระอีกหลายแห่ง ผุดขึ้นมาสร้างผลงาน โดดเด่นประดับวงการ … ที่น่าสนใจที่สุด คือ ซีแซนนอล ฟิล์ม คอร์เปอเรชั่น (Seasonal Film Corporation) ที่ก่อตั้งและดำเนินงานบริหารโดย ผู้กำกับ / ผู้เขียนบท ที่ชื่อ อู๋ซีหยวน (Ng See-Yuen)

แม้ว่าจะมีส่วนร่วมในภาพยนตร์ดี ๆ หลายเรื่อง แต่ชื่อเสียง และความสำเร็จแท้จริงที่นับเป็นจุดพลิกผัน ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของ อู๋ซีหยวน เริ่มต้นขึ้นในปี 1975 เมื่อเขาได้แยกตัวออกจาก อีเธอร์แนล ฟิล์ม ไปตั้งบริษัทของตนเอง ในนาม ซีแซนนอล ฟิล์ม โดยมีผลงานชิ้นประเดิมในอีก 1 ปีถัดมาเป็นหนังเล็ก ๆ ที่ชื่อ The Secret Rivals Read More

Legend of a Fighter (1982, Yuen Wo-Ping)

โดย Somyos Thiamtawan

ในปี 1975 อู๋ซีหยวน หนึ่งในผู้บริหารของสตูดิโอชอว์บราเดอร์ส ได้แยกตัวออกมาสร้างบริษัทภาพยนตร์ ส่วนตัวของเขาเองในชื่อ Seasonal Film Corp. ซึ่งผลงานเรื่องแรกของบริษัทอย่าง Secret Rivals ก็ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง (นำแสดงโดย John Liu Chung-liang และ Hwang Jang-lee) มันทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ แถมยังได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากมายอีกด้วย ทำให้อู๋ซีหยวนตัดสินใจเดินหน้าสร้างหนังกังฟูต่อไป

หลายเรื่องได้รับการยกย่องให้เป็นหนังคลาสสิค อาทิ Invincible Armor ,Ninja in the Dragon’s Den และที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือภาคต่อของหนังดังอย่าง Secret Rival 2 ต่อมา Seasonal Film Corp. ได้ร่วมมือกับผู้กำกับหยวนหวูปิงในการสร้างหนังเล็ก ๆ (แต่ความสำเร็จกลับไม่ได้เล็กตามเลย)อย่าง Snake in the Eagle’s Shadow และ Drunken Master จนในปี 1980 ทีมโปรดิวเซอร์-ผู้กำกับเดียวกันนี้ ก็ได้ปล่อยผลงานชิ้นเด็ดอีกเรื่องของบริษัทออกมาในชื่อ Legend of a Fighter Read More

The Valiant Ones (1975, King Hu)

The Valiant Ones เป็นงานในยุคกลางในอาชีพการทำงานของปรมจารย์ หูจวินฉวน หรือ คิง ฮู ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ การให้ความสำคัญกับ ฉากต่อสู้ และช่วงเวลาแห่งการห่ำหั่นกัน เป็นประเด็นสำคัญของเรื่องเรียกว่านี้เป็นงานที่ “แอ็กชั่น” ที่สุดของก็คงไม่ผิดนัก แน่นอนว่าความหมายของ คำว่าแอ็กชั่น ของยอดผู้กำกับคงสามารถเทียบเคียงกับ ความแอ็กชั่นกับหนังฮ่องกงอื่นๆ ไม่ว่าจะยุกต่อมา หรือยุคเดียวกันได้ Read More

One-Armed Swordsman – เดชไอ้ด้วน (1967, Chang Cheh)

ตำนานหนังกำลังภายในของฮ่องกง นั้นจะเรียกว่าได้เกิดขึ้น อย่างรวดเร็ว ในช่วงปี 1965 – 1967  หลังจาก “ตั้งท้อง” กับหนังอย่าง หงศ์ทองคะนองศึก (Come Drink With Me) จนกระทั่งได้ “เกิด” ออกมาเป็นตัวเป็นตนกับหนังแห่งตำนานอย่าง เดชไอ้ด้วน (One Armed Swordsman ) ในปีต่อมานี่เอง

หนังทั้งสองเรื่องได้เติมเต็มความเป็น หนังกำลังภายในยุคใหม่ ที่สมบูรณ์พร้อมทั้ง ภาพวิชวลอันทันสมัยสมจริงสมจัง (ทั้งงานสร้าง และการออกแบบฉากต่อสู้) จนถึง เนื้อหาที่มีความลึกซึ้ง กินใจผู้คน โดย หงศ์ทองคะนองศึก ดูจะเป็นต้นตำรับแห่งองค์ประกอบอันแรก ส่วนองค์ประกอบที่สอง ก็ต้องให้เครดิตก็อดฟาเตอร์แห่งวงการหนังฮ่องกง ที่ชื่อว่า จางเชอะ ที่เป็นผู้ริริ่ม และพัฒนาขึ้นมา ในการใส่วิญญานความร่วมสมัย ให้กับหนังแนวนี้เป็นคนแรก Read More

Bullet in the Head – กอดคอกันไว้ อย่าให้ใครเจาะกระโหลก (1990, John Woo)

ถ้าต้องเลือกงานของ จอห์น วู ขึ้นมาเพียงหนึ่งชิ้น ผมจะเลือก Bullet in the Head นะครับ หนังเรื่องนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่ากับ A Better Tomorrow ไม่ได้มันดุเดือดเท่ากับ Hard Boiled และไม่ได้สร้างเนื้อเรื่องที่งดงาม ได้เท่ากับ The Killer นอกเหนือไปจากนั้น Bullet in the Head ถือเป็นงานที่ห่างใกลจากคำว่าลงตัว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับงานชิ้นเอกทั้งสามข้างต้น หนังมีปัญหาในขั้นตอนการตัดต่อ จนจอห์น วู เองยังเกือบถอดใจ นอกเนื้อไปจากนั้น ความเป็นออริจินอล ของหนังก็ยังเป็นที่น่าสงสัย

