The Bare-Footed Kid – ตายไม่ว่า ขอให้เห็นหน้าเธอ (1993, Johnnie To)

The Bare-Footed Kid เป็นผลงานการสร้างของชอว์บราเดอร์ ให้ตู้ฉีฟง รับหน้าที่เป็นผู้กำกับ หนังเป็นการรีเมกหนังเก่าเมื่อปี 1975 เรื่อง Disciples of Shaolin (ชื่อไทยว่า ไอ้หนุ่มหมัดจ้าวพลัง นำแสดงโดย ฟู่เซิง, ชิกวนชุน) ของ จางเชอะ คนทำหนังเครื่องหมายการค้า คนหนึ่งของชอว์บราเดอร์เอง หนังยังได้ หลิวเจียเหลียง ที่กำกับคิวบู๊ในฉบับเก่า มารับหน้าที่เดิมอีกครั้ง หนังโดดเด่นด้วยสองดารานำที่มาแรงพอสมควรในยุคนั้นอย่าง กัวะฟู่เฉิง และอู๋เชี่ยนเหลียน ที่กำลังโด่งดังกับหนังเรื่อง ผู้หญิงข้า ใครอย่าแตะ Read More

โฆษณา

The Hidden Power Of Dragon Sabre – ลูกมังกรหยก 3 (1984, Chor Yuen)

ไอเดียการสร้างภาคต่อ (หรือภาคก่อนหน้า) ขยายความนิยายดั่งเดิมของกิมย้ง นั้นไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่อะไรนัก โดยเฉพาะนิยายชุดมังกรหยก ที่มีผู้แต่งต่อเสริมเรื่องเกินต้นฉบับไปมากมาย ที่คุ้นชินกัน ก็มีอย่าง หนังเรื่อง Ashes of Time ของหว่องกาไว และหนังกับนิยายประเภท “ก่อนเกิดเหตุ” ของมังกรหยกอีกหลายเรื่อง หนัง และนิยายประเภทนี้ อาจจะไมทำให้แฟนเดนดายของกิมย้ง ยอมรับทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่แนวคิดประเภทนี้ก็ถือเป็นเรื่องน่าสนุกอยู่ไม่น้อย เพราะงานของกิมย้งนั้นยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยเรื่องราวซับซ้อน เกี่ยวพันธ์กับตัวละครมากมาย อีกทั้งเชื่อมโยงเรื่องแต่ง กับเรื่องจริงได้อย่างแนบเนียน งานของเขาเหมือนทิ้งช่องว่างไว้ รอการต่อยอดได้อีกมากมากมาย

The Hidden Power Of Dragon Sabre หรือ ลูกมังกรหยกภาค 3 เป็นงานประเภท “หลังเกิดเหตุ” ของหนังชุด ลูกมังกรหยก (ดัดแปลงจาก ดาบมังกรหยก) ที่ชอว์บราเดอร์เคยสร้างไว้ 2 ภาคจบเมื่อปี 1980 หนังเล่าเรื่องการผจญภัยครั้งใหม่ ของเตียบ่อกี้ บทบาทของเขาต่อบัลลังฮ่องเต้ของจูหยวนจาง ตลอดจนชตากรรมของตัวละครอย่าง จิวจี้เยียก ซ่งแชจือ เจี่ยซุง และเผ่าพันธ์มงโกล ฟังดูน่าสนใจนะครับ แต่กลายเป็นว่าหนังกลับออกมาเละตุ้มเปะ เป็นงานที่น่าลืม จะเรียกว่าประวัติด่างพร้อยในการทำงานของ ฉู่หยวน ตี้หลุง และเอ๋อตงเซิน ในวันที่ชอว์บราเดอร์ใกล้ปิดตัวลงก็ไม่ผิดนัก

Read More

Five Element Ninja – จอมโหดไอ้ชาติหินถล่มนินจา (1982, Chang Cheh)

ในยุค 80 นั้นมีหนังอยู่จำพวกหนึ่งที่โด่งดังกลาย เป็นสินค้าขายดีในตลาดหนังเกรด B ในตลาดหนังตะวันตก หนังที่ว่าก็คือ หนังนินจา หนังแนวที่ว่าด้วย กลุ่มนักสู้นิรนาม จากญี่ปุ่น ที่ออกปฏิบัติการลับ สร้างสีสรรค์ด้วยคิวบู๊ประเภทไต้เพดาล ตีลังกา หนังนินจากถูกสร้างอย่างต่อเนื่อง มากจากจากผู้สร้างหนังมากหน้าหลายตา (ยกเว้นแต่ทางญี่ปุ่นต้นตำรับที่ไม่ได้ร่วมวงไพบูรณ์กับการ ตีสีใส่ใข่ให้กับตำนานนินจาของตัวเองเท่าไหร่) ทั้งในอเมริกา ที่คุ้นหน้าคุ้นตานักดูหนังก็เห็นได้แก่ หนังชุด American Ninja โดยพระเอกหนุ่มลำบึ๊ก เดวิด ดูดิคอฟ หรือดาราญี่ปุ่นที่ไปทำมาหากันยังอเมริกาอย่าง โช โคซิงิ

แน่นอนทางฝั่งนักทำหนังชาวฮ่องกงและไต้หวัน ก็ไม่ปล่อยให้โอกาศทำเงินทำทองอย่างนี้ผ่านเลยไปง่ายๆ ร่วมส่งหนังนินจาพันทาง ออกมามากมายมหาศาล ที่อยู่หัวขบวนเห็นจะเป็นหนัง Ninja in The Dragon Den ของ คอรี่ หยวน และราชาหนังจีนเกรดบี โรเบิร์ต ไท่ ที่ปล่อยหนังนิยายออกมาหลายต่อหลายเรื่อง ท่ามกลางการพาดฟันกันของคนทำหนังรุ่นใหม่ ปรมจารย์นักทำหนังผู้ครำหวอดอยู่กับหนังกังฟู อย่าง “จางเชอะ” ไม่สามารถ ปล่อยโอกาศทองของกระแสความนิยมในนักรบชุดเที่ยวนี้ไปได้ ในปี 1982 จางเชอะสร้างหนังนินจาเรื่องแรกของเขาออกมา Five Element Ninja (หรือ Chinese Super Ninjas) Read More

Biography: เล่อตี้ ความงามแห่งยุคสมัย

วงการหนังฮ่องกงในยุค 50 – 60 นั้นถึอว่าเป็นยุคทองดาราหญิงอย่างแท้จริง เป็นยุคสมัยสิ่งความเพ้อฝันของเนื้อหา ฉากเต้นรำ เนื้อเรื่องว่าด้วยการเกี้ยวพาราศี และความงามของสตรี เป็นสิ่งเรียกร้องความสนใจ และดึงคนดูจากบ้านให้เข้าโรงหนัง

ชอว์บราเดอร์เองก็มีนักแสดงหญิงระดับซุปเปอร์สตาอยู่มากมาย แต่ละคนก็มีจุดขาย และบุคลิคลักษณะ ที่แตกต่างกันไป หลินปอ เน้นแสดงบทผู้ชายในหนังเพลง หลินไต้ ดาราสาวผู้น่ารัก เจิ้งเผ่ยเผ่ยหน้าตาจิ้มลิ้ม เล่นบทบู๊ได้ลื่ไหลเป็นพิเศษ แต่ถ้าพูดถึงความงาม เล่อตี้ คืออันดับหนึ่ง ในยุค 50 คงไม่มีใบหน้าไหนที่จะสร้างความตกตะลึกได้เท่าเทียมกับ ดวงหน้าของเล่อตี้อีกแล้ว Read More