Butterfly Lovers – ม่านประเพณี ตำนานรักกระบี่ผีเสื้อ (2008, Jingle Ma Chor-Sing)

ตำนานรักสุดอมตะอย่าง ม่านประเพณี เรื่องราวความรักของสองหนุ่มสาว เหลียงซันป๋อ และจูอิงไถ ที่คลาสสิคที่สุดก็คือฉบับ ชอว์บราเดอร์ที่นำแสดงโดย เล่อตี้ และหลินปอ ขณะที่วัยรุ่นยุคที่แล้ว (อย่างผม) ภาพของนิยายเรื่องนี้ถูกแทนที่ด้วยสองดาราหนุ่มสาวชื่อดังในยุค 90 อย่าง หยังไฉ่หนี และอู๋ฉีหลง ในหนังม่านประเพณีที่สร้างโดย ฉีเคอะ ที่ไม่ได้มีคุณภาพโดดเด่นด้านใดเป็นพิเศษ แต่เสน่ห์ และเคมีที่เข้ากันได้อย่างลงตัวของคู่พระนาง ก็ทำให้หนังเป็นที่จดจำสำหรับใครหลายๆ คน

ในปี 2008 ทางผู้สร้างหนังชาวฮ่องกง ถึงคราวไห้หยิบเอาวรรณกรรมเรื่องนี้มาสร้างอีกครั้ง โดยโจทย์หลักครั้งนี้มีอยู่ด้วยกันสองประการ หนึ่งวัยรุ่น และสองกำลังภายใน ม่านประเพณีเวอร์ชั่นบู๊หน้าใส จึงถูกกำเนิดขึ้นมา ด้วยการกำกับของ ผู้กำกับหนังตลาดชื่อดัง อย่าง จิงเกิล หม่า (หม่าฉู่ซิ่ง) และมีเฉิงเสี่ยวตงรับหน้าที่กำกับคิวบู๊

รายละเอียดต่างจากตำนานต้นฉบับ ดูเหมือนว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ที่แน่ๆ ก็คือตัวละครเอกทั้งใน ไม่ได้ชื่อว่า เหลียงซานป๋อ และจูอิงไถ แล้วในม่านประเพณีปี 2008 นี้ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าทางผู้สร้างต้องการหลีกเลี่ยงคำวิจารณ์ คำครหา ว่าบิดเบือนวรรรณ์อมตะรึเปล่า จึงมีการให้ข่าวล่วงหน้าอย่างยาวนานว่า นี้ไม่ได้เป็นเรื่องราวของ เหลียงซันป๋อ และจูอิงไถ แล้ว หากแต่เป็นชีวิตต่อเนื่อง ในชาติภพต่อมาของตัวละครทั้งสองต่างหาก

แม้จะประกาศป่าวไปแบบนั้น แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว เมื่อหนังผ่านช่วงแรกของการเล่าเรื่อง ไปได้เล็กน้อย ก็ชวนให้น่าสงสัยว่าจะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากแบบเดิม งานนี้เรื่องราวดูเหมือนว่าจะดำเนิน ไปในทิศทางเดิมนั้นแหละ อาซา รับบทเป็นสาวน้อยตระกูลเศรษฐีนาม จูหยานซื่อ ที่แก่นแก้วซุกซนเกินเด็กผู้หญิงทั่วๆ ไป

นางต้องการเห็นโลกกว้าง และอย่างเดินทางไปยังที่ต่างๆ บิดา (ตี้หลุง) ทนคำรบเร้าไม่ไหวจึงส่งตัวไปศึกษาวิทยายุทธ ยังสำนักชื่อดัง ที่เอาเข้าจริงๆ กลับเป็นเรื่องไม่สนุกอย่างที่คิด โดยเฉพาะความอ่อนแอ เปราะบางตามแบบลูกผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ เหลียงชุนซาน (อู๋จุน) ศิษย์พี่สุดเข้มงวดที่กลายมาเป็นคู่กัดของ หยานซื่อ ไปโดยปริยาย

เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน นอกจากความบาดหมาดจะลดทอนลงตามเวลาแล้ว ยังมีมิตรภาพที่ดูจะพอกพูนมากยิ่งขึ้น ความน่ารักบอบบางแบบอิตสตรีไม่อาจปิดปังได้ด้วยเสื้อผ้าของบุรุษ และในวันหนึ่งเมื่อความจริง เรื่องความเป็นหญิงของ หยานซื่อ ถูกเปิดเผยให้เห็นโดยบังเอิญ ชายหนุ่มหญิงสาว ทั้งสองจึงเปลี่ยนสถานณะจาก ศิษย์พี่ศิษย์น้อง มาเป็นคู่รักอย่างไม่ยากเย็นนัก