ความโดดเด่นของหนัง อยู่ที่ความทะเยอทะยานของหนัง ความทะเยอทะยานส่วนตัวของ จอห์น วู เอง ในการสร้างงานที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ถ่ายทำต่างประเทศ Bullet in the Head เป็นงานชิ้นแรกที่ จอห์น วู หาทุนสร้างด้วยตัวเอง โดยไม่มีบริษัทใหญ่สนับสนุน หรือฉีเคอะ มาเป็นผู้อำนวยการสร้างให้ แม้หนังจะให้ผลลัพธ์ ที่ก่ำกึ่ง แต่ก็เป็นงานที่พูดได้ว่า เนี่ยแหละ จอห์น วู ที่สุด !!! Read More

Mr. Vampire – ผีกัดอย่ากัดตอบ (1985, Ricky Lau)

ถือเป็นตำนานบทหนึ่งของหนังฮ่องกงไปแล้วสำหรับ Mr.Vampire หนังสไตล์ผีกระโดด ที่ดังที่สุด และสร้างภาคต่อตามกันออกมาอีกหลายภาค (โดยแต่ละภาคไม่ได้มีเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกันเลย) ภาคแรกออกฉายในปี 1985 เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ นักพรตปราบผี(หลินเจิ้งอิง) ที่ต้องต่อกรกับผีดิบอันแสนน่ากลัว โดยได้รับการช่วยเหลือจากสองลูกศิษย์ตัวแสบ (เฉินเสี่ยวเห่า และ Ricky Hui) หนังทำออกมาได้ทั้งน่ากลัว (ที่มาดูในยุคนี้ความน่ากลัวคงลดน้อยไปตามกาลเวลา) ความขบขัน และที่สำคัญที่สุดคือหนังเต็มไปด้วยฉากแอ็กชั่นในแบบหนังกังฟู Read More

The Odd Couple – จอมแสบมหาหิน (1979, Lau Kar-Wing)

by Somyos Thiamtawan

Odd Couple ถือเป็นผลงานภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของหงจินเป่า หนังไม่ได้ยอดเยี่ยมด้วยบทหนังหรือเนื้อเรื่อง แต่ Odd Couple โดดเด่นด้วยทีมนักแสดงชั้นยอดและฉากต่อสู้สุดมันส์ พร้อมกับองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซที่แฟน ๆ หนังกังฟูไม่ควรพลาดเลยทีเดียว Read More

Dragon Inn – เดชคัมภีร์แดนพยัคฆ์ (1992, Raymond Lee)

Dragon Inn เป็นงานรีเมคหนังคลาสสิค ปี 1967 เรื่อง Dragon Inn (หรือ Dragon Inn Gate) ของผู้กำกับผู้ยิ่งใหญ่ King Hu หนังมี ฉีเคอะ เป็นผู้ดูแลการผลิต Raymond Lee เป็นผู้กำกับ และ Ching Siu-Tung กับ Yuen Bun เป็นผู้กำกับคิวบู๊ ผลที่ได้ออกมาถือว่า ยอดเยี่ยมมากๆ หนังเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างที่หนังจีน กำลังภายใน งานสร้าง ดนตรีประกอบ และ การถ่ายภาพถือว่าทำได้ดี นับว่าเป็นงานที่ดีที่สุดของ ฉีเคอะ เทียบเท่ากับ หวงเฟยหง 1 และเดชคัมภีร์เทวดาทั้ง 2 ภาคเลยทีเดียว Read More

The Blade – เดชไอ้ด้วน แขนหลุดไม่หลุดแค้น (1996, Tsui Hark)

ฉีเคอะนั้นเป็นเจ้าตำรับแห่งการนำหนังเก่าๆ ของฮ่องกง มาสร้างใหม่ด้วยรูปลักษณ์แห่งความทันสมัย เขาเคยหยิบงานของชอว์บราเดอร์ และหนังในยุคใกล้เคียงกัน มาสร้างแล้วหลายต่อหลายเรื่อง ลองไล่ดูก็มีตั้งแต่ เดชคัมภีร์แดนพยัคฆ์ (งานเก่าคิงฮู) ม่านประเพณี (งานเก่าหลี่ฮั่นเสียง) โปเยโปโลเย (งานเก่าหลี่ฮั่นเสียง) หวงเฟยหง (งานเก่านักแสดงกวนต๊ะหิง) จอมยุทธแห่งเขาซูซัน (หนังอภินิหารยุคขาวดำ) แม้กระทั่งตำนานโบราณอย่างนางพญางูขาว ก็ผ่านมือเขามาแล้ว

ในปี 1995 ฉีเคอะเล่นของสูงอีกครั้ง ด้วยนำเอา หนังคลาสสิคของผู้กำกับจางเชอะ เรื่อง One Armed Swordman หรือ เดชไอ้ด้วน หนังที่ได้ชื่อว่าเป็นระเบิดลูกแรกแห่งหนังกำลังภายใน กลับมาทำใหม่อีกครั้ง โดยให้เจ้าเหวินจั๋ว รับบทเป็นจอมยุทธแขนเดียวที่พกความแค้นมาเต็มอก พร้อมกับดาบหักด้ามหนึ่ง กลับขึ้นจอมาฟาดฟันกับศัตรูอีกครั้ง Read More