Review: Rise of the Legend (Roy Chow, 2014) 1.9/5 … “น่าผิดหวัง! น่าผิดหวัง! น่าผิดหวัง!”

พูดได้ว่า Rise of The Legend เล่าเรื่องในแบบ “หวงเฟยหง บีกิน” เมื่อ “อาเฟย” (คนที่คุณรู้ว่าใคร) หนุ่มไร้ที่ไปที่มา ได้เข้าเมืองกวางโจว และรุ่งขึ้นมาในวงการนักเลงอย่างรวดเร็ว จนได้กลายเป็นลูกบุญธรรมคนที่ 4 ของหัวหน้าแก๊งเสือดำ (หงจินเป่า) และได้รับความไว้วางใจมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในเวลาเดียวกัน แก๊งเสือดำก็เกิดปัญหาขึ้นเรื่อยๆ ด้วย แกนนำคนสำคัญเริ่มเสียชีวิต แผนการต่างๆ ก็ถูกขัดขวาง และซ้ำร้ายได้เริ่มเกิดความบาดหมางในหมู่คณะ

ซึ่งไม่ต้องเดากันให้เสียเวลา อาเฟย นี่เองอยู่ที่เบื้องหลัง เขาและกลุ่มเด็กกำพร้า กำลังมีแผนการบางอย่าง ที่จะโค่นแก๊งมาเฟียที่กำลังทรงอิทธิพลที่สุดในกวางโจว โดยหนังเล่าเรื่องสลับอดีต และปัจจุบัน ก่อนจะเฉลยความจริงหลายๆ ประการ ไม่ว่าจะเป็น ชะตากรรมของหวงเฟยหง, ที่มาของเพลงมวยระดับสุดยอด และความผูกพันของเขากับผู้คนรอบด้าน

ผกก. Roy Chow Hin-Yeung และคนเขียนบท Christine To Chi-Long (เข้าใจว่าเป็นสามีภรรยากันด้วยครับ) ถึงขั้น “เขียนประวัติศาสร์” ให้กับ หวงเฟยหง ใหม่ เพื่อเล่าเรื่องก่อนที่เขาจะกลายเป็น “อาจารย์หวงแห่งฝอซาน” อย่างที่เรารู้กัน ซึ่งแม้เรื่องราวใหม่ๆ จะน่าสนใจอยู่บ้าง แต่กลับเล่าออกมาได้อย่างไร้พลัง, จืดชืด จนดูไม่น่าติดตามเลย คนดูก็คงยากจะเชื่อว่าเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นกับ หวงเฟยหง จริงๆ

ตัวละครต่างๆ แทบจะไม่มีเสน่ห์เลย … หงจินเป่า กลายเป็นตัวร้ายที่คนดูแทบจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรด้วย … ส่วนบท หวงเฟยหง ของ เอ็ดดี เผิง ก็ดูคลุมเครือจนไม่รู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่ … ตัวแวดล้อมก็บทน้อยกว่าจะสร้างสีสันให้กับหนังได้ ส่วนนางเอกทั้งสองคนบทน้อย และไม่มีอะไรน่าจดจำ

ปัญหาใหญ่จริงๆ ของหนัง ก็คือ คิวบู๊ที่ไม่มีอะไรน่าประทับใจ การใช้เทคนิคพิเศษอย่างฟุ่มเฟือย และโหนสลิงค์กันโดยไม่จำเป็น เข้าข่ายเป็นการทำลายคิวบู๊แบบหนังกังฟู … ฉากต่อสู้ตอนจบระหว่าง หงจินเป่า กับ เอ็ดดี เผิง นั้นเข้าขั้น “ไม่มีอะไรให้จำ”

หนังมีโปรดักชั่นยิ่งใหญ่เอาการ แต่ผู้กำกับก็มาตายน้ำตื้น ด้วยการอวดโปรดักชั่นอันหรูหราเหล่านั้นด้วยวิธีซ้ำๆ เดิม … หนังจะเริ่มแต่ละฉากด้วยภาพมุมสูง ค่อยๆ ไล่สถาปัตยกรรมต่างๆ กันอย่างละเอียดออ ทำแบบนี้กับทุกฉาก ดูแล้วซ้ำซากน่ารำคาญ

หนังไร้อารมณ์ขันโดยสิ้นเชิง … ซึ่งน่าเสียดายเพราะพระเอกคนนี้เล่นบทกะล่อนเก่งพอสมควรเลย (เห็นมี หวังโจหลิน เล่นด้วยนึกว่าจะมีอะไรให้ฮากันบ้าง แต่จริงๆ ตัวนี้ผมชอบนะครับ แต่ก็มีอะไรให้จำบ้าง)