อย่างไรก็ตามความรักของทั้งสองไม่ได้โรยทางด้วยกรีบกุหลาบ ในครั้งนี้ใม่ใช้การขู่บังคับจากครอบครัว และความแตกต่างด้านชนชั้นแต่เพียงอย่างเดียว หากรวมถึงขวากหนามหน้าหล่อ คู่หมั่นของฝ่ายหญิงนาม หม่า (หูเกอ) มือปราบหนุ่มอนาคตไกล ที่เติบโตมากับหยานซื่อตั้งแต่เล็กแต่น้อย ทั้งสองมีมิตรภาพที่ดีให้แก่กันมาตลอด แต่ไม่ว่าอย่างไร ฝ่ายหญิงก็มีได้ให้แค่ความรักแบบพี่ชาย ต่ออีกฝ่าย นี่เองที่กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องราว

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดนั้นเริ่มต้นที่ตรงนี้เองครับ สิ่งที่พรากความรักของคู่พระนาง ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของประเพณีนิยมตามสมัย ในเรื่องสิทธิ์ของสตรี ที่ไม่มีโอกาศได้เลือกชีวิตของตัวเอง ที่ถูกบังคับใช้โดยฝ่ายบิดา ตัวละครของ หูเกอ เปิดเผยความชั่วร้ายออกมา และกลายมาเป็นขวากหนามสำคัญ ในความรักของคู่พระนาง ซึ่งก็ทำให้เรื่องราวต้องเปลี่ยนไปเป็น ความขัดแย้งในรักสามเส้า ที่ต้องตัดสินกันด้วย เพลงยุทธ และลีลาการต่อสู้ ไปโดยปริยาย

ม่านประเพณีเวอร์ชั่นวัยรุ่น อาศัยจุดขายสำคัญคือ การนำเสนอดารานักร้องขวัญใจวัยใส ในบทบาทแง่มุมที่แตกต่าง ในการสวมบทบาทในตำนานคลาสสิค และโชว์ลีลาบู๊ ถึงแม้ว่า หนังจะมีสาวน้อยอย่าง ไช่จั๊วเหยียน หรืออาซา แห่งวง Twin (ที่เป็นอดีตไปแล้ว) มารับบทนำ แต่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของหนังก็คือสาวๆ และจุดขายสำคัญสำหรับหนังก็คือ สองดาราหนุ่มรูปงาม อันได้แก่ อู๋จุน แห่งวงบอยแบน ฟาหลุนไห่ (Fahrenheit) เสริมด้วยพ่อหนุ่ม เก๋อหยู ดาราจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ได้รับบทเป็น ก๊วยเจ๋งคนล่าสุด ในหนังชุดมังกรหยกปี 2008

น่าเสียดายที่ว่าหนังไม่ได้เปิดโอกาศให้ดารานำทั้งสอง ได้ฉายแวว ฉายเสน่ห์ อย่างที่พวกเขาเคยทำได้ใน จอโทรทัศน์ หรือเวทีคอนเสิร์ต บทตัวร้ายที่ดูตื้นเขิน ที่มีพัฒนาการทางบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ การแสดงอารมณ์อันรุนแรงแบบไร้ผลของเขา ในตอนท้ายเรื่องจึงกลายเป็นเรื่องตลก และน่ากระอักกระอ่วน มากกว่าจะสร้างความน่าเห็นอกเห็นใจ ในขณะที่บทพระเอกของอู๋จุน อาจจะดูมีน้ำมีเนื้อมากกว่า แต่ยังถือว่าเป็นบทที่ธรรมดาเกินไป สุดท้ายก็ยังคงเป็นอาซา ที่ขโมยความโดดเด่นไปด้วยบทที่ซับซ้อนมากกว่า มีมิติมากกว่า และแสดงอารมณ์มากกว่า