ฉากที่ดีที่สุด คือฉากที่ “อาเฟย” ได้ประกาศกับพี่น้องทุกคน และพูดชื่อตัวเองเป็นครั้งว่า “ข้า หวงเฟยหง ….” ตามมาด้วยดนตรีที่คุ้นเคย … ซึ่งคงเป็นความน่าประทับใจ เพราะทำให้คนดูนึกถึงหนัง หวงเฟยหง ตอนก่อนๆ โดยไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ Rise of the Legend เลย

เอ็ดดี เผิง ดูดีในบท หวงเฟยหง โปรดักชั่นก็ดูลงทุนมากๆ ดาราหลายๆ คนน่าสนใจ น่าเสียดายที่ผลออกมาไม่มีอะไรให้ประทับใจเลย คงให้คะแนนได้แค่ 1.9/5 เท่านั้นครับ

กำกับ : Roy Chow Hin-Yeung
บท : Christine To Chi-Long
กำกับคิวบู๊ : Corey Yuen Kwai
แสดงนำ : Eddie Peng Yu-Yan, Sammo Hung Kam-Bo, Wang Luodan, Jing Boran, Wong Cho-Lam, Angelababy, Tony Leung Ka-Fai, Zhang Jin, Feng Jiayi, Bryon Mann, Brian Siswojo, Qin Junjie, Gao Tai-Yu, Mike Leeder
เรตติ้ง : 1.9/5



โฆษณา

The Legend Is Born: Ip Man (2010, Herman Yau)

The Legend Is Born: Ip Man ถูกตราหน้าว่าเป็นหนังตามกระความโด่งดังของ Ip Man หนังกังฟูสุดฮิตที่นำแสดงโดย ดอนนี่ เยน สุดท้ายแล้วแม้ The Legend Is Born: Ip Man จะมีข้อด้อยจุดบกพร่องอยู่บ้าง หนังถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าที่คิด และไม่น่าผิดหวังสำหรับคนที่ยังอารมณ์ค้าง อยากติดตามชีวิตอีกช่วงหนึ่งของอาจารย์ยิปแห่งฝอซาน Read More

14 Blades : 8 ดาบสังหาร 6 ดาบทรมาน (2010, Daniel Lee )

หลายคนน่าจะพอทราบอยู่แล้วว่าหนังเรื่องใหม่ของ ดอนนี่ เยน ที่ชื่อว่า 14 Blades นี้ดัดแปลงมาจากหนังคลาสสิคของชอว์บราเดอร์ ที่มีชื่อว่า Secret Service of the Imperial Court (ยอดองค์รักษ์เสื้อแพร) ซึ่งถ้าใครได้ดูหนังทั้งสองเรื่องแล้วก็คงจะพบว่า ไม่ได้มีส่วนคล้ายคลึงกันสักเท่าไหร่ นอกจากโครงสร้างบางส่วนเท่านั้น

ผู้กำกับ Daniel Lee ใส่ไอเดียของตัวเองเข้าไป จนได้รสชาติใหม่ๆ สิ่งแตกต่างอีกประการระหว่างหนังทั้งสองเวอร์ชั่นก็คือ Secret Service of the Imperial Court เป็นหนังกำลังภายในระดับคลาสสิคที่ทุกคนที่ชอบหนังแนวนี้ควรชม ขณะที่ 14 Blades เป็นงานที่พอฆ่าเวลาได้เท่านั้น Read More

Ah Kam (1996, Ann Hui An-Wah)

หนังเรื่อง Ah Kam ของผู้กำกับหญิงคนเก่งแห่งฮ่องกง นั้นเล่าเรื่อง เบื้องหลังของคนวงการภาพยนตร์ แน่นอนว่าสำหรับ วงการภาพยนตร์ฮ่องกง ความน่าสนใจส่วนใหญ่ต้องตกอยู่กับ หนังแอ็กชั่นกังฟูกำลังภายในอย่างแน่นอน

แอน ฮุย พาเราไปพบกับบุคคล ที่ถือได้ว่าเป็นชนกลุ่มน้อย ของโลกหนังแอ็กชั่น สตั้นแมนหญิง หนังนำเสนอด้วยลีลาสมจริง บางฉากเรียกว่าใกล้เคียงสารคดีด้วยซ้ำไป ด้วยคุณลักษณะแบบนี้ หนังก็น่าจะเป็นที่ถูกใจนักวิจารณ์อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาศให้ ดาราหญิงแอ็กชั่นอย่าง หยังจื่อฉุน ได้มีโอกาส ได้รับบทในทางลึกซึ้งบ้าง แต่ผลที่ออกมากลับไม่เป็นเช่นนั้น หนังได้รับคำวิจารณ์ค่อนไปทางลบ เป็นส่วนใหญ่ ผมเองก็ไม่ได้อ่านรายละเอียดเท่าไหร่ จนได้มาถึงดูหนังเอง จึงได้ถึงบ้างอ้อ เพราะหนังมีปัญหาอย่างเค้าว่าจริงๆ Read More

หนังชุด เพชรฆาตสัญชาติฮ้อ – The Lucky Stars Series (1982 – 1985)

ในช่วงยุค 80 เฉินหลง หงจินเป่า และหยวนเปียว การสร้างหนังชุด The Lucky Stars ของบริษัท Golden Harvest นั้นถือว่าเป็นการตอบโตบริษัทคู่แข่งอย่าง Cinema City ที่ส่งหนังตลกชุด Ace Go Places ของแซม ฮุย กับเหมาะเจี๋ยะ ถล่มเกาะฮ่องกง มาติดต่อกันถึง 5 ภาค

หนังชุด The Lucky Stars มีส่วนผสมของมุขตลกงี่เง่า การแย่งกันจีบสาวของเพื่อน คิวบู๊สุดเจ๋ง ทำให้หนังออกมาดูสนุกแบบมั่วๆ แต่รวมๆ แล้วก็โอเคเป็นงานที่ดูสนุกในยุคสมัยนั้น ดูตอนนี้ก็ยังสนุกอยู่แต่อาจจะดูเชยๆ ไปบ้าง แต่ก็น่าหามารำลึกความหลัง ถึงหนังตลาดฮ่องกงยุค 80 ที่หลายๆ คนเติบโตมาพร้อมๆ กับหนังพวกนี้ Read More

The Valiant Ones (1975, King Hu)

The Valiant Ones เป็นงานในยุคกลางในอาชีพการทำงานของปรมจารย์ หูจวินฉวน หรือ คิง ฮู ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ การให้ความสำคัญกับ ฉากต่อสู้ และช่วงเวลาแห่งการห่ำหั่นกัน เป็นประเด็นสำคัญของเรื่องเรียกว่านี้เป็นงานที่ “แอ็กชั่น” ที่สุดของก็คงไม่ผิดนัก แน่นอนว่าความหมายของ คำว่าแอ็กชั่น ของยอดผู้กำกับคงสามารถเทียบเคียงกับ ความแอ็กชั่นกับหนังฮ่องกงอื่นๆ ไม่ว่าจะยุกต่อมา หรือยุคเดียวกันได้ Read More

Painted Faces – ชิเสี่ยวฟุ โรงเรียนฝึกเฉินหลง (1988, Alex Law)

ก่อนจะก้าวมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ ได้พบกับความสำเร็จอย่างที่เป็นอยู่ ทุกวันนี้ เฉินหลง หงจินเป่า และหยวนเปียว ผ่านการต่อสู้ ดิ้นรนมากมายกว่าจะได้พบกับในเส้นทางอันยิ่งใหญ่ทั้ง ทำงานหนัก และอดทนกับอาชีพตัวประกอบ และสตั้นแมน หรือแม้กระทั่งการประทังชีวิตด้วยการหางานอื่นๆ นอกวงการภภาพยนตร์ทำอย่างงานกรรมกร ก่อสร้าง แม้กระทั่งเดินทางทำงานยังต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงจุดเริ่มต้น ชีวิตในฐานะนักแสดงของเฉินหลง และพวกพ้อง ก็คือช่วงเวลาในสมัยยักเด็ก ที่เป็นนักแสดงงิ้ว การฝึกฝนอันหนักหน่วง ทั้งการแสดง และทักษะทางร่างกาย กลายเป็นต้นทุนสำคัญ ที่สร้างให้ พวกเขาสร้างชื่อ ในวงการภาพยนตร์ และสร้างความแตกต่างจากนักแสดงนำทั่วไป ในขณะนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เฉินหลง หงจินเป่า และหยวนเปียวเท่านั้น ดารา และคนทำหนังชื่อดังอย่าง หยวนหัว, หยวน ขุย และหยวนเต๋อ ก็เป็นผลผลิตจากโรงเรียนแห่งนี้

ภาพยนตร์เรื่อง Painted Faces หรือ ชิเสี่ยวฟุ เล่าเรื่องความทรงจำ ในช่วงนี้ของเฉินหลง และพี่น้อง เป็นความทรงจำที่เขาให้ความหมายว่า “ทั้งรักและเกลียด” รักอาจารย์ และพี่น้องทุกคน ขณะเดียวกัน การฝึกฝนอันเข้มงวด การลงโทษอันแสนสาหัส ก็เป็นสิ่งที่เฉินหลง บอกว่ายากจะลืมจริงๆ Read More