คุณภาพในเกือบทุกๆ ด้านอาจจะไม่ได้ย่ำแย่ แต่ก็หาได้มีความโดดเด่นไม่ งานสร้างที่ดูราคาถูกเหมือนไปถ่ายกันเอาที่เมืองโบราณ สำหรับถ่ายหนังชุด หนังยังมีฉากโชว์คิวบู๊อยู่พอสมควร มีฉากที่ใช้ได้อยู่ แต่ภาพรวมยังไม่น่าพอใจ ฉากต่อสู้ไร้จุดเด่น การถ่ายทำที่ตัดต่ออย่างรวดเร็ว รวมถึงเล่นมุมกล้อง จนเกินเหตุ ก็ทำให้ฉากพะบู๊ของหนังดูน่ารำคาญ มากกว่าจะน่าติดตาม

ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น Butterfly Lovers ไม่สามารถสร้างความประทับใจในแบบหนังรักได้ดีพอ หนังขาดความขัดแย้งอันรุนแรงในแบบดังเดิมของม่านประเพณี ขณะเดียวกัน ผู้กำกับจิงเกล หม่า ก็ไม่สามารถรสร้างอารมณ์ในแบบหนังรักไว้รุ่น ที่สดใสร้อนแรงได้ดีเพียงพอ ภาพรวมของหนังจึงค่อนข้างจืดชืด อย่างไรก็ตามความบกพร่องต่างๆ นาๆ ที่กล่าวออกไป ก็อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไปได้ ถ้าคุณชอบดาราคนใดคนหนึ่งในหนัง การดู Butterfly Lovers ก็คงไม่ได้เป็นเรื่องเปล่าประโยชน์จนเกินไปนัก

จะบอกว่าหนังไม่สนุกก็คงไม่ได้นะครับ หนังให้ความบันเทิงพอสมควร ทั้งจากเหล่านักแสดงหน้าตาดี เรื่องราวกุ๊กกิ๊ก ฉากต่อสู้ และเนื้อเรื่องย่อยง่าย อย่างไรก็ตามนี่คงเป็นเรื่องยากที่จะเรียกได้ว่าเป็น ความบันเทิงอันมีคุณภาพ ห่างไกลจากศักยภาพของนักแสดง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งห่างไกลจากความยิ่งใหญ่ของบทประพันธ์ และเวอร์ชั่นหนังฉบับเก่าๆ อยู่หลายช่วงตัว

  • Credits
    บริษัทผู้ผลิต – Brilliant Idea Group (BIG) Ltd
    จัดจำหน่าย – Mei Ah Entertainment Group Ltd. (Hong Kong)
    กำกับ – Jingle Ma Chor-Sing
    บทภายพนตร์ – Jingle Ma Choh-Shing, Chris Ng Ka-Keung, Wong Nga-Man
    กำกับคิวบู๊ – Ching Siu-Tung
    แสดงนำ – Wu Chun, Charlene Choi Cheuk-Yin, Hu Ge, Harlem Yu, Ti Lung, Xiong Xin-Xin, Bonnie Xian, Louis Fan Siu-Wong, Shaun Tam Chun-Yin
  • Thailand Distribution – หนังออกแผ่น DVD VCD ในไทยโดย ม่านประเพณี ตำนานรักกระบี่ผีเสื้อ United Home Entertainment
  • Rating – 2/5

14 thoughts on “Butterfly Lovers – ม่านประเพณี ตำนานรักกระบี่ผีเสื้อ (2008, Jingle Ma Chor-Sing)

  1. คิดเหมือนกันเลยค่ะ นอกจากที่มีหนุ่มหล่อให้ดูแล้ว หนังเรื่องนี้ไม่น่าประทับใจอะไร ไม่มีความซาบซึ้งเท่าที่ควร ตอนดูเวอร์ชั่นของฉีเคอะนี่น้ำตาไหลพรากๆ เลย อันนี้ออกจะรู้สึกตลกด้วยซ้ำไป ฉากที่พยายามจะสวยก็ดูไม่ถึง คิวบู๊ก็ดูแล้วไม่ขนลุกตระการตาแบบหนังจีนฟอร์มใหญ่สมัยนี้หลายๆเรื่อง การดำเนินเรื่องก็ขาดๆ เกินๆ ไม่ค่อยปะติดปะต่อ

    สรุปว่า ดูก็เรื่อยๆ สนุกดี แต่ไม่ดูก็ไม่น่าเสียดายเลย

  2. ใช่ค่ะ
    อยากดูมากๆๆๆๆเลย เดี๋ยวจะหามาดูหั้ยได้
    แต่เราชอบเพลงประกอบมากๆๆเพลงที่มีคนร้องอ่ะค่ะ
    ใครมีเว็บฟัง ช่วยลงลิ้งค์ให้หน่อยนะคะจะขอบคุณมากเลยค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s